ads

ผูกเชือกรองเท้ายังไงดี ให้ผ้าใบคู่โปรดดูเฟี้ยวขึ้น

ทุกวันนี้การสวมใส่รองเท้าที่ฮิตที่สุดตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น รองเท้าผ้าใบ ที่มีผลิตออกมาหลายหลายแบรนด์ และหลายหลากรุ่น ให้เราได้เลือกซื้อมาสวมใส่กันทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งรองเท้าที่เราซื้อมาส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกับคนอื่นๆ ใช่ไหมละค่ะ แต่ถ้าอยากให้รองเท้าผ้าใบของเรานั้นดูแตกต่าง และไม่หมือนใครก็ต้องดูที่การผูกเชือกรองเท้า ที่จะทำให้รองเท้าผ้าใบของเรานั้นดูเก๋ไก๋ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

วันนี้เราเลยได้ทำการ “รวม 10 วิธีการผูกเชือกรองเท้าเท่ๆ ที่สายรองเท้าผ้าใบห้ามพลาด” โดยเฉพาะคุณผู้ชาย ที่อาจจะกำลังมองหาวิธีการผูกเชือกรองเท้าแบบใหม่ ให้ไม่เหมือนใคร จะมีแบบไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย….

Diagonal Lacing

วิธีการนี้คือการ ร้อยเชือกรองเท้าเข้าที่รูร้อยเชือกด้านล่างสุด และดึงเชือกให้มีความยาวเท่ากัน จากนั้นให้สอดเชือกจากด้านหนึ่งให้เฉียงขึ้น ไปอีกด้าน โดยที่ให้เว้นรูร้อยเชือกรองเท้าไว้ 2 รู ให้สอดจากด้านนอกเข้าด้านใน ทำซ้ำสัก 3-4 รอบ ขึ้นอยู่กับจำนวนของรูร้อยเชือกรองเท้า เมื่อสอดขึ้นจุนสุดแล้ว ก็ให้ทำอีกด้าน แล้วเก็บปลายเชือกด้วยการสอดเชือกเข้ารูร้อยเชือกฝั่งตรงข้าม เมื่อเสร็จแล้วให้ยัดเชือกรองเท้าเข้าไปในรองเท้า พร้อมสอดแผ่นรองเข้าที่เดิมโดยที่ให้แผ่นรองนั้นทับตัวเชือกไว้ หรือใช้ตัวล็อคเชือกเพื่อเก็บเชือกรองเท้าให้เข้าที่

Criss Cross Lacing With No Bow

วิธีการเริ่มจากสอดเชือกรองเท้าสองด้านเข้าที่รูร้อยเชือกด้านล่างสุดแล้วปรับปลายเชือกให้เท่ากัน ต่อมาให้สอดเชือกสลับด้าน โดยสอดจากด้านนอกเข้าด้านในไปเรื่อยๆ จนสุด จากนั้นให้ดึงแผ่นรองรองเท้าออกมาและมัดเชือกเป็นปม

Ladder Lacing

 

วิธีนี้จะช่วยให้รองเท้าผ้าใบดูเฟี้ยวยิ่งขึ้น เริ่มจากสอดเข้าที่รูร้อยเชือกล่างสุดแล้วปรับปลายเชือกให้มีความยาวเท่ากัน แล้วร้อยเชือกแต่ละข้างขึ้นด้านบน จากนั้นก็ให้นำปลายเชือกด้านหนึ่งสอดเข้าใต้เชือกฝั่งตรงข้าม ให้ทำแบบเดิมไปเรื่อยๆ จนถึงรูร้อยเชือกบนสุดโดยที่เราจะผูกเชือกรองเท้าเป็นโบว์หรือเก็บเชือกไว้ด้านในของรองเท้าก็ได้เช่นเดียวกัน

Bar

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบความเรียบง่ายของรองเท้า ซึ่งเราสามารถทำได้ง่ายๆและใช้เวลาไม่นาน เริ่มจากการร้อยเชือกทั้งสองข้างเข้ารูร้อยเชือกรูล่างสุด ดึงปลายเชือกให้เสมอกัน จากนั้นให้สอดเชือกด้านซ้ายขึ้นมาทางด้านบนโดยเว้นไว้หนึ่งช่อง ส่วนด้านขวาก็ร้อยขึ้นมาเช่นเดียวกัน แต่ว่าไม่ต้องเว้นช่องไว้ และนำปลายเชือกด้านขวาร้อยเข้ารูที่เว้นไว้ทางด้านซ้ายให้ครบทุกรู และร้อยปลายเชือกด้านขวา เข้ากันอีกฝั่ง ทำไปเรื่อยๆจนครบทุกรู และมัดปมเชือกและสอดไว้ด้านในรองเท้า

