ads

หมดปัญหารอยแตกลาย ตามร่างกาย เมื่อน้ำหนักขึ้น

สาวๆจ๋า เรื่องผิวหน้าผิวกาย ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะแน่นอนว่าการมีผิวหน้าและผิวกายที่สวยเรียบเนียน ชุ่มชื้น ทำให้เรากลายเป็นคนสุขภาพที่ดี ไม่ว่าใครก็อยากเข้าใกล้ ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุให้สาวๆหลายคนหันมาดูแลใส่ใจเรื่องผิวหน้าและผิวกายกันมากขึ้น ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันออกไปนอกจากผิวหน้าและผิวกายที่ต้องให้ความสำคัญแล้ว ก็ยังมีปัญหาที่ทำให้สาวๆหลายคนกังวลใจ

วิธีการดูแลรักษากำจัดรอยแตกลายเบื้องต้น

เมื่อน้ำหนักของเราเพิ่มขึ้น ผิวหนังของเราจะเริ่มมีการขยายตัว เพราะเหตุนี้จึงทำให้ผิวบริเวณต่างๆ เกิดรอยแตกลาย เรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่รักษายากพอสมควร แต่…วันนี้ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะเรามาพร้อม วิธีการดูแลรอยแตกลาย ให้ผิวกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง พร้อมให้สาวๆได้กล้าเผชิญทุกสถานการณ์

รอยแตกหรือผิวแตกลาย เกิดขึ้นเวลาที่ผิวหนังของเรา มีการยืดตัวมากกว่าอัตราการขยายตามธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลให้ผิวชั้นกลางแตกออกเป็นทาง ส่งผลให้ผิวชั้นล่างมีรอยแตก สามารถเห็นได้ชัดจะเป็นสีแดงหรือสีม่วง หลังจากนั้นจะค่อยๆจางไปเป็นสีขาว โดยปัญหานี้มักจะพบในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ หรือเวลาที่มีการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงของวัยรุ่น และน้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว

♦ ดื่มน้ำเยอะๆ

การดื่มน้ำถือเป็นวิธีการที่ได้ผลรวดเร็วและดีที่สุด ซึ่งช่วยลดความชัดเจนของรอยแตกบริเวณผิวหนังให้จางและนุ่มลง อีกทั้งยังทำให้มีผิวพรรณที่ดูกระชับมากขึ้น นอกจากนี้น้ำยังช่วยกำจัดล่องรอยนูนของรอยแตกต่างๆ ให้เรียบเนียนและหายไป แนะนำควรดื่มน้ำประมาณ 10 แก้วต่อวันเพื่อมอบความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกายและลดอาการของรอยแตก

♦ ว่านหางจระเข้

ทราบกันอยู่แล้วว่าว่านหางจระเข้ สามารถดูแลผิวของเราได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นยารักษาประจำบ้าน ว่านหางจระเข้จะช่วยบรรเทาและเยียวยาอาการผิวไม่จากแสงแดด และรอยแตกได้เป็นอย่างดี เพียงนำมาทาบริเวณรอยแตกประมาณ 2- 3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นหรือถ้าต้องการวิธีที่เร็วกว่านั้น สามารถนำว่านหางจระเข้และน้ำมันจากแคปซูลวิตามินอี บวกกับน้ำมันจากวิตามินเอ ผสมกันแล้วถูจนกว่าตัวยาจะซึมเข้าสู่ผิว ทำแบบนี้เป็นประจำจะพบว่ารอยแตกมีการจางลงเรื่อยๆ

♦ ขัดผิวด้วยน้ำตาล

การขัดผิวด้วยน้ำตาล จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวใหม่เหมาะมากสำหรับแก้ท้องลายหรือบริเวณที่แตกลาย โดยการผสมน้ำตาลกับน้ำมันอัลมอนด์ และน้ำมะนาวนำมาทาบนบริเวณรอยแตก ทิ้งไว้ประมาณแปดถึง 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ผิวก็จะกลับมาชุ่มชื้นและรอยก็จะจางหาย

♦ แช่น้ำมะนาว

มะนาวนั้นมีกรดที่ช่วยลดรอยด่างของผิว โดยจะต้องนำมะนาวมาฝานครึ่ง และนำมาทาบริเวณรอยแตกทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวก็จะกลับมาเรียบเนียน ทำแบบนี้เป็นประจำรอยแตกก็จะจางลง

♦ การทาด้วยมอยเจอไรเซอร์

การนำมอยเจอไรเซอร์ที่บำรุงผิวหน้า มาทาบริเวณรอยแตกก็สามารถช่วยได้ แต่อย่าลืมว่าต้องเลือกมอยเจอไรเซอร์ที่เป็นเนื้อเจล เพราะเนื้อเจลจะสามารถซึมซาบเข้าผิวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่ทิ้งความเหนียว ไว้บนผิว ทำแบบนี้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอรับรองรอยจะจางลง

♦ การทำเลเซอร์

แน่นอนว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลเร็วที่สุด และก็มีราคาที่ค่อนข้างสูงที่สุดเหมือนกัน เพราะการทำเลเซอร์จะเป็นการกระจายเม็ดสีให้เรามีผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอกัน แต่ก็ใช่ว่าทำครั้งเดียวและจะเห็นผล เพราะฉะนั้นต้องทำอย่างสม่ำเสมอจนกว่ารอยจะหายไป

การดูแลผิวหรือรอยแตกบริเวณร่างกายไม่ใช่เรื่องยาก เพียงสาวๆรู้จักวิธีเลือกใช้สิ่งที่อยู่รอบตัวให้เป็นประโยชน์ เพียงเท่านี้รอยต่างๆก็สามารถจางหายไปได้ แต่แนะนำว่าทุกวิธีควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลมากที่สุด คราวนี้เมื่อรอยต่างๆหายไปสาวๆก็สามารถสวมใส่เสื้อผ้าที่อวดผิวสวยได้ในทุกๆวัน

บทความที่เกี่ยวข้อง