Home สำรวจตลาด ข่าวสาร เปิด Timeline เบื้องหลัง #มดงานนิรนาม ผู้ร่วมมือป้องกัน COVID-19 จาก รัฐ+เอกชน

เปิด Timeline เบื้องหลัง #มดงานนิรนาม ผู้ร่วมมือป้องกัน COVID-19 จาก รัฐ+เอกชน

ไม่เชื่อไม่เป็นไร! ดูการทำงานของ #มดงานนิรนาม ส่งไทยเป็นประเทศที่ดีที่สุดอันดับ 6 ของโลกในการรับมือการระบาดโคโรน่า

ไม่เชื่อไม่เป็นไร! ดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทุกภาคส่วนส่งไทยเป็นประเทศที่ดีที่สุดอันดับ 6 ของโลกในการรับมือการระบาดโคโรน่า

เดือนกุมภาพันธ์นี้ 37 คือจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นไม่มาก แต่รักษาตัวอยู่เพียบเกือบ 250 คน และรวมผู้ถูกกักกันและหายแล้วกว่า 3,000 คน ซึ่งตัวเลขนี้ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศป้องกันโคโรน่าได้รัดกุมติดอันดับ 6 ของโลก จนบางคนตกใจว่าเราทำได้จริง ๆ หรือ? โดยเป็นการตรวจสอบจากก Global Health Security Index 2019 ที่วัดค่าจากจำนวนผู้ติดเชื้อ และหายจากอาการป่วย ซึ่งไทยอยู่ใ่นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 1 ของเอเชีย

Timeline การเตรียมพร้อมป้องกัน Corona Virus 2019 ในไทย

เดือนธันวาคม 2019

มีการระบาดของโรคเชื้อไวรัสปอดอักเสบ โคโรนาไวรัส 2019 ที่ประเทศจีน (โดยช่วงนั้นคนไทยเจอมลพิษทางอากาศ PM2.5 ไปพร้อม ๆ กัน จึงเริ่มมีการสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นขนาดไม่เกิน 3 ไมครอน จึงกันไวรัสต่าง ๆ ได้ด้วย) และบางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าตามท่าอากาศยานหลายแห่งเริ่มมีการตรวจสอบคัดกรองเชื้อแล้ว โดยมีสมาชิกหมายเลข 3901551 ได้แสดงความคิดเห็นในกระทู้ https://pantip.com/topic/39657801 ที่พูดถึงการป้องกันของไทยกับเชื้อโควิด ไว้ว่า เธอได้เดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกาต้องต่อเครื่องที่อู่ฮั่น ก็ได้รับการตรวจสอบผ่านเครื่องเทอร์โมสแกน

เดือนมกราคม 2020

เดือนมกราคมประเทศไทยมีการจัดตั้งศูนย์ที่ดูแลการระบาดของเชื้อปอดอักเสบไวรัสโคโรนา 2019 ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2563 ในชื่อ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน EOC (Emergency Operations Center) เพื่อติดตามและรายงานสถานการณ์โคโรน่าแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขในประเทศไทยให้เฝ้าระวัง และมีการคัดกรองผู้โดยสารที่มาตจากประเทศจีน โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่น ที่เป็นต้นกำเนิดของโรค โดยสั่งการให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในจังหวัดที่มีสนามบิน ให้ไปช่วยวัดไข้ คัดกรองผู้โดยสารที่ลงจากเครื่องบิน ด้วยการใช้เทอร์โมมิเตอร์ หรือเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย (ข้อมูลจากสมาชิกหมายเลข 767895)

รวมถึงช่วงนี้คุณหมอจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้ถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้จากผู้ป่วยที่พบเชื้อรายแรกในประเทศไทยแล้วด้วย โดยช่วงเดือนมกราคมนี้มีข่าวเกี่ยวกับการกักตุนหน้ากากอนามัยและพบผู้ป่วยติดเชื้อในไทยเพิ่มขึ้นมาก ดังนี้