Sawtooth

วิธีนี้เป็นการผูกเชือกรองเท้าแบบฟันเลื่อย เริ่มจากร้อยเชือกรองเท้าเข้ารูร้อยเชือกรูล่างสุดและดึงให้เท่ากัน ต่อด้วยการสอดเชือกด้านซ้ายเข้าไปที่รูด้านบน ส่วนด้านขวานั้นให้เราร้อยแนวทะแยงมุมไปด้านซ้าย ทำตามวิธีนี้เรื่อยๆไปจนสุด เมื่อเสร็จแล้วให้มัดปมเชือก และเก็บไว้ด้านในรองเท้า

Diamond

วิธีนี้ คือการร้อยเชือกรองเท้าเข้ารูร้อยเชือกและดึงให้ปลายเชือกมีความเท่ากัน จากนั้นนำปลายเชือกด้านขวาสอดไขว้ไปที่รูด้านซ้ายข้างบนโดยเว้นไว้ 1 ช่อง และร้อยเชือกรองเท้าเข้าไปในรูที่ถูกเว้นไว้ และให้ร้อยเชือกไขว้กันตามขั้นตอนเดิมจน สุดที่รูร้อยเชือกด้านบนของรองเท้า และมัดโบว์ตามปกติ

Starburst

วิธีนี้ คือ ร้อยเชือกเข้ารูที่ 3 ของทั้งสองด้านจากด้านล่างขึ้นด้านบน พร้อมร้อยปลายเชือกรองเท้าแต่ละด้านเข้าไปที่รูร้อยเชือกด้านบน ต่อมาให้สอดปลายเชือก ต่อมาให้ปลายเชือกไขว้ลงมาด้านล่าง โดยให้ลอดใต้เชือกที่ร้อยไว้ในตอนแรก หลังจากนั้นให้ร้อยเชือกกลับขึ้นไปยังด้านบนโดยให้ลักษณะของเชือกไขว้กันเหมือนเดิม จนถึงรูบนสุด เสร็จแล้วให้มัดปมเชือกรองเท้า และเก็บไว้ด้านในรองเท้า

Bow Tie Lacing

วิธีนี้ คือ การสอดเชือกเข้ารูที่สอง ฝั่งซ้ายแล้วจับปลายเชือกทั้งสองด้านให้เท่ากัน จากนั้นร้อยเชือกด้านบนลงสู่ด้านล่างและล่างขึ้นบนให้เป็นรูปกากบาท แล้วสอดเชือกด้านขวามาด้านซ้ายให้เป็นเส้นตรง แล้วร้อยเชือกรองเท้าเพื่อทำรูปกากบาทที่ด้านบน สามารถเก็บปลายเชือกรองเท้าได้ทั้งแบบมัดโบว์ และเก็บไว้ด้านในรองเท้า

Footbag Lacing

วิธีนี้ คือ การร้อยเชือกรองเท้าเช้าไปในรูร้อยเชือกรูที่สาม ของรองเท้าและดึงปลายเชือกให้เท่ากัน สอดเชือกรองเท้าทีละข้างลงมาที่รูด้านล่างโดยให้ปลายเชือกทั้งสองข้างนั้นออกมาด้านนอก จากนั้นให้สอดเชือกเข้ารูร้อยเชือกรูที่สี่ และ ร้อยเชือกไขว้กันกันถึงรูสุดท้าย สามารถร้อยเก็บปลายเชือกได้ทั้งแบบมัดโบว์และเก็บไว้ด้านในรองเท้า โดยวิธีการร้อยเชือกแบบนี้นั้นเหมาะกับคนที่มีปลายเท้าใหญ่ เพราะจะสามารถช่วยคลายความแน่นของบริเวณดังกล่าวได้

Lightning Lacing

วิธีนี้ คือ การร้อยเชือกรองเท้าเข้ารองล่างสุดและจับปลายเชือกทั้งสองด้านให้เท่ากัน สอดเชือกฝั่งซ้ายไปที่รูด้านบนสุดฝั่งขวา แล้วพักเชือกไว้ ต่อด้วยร้อยเชือกฝั่งขวาเข้าที่รูด้านซ้ายสอดไปที่อีกฝั่งโดยให้ลักษณะของเชือกนั้นพาดเฉียงลงมา ทำแบบเดิมไปเรื่อยๆ จนสุด แล้วเก็บปลายเชือกให้เรียบร้อย

ใครที่อยากเปลี่ยสไลต์ การร้อยเชือกของรองเท้าผ้าใบนั้นห้ามพลาด กับ 10 สไตล์การร้อยเชือกรองเท้าสุดเท่นี้กัน ใครที่ชอบการร้อยเชือกรองเท้าแบบไหนหรือสไตล์ไหน ก็สามารถหยิรองเท้าผ้าใบคู่โปรดมาแปรงโฉมกันได้แบบไม่ยาก รับรองได้เลยว่าหากร้อยเชือกรองเท้าแบบใหม่ไปแล้วนั้น รองเท้าคู่เดิมที่ดูแสนจะธรรมดาก็จะถูกแปลงโฉมเป็นคู่ใหม่ที่ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน วิธีการร้อยเชือกรองเท้าเหล่านี้ สามารถทำได้ทั้งรองเท้าผ้าใบของคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายเลยนะคะ

READ MORE :