ลดน้ำหนักกินกี่แคล ให้เห็นผลไว สุขภาพดีแบบไม่โทรม

คำนวณแคลอรี่ต่อวัน ทางเลือกลดความอ้วนของคนยุคใหม่

ภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วนเป็นต้นตอที่จะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อไม่เรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคระบบหัวใจ และความดันโลหิต ที่สำคัญความอ้วนไม่ได้มีผลแค่กับโรคร้ายเท่านั้น แต่มันยังมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เสียบุคลิกภาพ และท้ายที่สุดก็จะทำให้คุณขาดความมั่นใจในตัวเอง

เพราะฉะนั้นหนทางเดียวที่จะทำให้คุณสามารถลดความเสี่ยงต่าง ๆ ได้ นั่นคือการ ‘ลดน้ำหนัก’ ซึ่งเรื่องนี้อาหารที่เรารับประทานเข้าไปนี่แหละถือเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องแบบเต็ม ๆ ดังนั้น ลดน้ำหนักด้วยการนับแคลอรี่ จึงเป็นวิธีที่เห็นผลและได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน แต่หลายคนกำลังสงสัยว่า แคลอรี่ เกี่ยวอะไรกับการลดน้ำหนัก วันนี้ Promotions.co.th จะพาทุกคนไปไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กัน


แคลอรี่ คืออะไรกันนะ?

แคลอรี่ (calorie) เป็นหน่วยวัดพลังงาน ที่คุณมักจะเห็นได้จากฉลากที่ปรากฏอยู่ข้างกล่องบรรจุอาหารประเภทต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้ว พลังงานที่ได้รับจากอาหารที่เรารับประทานจะเรียกกันว่า ‘กิโลแคลอรี่’ (kcal) ที่บอกให้เราได้รู้ว่าอาหารที่เรากินเข้าไปมีแคลอรี่เท่าไหร่ และต้องกินยังไงถึงจะทำให้ร่างกายได้รับแคลอรี่ที่เพียงพอ

โดยกลุ่มอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกายก็จะมีทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน แต่หากคุณรับประทานมากเกินไปมันก็จะเกิดการสะสมจนกลายเป็น ไขมัน ซึ่งแคลอรี่ก็ไม่ได้หมายถึงพลังงานของอาหารที่กินเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงพลังงานการเผาผลาญและพลังงานที่เราใช้อีกด้วย ดังนั้นหากคุณไม่ได้ออกกำลังกายหรือไม่ได้ดึงไขมันออกมาใช้เป็นพลังงาน ร่างกายของคุณก็จะไม่เกิดการเผาผลาญ และจะสะสมจนกลายเป็นความอ้วนได้

นับแคลอรี่ควบคุมอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก
นับแคลอรี่ควบคุมอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักให้เห็นผล ต้องกินกี่แคล?


  • ผู้หญิง : ควรกินอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก 2,000 kcal/วัน และกินเพื่อลดน้ำหนัก 1,500 kcal/วัน
  • ผู้ชาย : ควรกินอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก 2,500 kcal/วัน และกินเพื่อลดน้ำหนัก 1,800 kcal/วัน

ทั้งก็ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละวันกิจกรรมของแต่ละคนเป็นแบบไหน มีการขยับร่างกาย ใช้แรงงาน กิจกรรมในสายอาชีพ หรือออกกำลังกายมากน้อยเพียงใด แต่หากคุณต้องการลดน้ำหนักคุณต้องคิดไว้เสมอว่าภายใน 1 วัน ปริมาณแคลอรี่จากการรับประทานอาหาร จะต้อง ไม่กินเกินจากปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายเผาผลาญ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมความสมดุลของร่างกายได้ด้วยตัวเองแบบไม่หักโหมเกินไป และสุขภาพดีได้ในเวลาเดียวกัน

ลดปริมาณแคลอรี่ แต่ไม่ต้องอดอาหารมีอยู่จริง


  1. เพิ่มโปรตีนในมื้ออาหาร : การเพิ่มโปรตีนจะช่วยให้คุณเพิ่มอัตราการเผาผลาญและช่วยลดความอยากอาหารให้กับคุณได้
  2. ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต : การจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตจะช่วยให้ร่างกายมีปริมาณน้ำตาลที่จะเผาผลาญเป็นพลังงานน้อยลลง แต่ร่างกายจะไปดึงไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงานแทน ทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ถูกใช้งานและน้ำหนักตัวก็จะลดลง
  3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น : น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกาย ซึ่งการดื่มน้ำระหว่างวันจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น และการดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหารยังช่วยลดความอยากอาหาร และกินอาหารได้น้อยลง
  4. หลีกเลี่ยงน้ำหวาน : เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เช่น น้ำผลไม้, น้ำอัดลม, ชาไข่มุก ฯลฯ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเป็นความอ้วน แถมยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายอีกด้วย
  5. ออกกำลังกาย : หากต้องการลดน้ำหนักให้เห็นผลก็จะต้องทำควบคู่กับการออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายนอกจากจะทำให้น้ำหนักตัวคุณลดลงได้แล้ว มันยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของคุณด้วยค่ะ

ปากกา ลดน้ำหนัก ตัวช่วยควบคุมความหิว ปลอดภัย ลดการกินจุกจิก


กินให้น้อยและออกกำลังกายให้มากขึ้น ถือเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับคนที่กำลังลดความอ้วน แต่หากคุณมีตัวช่วยดี ๆ อย่าง ปากกา ลดน้ำหนัก ก็จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมความหิวของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น โดยจุดเด่นของปากกาลดน้ำหนักคือจะบรรจุฮอร์โมนที่ออกฤทธิ์คล้ายกับ GLP-1 ที่จะหลั่งบริเวณลำไส้หลังรับประทานอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนานกว่าเดิม ลดความอยากอาหารและลดพฤติกรรมการกินจุกจิก จึงเหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นลดน้ำหนักหรือคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก แต่ยังไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการกินของตัวเองได้

ที่สำคัญปากกา ลดน้ำหนัก ยังเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น แต่เป็นผลข้างเคียงที่อยู่ในระดับที่รับได้ ไม่รุนแรง ไม่เป็นอันตราย ซึ่งหากใครที่กำลังหาตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักดี ๆ อยู่ ปากกา ลดน้ำหนักก็น่าจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ แต่ทั้งนี้คุณก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน กินอาหารลดน้ำหนัก ควบคู่ไปกับการนับแคลอรี่และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงจะช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

อ่านเพิ่มเติม :