ads

หากอยากลองสะสมแสตมป์แบบใหม่ มาทำความรู้จักกัน

มีใครสะสมแสตมป์อยู่บ้างไหมคะ ถ้าสะสมอยู่ล่ะก็ขอให้นั่งหน้าจอและมาอ่านบทความนี้กันได้เลย เพราะคุณจะสะสมแสตมป์ได้โดยไม่ต้องเก็บแสตมป์ดวงเล็ก ๆ ให้สูญหายไปได้ และไม่ต้องเปลืองทรัพยากรบนโลกด้วย เพราะตอนนี้ 7-Eleven ให้คุณสะสมแสตมป์แบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้แล้วจ้า งั้นเรามาทำความรู้จักกันดีกว่าว่า M-Stamp ที่ว่านี้มันคืออะไร ต้องสะสมยังไง และใช้ทำอะไรได้บ้างที่เซเว่นอีเลฟเว่น

M-Stamp คืออะไร

M-Stamp คือ การสะสมแสตมป์เซเว่นอีเลฟเว่นแบบออนไลน์ ซึ่งอยู่ในรูปแบบแอปพลิเคชัน 7-Eleven บนมือถือ ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบ iOS และ Android

วิธีสะสมแสตมป์ M-Stamp

สำหรับขั้นตอนการสะสม M-Stamp สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

1 ทำการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน 7-Eleven TH ได้ที่ App Store หรือ Play Store

 

2 ลงทะเบียนเข้าใช้งาน เพื่อรับบาร์โค้ดสแกนสะสมแสตมป์

 

3 เมื่อคุณช้อปปิ้งที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ก่อนจะจ่ายเงินที่เตาน์เตอร์ ให้คุณแจ้งกับพนักงานทุกครั้งก่อน เพื่อที่จะสะสม M-Stamp โดยสามารถสะสมแสตมป์ได้ทั้งการสแกนบาร์โค้ดหรือกดเบอร์โทรศัพท์ที่คุณได้ลงทะเบียนไว้

M-Stamp ใช้ทำอะไรได้บ้างที่ 7-Eleven

หลังที่คุณสะสม M-Stamp แล้ว และอยากจะใช้งาน แต่ยังไม่รู้ว่าสามารถใช้ทำอะไรบ้าง ซึ่ง M-Stamp สามารถใช้ได้ที่ 7-Eleven มีดังนี้

1 ใช้แทนเงินสดเพื่อซื้อสินค้าในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนเงินขึ้นอยู่กับมูลค่าแสตมป์ที่คุณได้สะสมโดยก่อนที่จะชำระเงินให้แจ้งกับพนักงานเพื่อใช้แทนเงินสดได้เลย

2 ใช้แลกซื้อหรือจองสินค้าพรีเมี่ยมสุดน่ารักของเซเว่นอีเลฟเว่น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นคูปองส่วนลดบริการต่าง ๆ

3 ใช้ทำบุญหรือการบริจาคให้กับโครงการช่วยเหลือสังคมต่าง ๆ

 

ว้าว M-Stamp มีประโยชน์มากมายขนาดนี้ คุ้มค่ามาก ๆ ใครที่กำลังสะสมแสตมป์เซเว่นอยู่ อย่าลืมไปดาวน์โหลดมาใช้กันนะคะ สำหรับคนในปัจจุบันที่ต้องบอกว่าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว เพราะสินค้าที่มีหลากหลาย เมนูอาหารสำเร็จรูปแปลกใหม่ เครื่องดื่มที่ไม่เคยเห็น เป็นเพื่อนยามหิวที่แท้จริง นอกจากนี้ยังมีของใช้เครื่องสำอาง เครื่องเขียน หรือแม้กระทั่งยาสามัญประจำบ้านให้คุณได้เลือกซื้อตลอด 24 ชั่วโมง ขาดเหลืออะไรสามารถหาซื้อได้ที่เซเว่นอีเลฟเว่น เป็นร้านสะดวกซื้อสมชื่อ

คะแนน Citi Rewards แลกคูปอง 7-11 ได้แล้ว 50 บาท

Read more…