นาฬิกาออกกำลังกาย (ราคาถูกยันแพง) ยี่ห้อไหนดี 2020

ads

นาฬิกาออกกําลังกาย สำหรับคนรักสุขภาพทุกเลเวล

ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันเทรนด์การออกกำลังกายกำลังมาแรง โดยเฉพาะ “การวิ่ง” ที่ได้รับความนิยมและกระแสแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดูจากกิจกรรมการวิ่งที่มีการจัดขึ้นทุกอาทิตย์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ยังไม่รวมกิจกรรมที่ถูกเรียกว่า Virtual Run หรือการวิ่งสะสมระยะ เพื่อแลกเสื้อและเหรียญที่ระลึก และไม่ว่า คุณจะลงกิจกรรมวิ่งประเภทใดก็ตาม สิ่งของที่นักวิ่งหน้าใหม่ และหน้าเก่าต้องมีนั้น นอกจากรองเท้าวิ่งดี ๆ สักคู่ ก็คือ “นาฬิกาวิ่ง” หรือ “นาฬิกาสมาร์ทวอทช์” ก็ถือเป็นอุปกรณ์อีกชิ้นที่ได้กลายเป็นของคู่กายนักวิ่ง ยิ่งถ้าคุณคิดอยากวิ่งแบบจริงจังด้วยแล้ว อุปกรณ์ชิ้นนี้จะช่วยทั้งจับเวลา รวมถึงจัดโปรแกรมฝึกซ้อม พื่อพัฒนาศักยภาพการวิ่งของคุณไปในตัว

ซึ่งในตอนนี้ นาฬิกาวิ่ง หรือ นาฬิกาออกกำลังกาย  มีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ หลายระดับราคา ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานนั้น ก็อาจเหมือนกัน หรือแตกต่างกันออกไปตามที่ผู้ผลิตจะใช้เป็นจุดเด่น สำหรับนักวิ่งที่ที่กำลังมองหานาฬิกาวิ่ง นาฬิกาออกกำลังกายอยู่ แต่ไม่รู้ว่า จะเลือกยี่ห้อไหนดี ลองมาดู นาฬิกาวิ่ง 2020 ที่เรานำมาฝากกันว่า มีรุ่นไหนน่าสอยมาไว้เป็นเพื่อนวิ่งคู่ใจบ้าง ?

Garmin Forerunner 245 

ราคา 13,990 บาท

สำหรับนาฬิกาวิ่ง รุ่น Forerunner 245 ของ Garmin นั้น ถือว่า เป็นนาฬิกาวิ่งยอดนิยมขวัญใจของเหล่าสายวิ่งไม่น้อย และยิ่งนาฬิกาวิ่ง รุ่น Forerunner 245 มีการปรับโฉมและปรับปรุงในหลาย ๆ ส่วน ทำให้ตอบโจทย์นักวิ่งที่ต้องการนาฬิกาวิ่งที่มีฟีเจอร์คุ้มค่ากับราคาประหยัดได้ไม่น้อย โดยฟีเจอร์เด่น ๆ ของนาฬิการุ่นนี้ ที่ได้รับการการันตีมายอดเยี่ยมจริง มีทั้ง

  • การซิงก์เพลงกับบริการสตรีมมิ่งเพลงต่าง ๆ เช่น Spotify, สามารถจัดเก็บเพลงได้ถึง 500 เพลง และเล่นเพลงได้จากตัวนาฬิกา
  • สามารถประเมินสถานะการฝึกปัจจุบันของคุณเพื่อบ่งบอกว่าคุณกำลังฝึกน้อยเกินไปหรือมากเกินไป และยังมีคุณสมบัติการตรวจสอบสมรรถภาพอื่น ๆ เพิ่มเข้ามาอีกมากมาย
  • มี Running Dynamics ขั้นสูง ซึ่งประกอบด้วยเวลาที่เท้าเหยียบพื้นขณะวิ่ง สมดุลเวลาที่เท้าเหยียบพื้นขณะวิ่ง ช่วงก้าวยาวและอื่น ๆ
  • ประเมินการฝึกซ้อมด้วย VO2 Max, Recovery Time, Training Effect และ Training Load
  • สร้างแผนการฝึกซ้อมด้วยโปรแกรมการฝึกซ้อมจาก Garmin Coach
  • ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่เคลมว่า ใช้ได้นานถึง 7 วันในโหมดสมาร์ตวอตช์ และนานถึง 6 ชั่วโมงในโหมด GPS กับเล่นเพลง เป็นต้น

XIAOMI Mi Amazfit Stratos 2

ราคาประมาณ 4,790-8,900 บาท

ถึงงบประมาณจะอยู่ในระดับพอเพียง ก็สามารถเป็นเจ้าของนาฬิกาวิ่งที่มีฟีเจอร์ครบครันได้เช่นกัน อย่างนาฬิกาอัจฉริยะ รุ่น Mi Amazfit Stratos 2 ของค่ายเสี่ยวหมี่  มาพร้อมแท่นชาร์จแบตเตอรี่ในตัว ดีไซน์ดูสวยงามทันสมัย เรียบง่าย มีความทนทานและแข็งแรง ตัวสายนาฬิกาผลิตจากวัสดุซิลิโคน และตัวเรือนนาฬิกาเป็นสเตนเลส หน้าจอนาฬิกาแบบ OLED มีระบบ GPS ในตัว กันนํ้าในระดับ 5ATM สามารถดำนํ้าได้ไม่เกิน 50 เมตร และใส่ว่ายนํ้าได้

