เงื่อนไขการเดินทางข้ามจังหวัด ช่วงโควิด หลังคลายล็อกดาวน์

จำเป็นต้องเดินทางข้ามจังหวัดในช่วง COVID ต้องทำอย่างไร

เป็นที่ทราบกันดีว่าการเดินทางข้ามจังหวัดช่วงโควิดแต่เดิมที่ถูกห้ามในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ซึ่งได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 10 ก.ค.64 นั้น แต่หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศคลายล็อกดาวน์เริ่มมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา เงื่อนไขการเดินทางข้ามจังหวัดสามารถทำได้หรือยัง และหากทำได้ต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

ก่อนหน้านี้ประกาศตามราชกิจจานุเบกษาเพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จึงได้กำหนดให้แยกโซนพื้นที่จังหวัดควบคุมกิจการและกิจกรรม อนุญาตให้ทำได้และทำไม่ได้ดังต่อไปนี้

รายชื่อจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, สงขลา, กาญจนบุรี, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, ตาก, นครนายก, นครราชสีมา, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พระนครศรีอยุธยา, เพชรบุรี, เพชรบูรณ์, ระยอง, ราชบุรี, ลพบุรี, สิงห์บุรี, สมุทรสงคราม, สระบุรี, สุพรรณบุรี และอ่างทอง รวมทั้งสิ้น 29 จังหวัด ซึ่งทุกจังหวัดที่กล่าวมาต้องปฎิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ดังนี้

คลายล็อกดาวน์
คลายล็อกดาวน์ นั่งทานอาหารที่ร้านได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

กิจการและการให้บริการใดเปิดทำการได้บ้าง

  • ห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ตั้งแต่เวลา 21.00 น. – 04.00 น.ของวันถัดไป
  • เน้นการทำงานที่บ้าน (Work from home) แบบเต็มรูปแบบ
  • ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเดินทาง
  • ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 25 คน
  • ร้านอาหารบริโภคในร้าน กรณีร้านไม่มีเครื่องปรับอากาศนั่งทานได้ 75% กรณีร้านมีเครื่องปรับอากาศ นั่งทานได้ 50% และเปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. (งดการจำหน่ายและงดดื่มสุราในร้าน)
  • ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าเปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. ยกเว้นที่ยังห้ามเปิดคือส่วนของ โรงภาพยนตร์, สปา, สวนสนุก, ร้านเกม, โรงเรียนกวดวิชา, สวนน้ำ, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, ห้องประชุม/จัดเลี้ยง
  • ร้านเสริมสวย ร้านนวด (เปิดเฉพาะนวดเท้า) สถานเสริมความงาม เปิดบริการได้
  • การขนส่งสาธารณะไม่ให้มีการเดินทางเลยระหว่างเวลา 21.00-04.00 น.
  • การเดินทางข้ามจังหวัดให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางโดยไม่มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมกรณีที่จำเป็นอาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง และอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่าปกติ นอกจากนี้ผู้เดินทางต้องสอบถามเงื่อนไขและระเบียบข้อบังคับของ “จังหวัดปลายทาง” ด้วยว่ามีเงื่อนไขอย่างไร เพื่อเตรียมเอกสารจำเป็นก่อนเดินทาง
การเดินทางข้ามจังหวัด ช่วงโควิด
เดินทางข้ามจังหวัดได้ในกรณีจำเป็น และต้องปฎิบัติตามแนวทางป้องกันโรคทุกกรณี

1 กันยายน เดินทางข้ามจังหวัดได้ (กรณีจำเป็น)

หลังจากมีมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 64 ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคหนึ่งในนั้นคืออนุญาตให้การขนส่งสาธารณะข้ามจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้มให้สามารถทำได้ แต่กำหนดไว้ว่าผู้โดยสารต้องไม่เกิน 75% ของยานพาหนะแต่ละประเภท มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

แต่อย่างไรก็ตามทางภาครัฐก็ได้ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้เดินทางข้ามจังหวัดได้ในกรณีจำเป็นเท่านั้น และขอให้ปฎิบัติตามแนวทางป้องกันโรคทุกกรณีหรือ Universal Prevention และติดตามข้อมูลจากจังหวัดปลายทางก่อนเดินทางทุกครั้ง

เดินทางข้ามจังหวัดต้องเตรียมตัวอย่างไร

1. จัดเตรียมเอกสารรับรองที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการเขต
2. ถ้าไม่มีข้อ 1 ให้ลงทะเบียนการเดินทางข้ามพื้นที่ ผ่านทางเว็บไซต์ “หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” https://covid-19.in.th เพื่อนำ QR code แสดงแก่เจ้าหน้าที่
3. ให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” ที่ด่านตรวจ

เดินทางข้ามจังหวัดในช่วง COVID
วิธีตรวจโควิดแบบ RT-PCR

การเดินทางข้ามจังหวัดโดยเครื่องบิน

1. เตรียมเอกสารยืนยันการเข้าฉีดวัคซีนโควิดครบตามเกณฑ์ หรือใบยืนยันการฉีดจากโรงพยาบาล หรือเอกสารยืนยันจากหมอพร้อม
2. เตรียมเอกสารยืนยันการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK หรือวิธีตรวจแบบ RT-PCR เท่านั้น
3. เตรียมเอกสารที่แสดงถึงการได้รับการยกเว้นตามที่จังหวัดปลายทางกำหนด

และทั้งหมดนี้ก็คือรายละเอียดเงื่อนไขการเดินทางข้ามจังหวัด ช่วงโควิด หลังประกาศคลายล็อกดาวน์ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขอให้พี่น้องประชาชนปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม

อ่านเพิ่มเติม