มาตรการเยียวยาพิษ COVID-19 ลดเงินสมทบประกันสังคม เหลือ 4%

ปรับลดเงินสมทบประกันสังคม บรรเทาพิษ #โควิด19

สำหรับปี 2563 คงไม่มีเรื่องไหนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศไทยได้เท่ากับสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนา 2019 ที่ช่วงแรกดูเหมือนจะแพร่ระบาดแค่ในจีนและภูมิภาคเอเชีย แต่สถานการณ์ปัจจุบันไวรัสดังกล่าวได้แพร่กระจายไปทั่วโลกและควบคุมผู้ติดเชื้อได้ยาก

และปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลให้คนไทยได้รับผลกระทบจากการค้าขาย และเศรษฐกิจภาพรวมจำนวนมาก ด้านสถาบันการเงินและบริษัทประกันต่างเร่งออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ยืดระยะเวลาการจ่ายเบี้ยเป็น 60 วัน หรือพักหนี้บัตรเครดิต ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ เพื่อให้ทุกคนมีเงินสดไว้ใช้จ่ายหมุนเวียน หรือเก็บสำรองไว้ยามฉุกเฉิน

ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงาน ก็เป็นอีกหน่วยงานที่ขอแบ่งเบาภาระประชาชนทั้งนายจ้าง-ลูกจ้าง โดยการออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาลูกจ้างและนายจ้างลดผลกระทบจาก COVID-19 ส่วนมาตรการที่ว่าจะเป็นอย่างไร มีกำหนดการถึงเมื่อไหร่ ? ไปตามหาคำตอบกัน


มาตรการเยียวยาพิษ COVID-19 ลดเงินสมทบประกันสังคม เหลือ 4% จริงหรือ


ช่วงแรกที่มีกระแสข่าวลดวงเงินสมทบประกันสังคม 4% คือ จาก 750 บาท เหลือ 600 บาท ก็มีหลายคนตั้งคำถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือเฟคนิวส์กันแน่ ก่อนกระทรวงแรงงาน ออกมาเปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ว่า

“ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้กับนายจ้าง และผู้ประกันตน เหลือฝ่ายละ 4% จากเดิมที่กำหนดให้นำส่งฝ่ายละ 5% เริ่มสิ้นเดือนมีนาคม-สิ้นเดือนสิงหาคม 2563 รวม เพื่อช่วยลดภาระ”

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังมีมาตรการอื่นๆ ที่เตรียมไว้ช่วยเหลือ อาทิ

(1) ตรวจสอบสิทธิประโยชน์การเป็นสมาชิกกองทุน เพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ให้แก่แรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแพร่ระบาด หากเป็นสมาชิกฯ มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากโรคระบาดที่ทางการของประเทศของประเทศนั้น ๆ จำนวน 15,000 บาท

(2) จัดหางาน ตำแหน่งงานว่าง 81,562 อัตรา และจ้างบัณฑิตจบใหม่มาเป็นผู้ประสานงานโครงการของกระทรวงแรงงานในระดับพื้นที่

(3) พัฒนาทักษะฝีมือให้แรงงานในระบบจากเดิม 70,000 คน ฝึกอบรมเพิ่มอีก 30,000 คน รวมฝึกได้ทั้งสิ้น 100,000 คน

(4) พัฒนาทักษะฝีมือให้แรงงานนอกระบบจากเดิม 100,000 คน ฝึกอบรมเพิ่มอีก 20,000 คนรวมฝึกได้ทั้งสิ้น 120,000 คน

(5) โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานประกันสังคมและธนาคารพาณิชย์ โดยให้สถานประกอบกิจการยื่นขอสินเชื่อในดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด วงเงิน 30,000 ล้านบาท สิ้นสุดโครงการเดือนธันวาคม 2563

(6) อยู่ระหว่างศึกษาและพิจารณาร่วมกัน 3 กองทุนสุขภาพ (สปส. สปสช. และกรมบัญชีกลาง) สำหรับการจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เพิ่มให้กับสถานพยาบาลที่ให้การรักษาผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ให้ได้รับบริการอย่างทั่วถึงและเพียงพอ

(7) แจ้งเวียน สปส.กทม./จังหวัด/สาขา และสถานพยาบาลประกันสังคมทั่วประเทศ เพื่อซักซ้อมแนวปฏิบัติในการให้บริการรักษาพยาบาล กรณีผู้ประกันตนเข้ารับการรักษาโรคโควิด-19

(8) ส่งเสริมให้สถานประกอบการพัฒนาฝีมือแรงงานพนักงาน ตาม พ.ร.บ.ฯ โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เงินกู้และเงินอุดหนุนจากกองทุนฯ


READ MORE :