นอกจากนี้ ยังรองรับการใช้งานทั้ง iOS และ Android ส่วนอายุการใช้งานแบตเตอรี่ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 5 วัน และใช้งาน 35 ชั่วโมง เมื่อเปิด GPS ยังไม่รวมถึงประเภทกีฬาที่ Mi Amazfit Stratos 2 รองรับ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายนํ้า วิ่งบนลู่วิ่ง เดินวิ่งในป่า และ ขึ้นเขา ไตรกีฬา รวมทั้งสามารถใช้ออกกำลังกายฟิตเนสได้


FITBIT รุ่น Ionic

ราคาประมาณ 9,000-10,990 บาท

เชื่อว่าชื่อแบรนด์ Fitbit น่าจะคุ้นหูเหล่านักวิ่งไม่น้อย เนื่องด้วยอยู่ในตลาดสมาร์ทวอทช์และเป็นที่นิยมมานาน และครั้งนี้ เราขอเสนอสมาร์ทวอทช์ รุ่น Ionic ที่มีรูปลักษณ์ทันสมัยและมีขนาดกำลังดีเหมาะทั้งกับผู้ชายและผู้หญิง ส่วนวัสดุที่ประกอบเป็นตัวเรือนนั้น เป็นเกรดพรีเมี่ยมทั้งอลูมิเนียมและแก้วกระจกกันรอยขีดข่วน ตัวสายก็มีให้เลือกเปลี่ยนหลายรูปแบบ

ขณะที่ฟังก์ชั่นของสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ ก็โดดเด่นไม่แพ้ใคร ทั้งเรื่องการเป็นผู้ช่วยในการออกกำลังกายให้คุณเหมือนมีโค้ชส่วนตัว ใส่ลงน้ำเพื่อเก็บสถิติการว่ายน้ำของคุณ แม้กระทั่งฟังก์ชันติดตามการนอนหลับ ที่สามารถจับอัตราการเต้นของหัวใจในขณะนอนหลับให้ด้วยซึ่งเป็นการช่วยให้เราเข้าใจสุขภาพหลอดเลือดหัวใจได้วิธีหนึ่ง ปิดท้ายที่ฟังก์ชั่นพิเศษสำหรับสาว ๆ โดยเฉพาะ นั่นคือ โปรแกรมในการช่วยดูแลสุขภาพสำหรับสาว ๆ โดยเฉพาะอย่างเรื่องรอบเดือน หรือวันตกไข่


Huawei รุ่น Watch GT

ราคาประมาณ 5,190-6,000 บาท

สำหรับนาฬิกาออกกำลังกายรุ่นนี้ น่าจะถูกใจเหล่าแฟนคลับหัวเหว่ยไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่ชอบท่องเที่ยวออกกำลังกาย  น่าจะสนใจสมาร์ทวอทช์ตัวนี้ ด้วยมรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม แต่ไม่เปราะบาง เพราะสมรรถภาพสมบุกสมบันไม่น้อย หน้าจอขนาดใหญ่ดูง่าย และวัสดุของตัวเรือนก็เกรดดีมีความคงทนสูงเหมาะกับการนำไปใช้ Outdoor

ส่วนฟังก์ชั่น หรือฟีเจอร์เด่นก็มีไม่น้อยหน้าแบรนด์อื่น ทั้งระบบวัดอัตราการเต้นหัวใจแบบ Real Time หรือ GPS ที่ใช้ดาวเทียม 3 สัญญาณช่วยระบุตำแหน่งอย่างรวดเร็วไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นการวัดต่าง ๆ ที่ตอบรับการออกกำลังกายทุกรูปแบบทั้ง Triathlon ปีนเขาหรือปั่นจักรยานได้เป็นอย่างดี รวมทั้งการติดตามคุณภาพการนอนหลับที่ทาง Huawei ลงทุนในการพัฒนา Application ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย Harvard โดย Application สามารถแจ้งปัญหาการนอนหลับและให้คำแนะนำได้กว่า 200 หัวข้ออีกด้วย


Ticwatch สมาร์ทวอทช์ รุ่น E2

ราคาประมาณ 5,650-5,900 บาท

Ticwatch E2 มาพร้อมหน้าจอ AMOLED 1.39 นิ้วความละเอียด 400×400 พิกเซล, บลูทูธ 4.1, GPS, Wi-Fi, เซ็นเซอร์ตรวจจับความเร่ง, ไจโรสโคป และเซ็นเซอร์วัดชีพจร มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 415mAh ถอดสายนาฬิกาได้ทั้งคู่ และยังใส่ว่ายน้ำได้ที่ระดับ 5 ATM จึงมีฟีเจอร์ใหม่สำหรับการติดตามการออกกำลังกายในน้ำด้วย ซึ่งคือ แอป Swim monitoring and analysis (Ticexcercise) นอกจากนี้ ยังรองรับแอปออกกำลังกายอย่าง Google Fit, Strava, Endomondo และ Nike run อีกด้วย


