6 วิธีรักษาเมื่อแพ้ลิปสติกทำไงให้หาย ?

อาการแพ้ลิปสติกเกิดจากอะไร

‘ลิปสติก’ เป็นอีกหนึ่งไอเทมเครื่องสำอางที่จำเป็น ของสาว ๆ เพราะเป็นเหมือนตัวช่วยในการแต่งแต้มริมฝีปากให้ดูดีและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับใครหลายต่อหลายคน หากแต่ว่าลิปสติกแท่งงามนั้นก่อให้เกิดอาการแพ้จะทำอย่างไร สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ลิปสติก มักมีอาการที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าแพ้มากหรือแพ้น้อย ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพสำรวจพบว่ามีผู้แพ้ลิปสติก จำนวน 1 ใน 5 ล้านคนมีอาการแพ้ลิปสติกโดยธรรมชาติอยู่แล้ว นอกจากนั้นเกิดจากอาการแพ้ส่วนผสมในเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบ

วันนี้เราจึงรวมรวมสาเหตุของการแพ้ลิปสติก วิธีรักษา รวมไปถึงการเลือกซื้อลิปสติกที่เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อป้องกันริมฝีปากจากการระคายเคืองหรือบวมอักเสบจากการแพ้

สาเหตุของการแพ้ลิปสติก

  • กรดริซิโนเลอิก (Ricinoleic Acid) เป็นส่วนประกอบหลักที่ใช้ในการทำลิปติก เป็นส่วนผสมที่พบว่าทำให้เกิดริมฝีปากอักเสบ
  • น้ำหอม เป็นส่วนผสมที่พบได้ในเครื่องสำอางหลายชนิดรวมทั้งลิปสติก ทำให้ผู้ใช้เกิดอาการแพ้ ได้แก่ ซิทราล (Citral) ซินนามาลดีไฮด์ (Cinnamaldehyde) วานิลลา (Vanilla) เป็นต้น
  • สารให้ความชุ่มชื้นและหล่อลื่น คือสารที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น มีส่วนประกอบของสารเคมีที่มีคุณสมบัติดูดความชื้นได้ดีและทำให้ผิวลื่น อีกทั้งยังมีส่วนผสมของน้ำหอมและสารกันเสียรวมอยู่ด้วย
  • นิกเกิล (Nickel) เป็นสารเคมีประเภทโลหะในเครื่องสำอางที่ทำให้เกิดผื่นแพ้
  • ยางสน มีคุณสมบัติเหนียว จึงถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายชนิด ยางสนในลิปสติกที่พบได้มากคือสาร Glyceryl-1-Mono Abietate ถือเป็นสารก่อภูมิแพ้
  • โปรพอลิส (Propolis) เป็นส่วนผสมที่ทำมาจากน้ำลายผึ้ง ช่วยให้เนื้อลิปสติกหนาขึ้นเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยในลิปสติกมีหลายตัว เช่น ไขผึ้งธรรมชาติ ไขผึ้งสังเคราะห์ ไขผึ้งชนิด Cera Alba เป็นต้น
  • สารกันเสีย เป็นสารที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา ช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องสำอางขึ้นราหรือเสื่อมสภาพ โดยสารกันเสียในลิปสติกมักก่ออาการแพ้

วิธีรักษาเมื่อแพ้ลิปสติก

1. หลีกเลี่ยงหรือเว้นระยะการใช้ลิปสติก

2. สามารถใช้แพ็คน้ำแข็งมาประคบบริเวณที่บวมไว้ประมาณ 5 – 10 นาที เพื่อรักษาอาการเบื้องต้น

3. หลีกเลี่ยงการสครับริมฝีกปาก

4. สามารถวางถุงชาแช่เย็นไว้ที่ริมฝีปาก เมื่อรู้สึกคัน

5. สามารถใช้เจลว่านหางจระเข้บนริมฝีปากเพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดอาการบวม

6. ในกรณีผู้ที่เกิดอาการแพ้ลิปสติกหรือระคายเคืองหนัก ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการทดสอบผิวหนัง เพื่อตรวจดูว่าอาการแพ้เกิดจากสารเคมีหรือส่วนผสมตัวใด

การเลือกซื้อลิปสติกที่เหมาะสมและปลอดภัย

เลือกลิปสติกที่มีเนื้อเนียบนุ่ม ทาแล้วเนื้อลิปไม่แตกร่วนหรือแข็งเป็นก้อน สามารถเข้ากับริมฝีปากได้ทันทีเมื่อทา ให้ความชุ่มชื่นแบบพอเหมาะ คงสภาพดีทั้งเมื่อเก็บไว้และขณะใช้ และสามารถล้างออกได้ง่าย ทางที่ดีควรเลือกซื้อลิปสติกจากแบรนด์ที่ใช้ส่วนผสมในการผลิตจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง อาทิเช่นแบรนด์ดังต่อไปนี้

THREE 

แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีเอกลักษณ์และความโดดเด่นอยู่ที่แนวคิดหลัก ๆ 3 ข้อ คือ เน้นใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ พัฒนาวิจัยและคัดสรรส่วนผสมจากธรรมชาติที่ดีที่สุด และผสมผสานระหว่างธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว ตัวอย่างรุ่น THREE Lyrical Lip Bloom เป็นลิปสติก ‘Raw Matt’ เนื้อสัมผัสละเอียด สีสันสดใส ไม่มันวาว พร้อมโบทานิคอล ออยล์ถึง 9 ชนิด ที่ช่วยบำรุงริมฝีปากเนียนนุ่ม และป้องกันปัญหาริมฝีปากแห้งได้อย่างดี (ราคาประมาณ 1,200 บาท)

Innisfree 

 

แบรนด์เครื่องสำอางออแกนิคจากประเทศเกาหลีที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างชัดเจนมาก ๆ เช่น ชาเขียว หรือสารสกัดที่ได้มาจากพืชโดยเฉพาะ อาจเลือกเป็นลิปสติกไม่มีสีหรือให้สีอย่างเป็นธรรมชาติอย่าง Innisfree Glow Tint Lip Balm ลิปบาล์มเนื้อนุ่ม สีสันสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันแมคคาเดเมียนัท น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอัลมอนด์ และน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ (ราคาประมาณ 270 บาท)

สำหรับสาว ๆ คนไหนเคยเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองที่เป็นผลมาจากลิปสติกอาจลองเปลี่ยนมาเลือกใช้แบรนด์ที่คัดสรรส่วนผสมในการ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ อย่างสองแบรนด์ข้างต้นที่เราได้แนะนำไป สามารถหาซื้อออนไลน์ได้ที่ Konvy มีสินค้าจากแบรนด์ THREE และ Innisfree ที่รับประกันของแท้ 100% รวมถึงแบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์อื่น ๆ อีกมากมาย ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้เลย!

ที่มาจาก : www.bangkokhealth.com

อ่านบทความที่น่าสนใจต่อที่นี่