  Moov Smart Watch รุ่น i5 Plus

ราคา 500 บาท

ถือเป็นนาฬิกาออกกำลังกายอีกรุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพและชอบทำกิจกรรมการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี เพราะนาฬิการุ่นนี้มีตัวติดตามการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของคุณหรือที่เรียกว่า Activity Tracker นอกจากนี้ นาฬิการุ่นนี้ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจสอบท่าทางของคุณ เพื่อให้เข้าใจคุณมากขึ้น มีรีโมทควบคุมการถ่ายภาพ เมื่อมีสายเข้าหน้าจอจะแสดงชื่อผู้โทรเข้า และเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ไลน์ แล้วก็ข้อความ SMS หน้าจอเป็นแบบทัชสกรีนความละเอียดสูงที่ใช้งานง่าย

ทั้งนี้ ยังมีฟังก์ชันตรวจติดตามการออกกำลังกายและติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำในแต่ละวันแล้ว นาฬิการุ่นนี้ยังสามารถบันทึกข้อมูลการออกกำลังกายและกิจกรรมเพื่อให้เราไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละวันแต่ละสัปดาห์ได้


Samsung Gear S3 Frontier

ราคา 8,880 บาท

หลัง Samsung ประกาศเดินหน้าทำตลาดสมาร์ทวอทช์ได้ไม่นาน ก็ได้เปิดตัว Samsung Gear S3 ที่ดูผิวเผินแล้วจะเหมือนนาฬิกาทั่วไป แต่จริง ๆ แล้ว Smart Watch ของตระกูล Samsung รุ่นนี้มีอะไรที่ล้ำลึกกว่านั้นมาก แถมยังมีดีไซน์ที่หรูหราระดับไฮคลาสจริง ๆ นาฬิการุ่นนี้ออกแบบมาให้ดูมีลักษณะคล้ายกับนาฬิกาทั่วไปเพื่อผสมผสานการใช้งานในแบบนาฬิกาทั่วไปเข้ากับฟังก์ชั่นอัจฉริยะของ Smart Watch เหมาะมากสำหรับนักธุรกิจพี่ไม่อยากใส่นาฬิกา Smart Watch รุ่นอื่น ๆ ที่ดูไม่คลาสสิค

สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน ทำให้ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อย ๆ เพราะการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้งรองรับการใช้งานได้นาน 3-4 วัน ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีความเท่ห์ในตัวอย่างมาก เมื่อมีสายเข้าหรือต้องการดูข้อความ ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงหมุนที่ขอบหน้าจอเพื่อรับสายหรือเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ ยังมีลักษณะเด่นอีกอย่างคือการเชื่อมต่อบลูทูธ (แต่ต้องซื้อเพิ่มนะ) เข้ากับโทรศัพท์มือถือ เพื่อทำการต่อสายออกให้สามารถโทรศัพท์ได้ที่นาฬิกาเลย เพราะที่ตัวเรือนมีลำโพงด้วย


Smart Watch A9 รุ่น DZ09

ราคา 189 บาท

จัดว่าเป็นสมาร์ทวอทช์อีกรุ่นที่ครองใจผู้ใช้จำนวนมาก แม้มีคุณสมบัติพื้นฐานของนาฬิกาอัจฉริยะเช่นแบรนด์อีกอื่น ๆ แต่ Smart Watch A9 รุ่นนี้ จัดเต็มเรื่องความบันเทิงและความสะดวกสบาย มีกล้องละเอียดถึง 2.0 ล้านพิกเซลในตัว หน้าจอระบบสัมผัสให้คุณสั่งการและควบคุมได้จากข้อมือ ที่สำคัญมาพร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 1.56 นิ้วความละเอียดสูงให้คุณเล่นเพลง, ดูหนัง, ใช้ท่องโลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย มีลำโพงในตัว จะเล่นสื่อโซเชียลหรือวิดิโอคอลก็ทำได้สะดวก

นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติจัดเก็บรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ ให้คุณพร้อมโทรออก-รับสายได้ทันทีโดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ รองรับการเชื่อมต่อด้วยระบบ Android และ iOS แบตเตอรี่แสตนบายยาวนานกว่า 160 ชั่วโมง

พอถึงตรงนี้ เชื่อว่า นักวิ่งหลายคนคงตัดสินใจได้แล้วว่า จะเลือกซื้อนาฬิกาออกกำลังกายแบรนด์ไหนดี ที่ตอบโจทย์การใช้งานของตนมากที่สุด แต่อย่างไร ก็อย่าหักโหมออกกำลังกายจนได้รับบาดเจ็บกันนะคะ 


READ MORE :