  • พบผู้ป่วยรายแรกในวันที่ 13 มกราคม 2563 และเป็นรายแรกที่ป่วยจาก Corona Virus นอกประเทศจีน
  • พบคนไทยคนแรกที่ป่วยในวันที่ 15 มกราคม 2563 เดินทางกลับมาจากประเทศจีน
  • 22 มกราคม 2563 กระทรวงสาธารณสุข เป็นศูนย์กลาง ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน EOC (Emergency Operations Center) โดยผู้ป่วยที่ร่างกายมีอุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียส (จาก 38 องศาเซลเซียส) ก็ให้กักกันเฝ้าระวังแล้ว
  • 27 มกราคม 2563 ยกระดับ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน EOC (Emergency Operations Center) ให้ขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อการตัดสินใจและปฏิบัติการได้เร็วขึ้น
  • 30 มกราคม 2563 พบคนขับแท็กซี่ป่วยจาก Corona Virus และได้รับการรรักษาจนหาย

เดือนกุมภาพันธ์ 2020

และตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา ก็มีการประชุมของศูนย์ EOC อีกหลายครั้ง โดยประกาศให้ COVID-19 เป็นโรคติดต่อรายแรงอันดับที่ 14 ของประเทศไทย และเพิ่มพื้นที่ประเทศเฝ้าระวัง อย่าง เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, อิตาลี เป็นต้น โดย กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศดังกล่าวให้กักตัวอยู่บ้าน 14 วัน และวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 หลายบริษัทและมหาวิทยาลัยก็ออกประกาศให้นักเรียน นักศึกษา พนักงานที่กลับจากประเทศที่ระบาดอยู่ เฝ้าระวังรักษาตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัวน และหากมีอาการป่วย ไอ จาม ให้รีบพบแพทย์

โดยการตรวจสอบเชื้อ CORONA VIRUS นั้นใช้เวลาตรวจเพียง 3 ชั่วโมง ในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง 13 แห่ง ทั่วประเทศ จึงเชื่อมั่นได้ว่า หากพบผู้ป่วยที่เข้าข่ายแล้วเราจะทราบได้อย่างรวดเร็ว และตอนนี้มีหลายประเทศที่พบการระบาดอย่างหนัก ได้แก่ เกาหลีใต้ และ ผู้โดยสารบนเรือ DIAMOND Princess 

เราควรดูแลตัวเองจาก Corona Virus 2019 อย่างไร?

ดูแลตัวเอง จากการสัมผัสสิ่งสาธารณะ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเผยวิธีการดูแลตัวเองจากการสัมผัสสิ่งสาธารณะต่าง ๆ ให้หมั่นล้างมือ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ไอ จาม คล้ายหวัด และให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุก เลี้ยงในฟาร์ม เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อหรือแพร่เชื้ออย่างไม่รู้ตัว

ให้ข้อมูลที่ถูกต้องของโรค COVID-19 แก่คนรอบตัว

เนื่องจากมีข้อมูลหลายอย่างตั้งแต่เรื่องคนที่กินค้างคาวจนเชื้อโรคจากค้างคาวมาสู่คน ไปจนถึงเรื่องนักท่องเที่ยวเป็นลมเสียชีวิต บางเรื่องเป็นข่าวไม่จริง ดังนั้นเราอย่ามาเสียเวลาแชร์ข่าวปลอมกันเลย โดยสามารถศึกษาหาข้อมูลจากช่องทางที่น่าเชื่อถือ เช่น

  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • โรงพยาบาล

ไม่แชร์ข่าวลวง ข่าวปลอม Fake NEWS

เมื่อพบเห็นข่าวที่ดูน่าตกใจ เช่น ข่าวพบคนติดเชื้อ หรือ ลักษณะการติดเชื้อแปลก ๆ ที่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือไม่มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ไม่ควรแชร์ต่อ ควรศึกษาและติดตามข่าวจากช่องทางที่เชื่อถือได้จากกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาล เพราะการแชร์ข่าวปลอมนอกจากจะทำให้คนอื่นตื่นตระหนกตาม ๆ กัน ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์อีกด้วย ถ้าไม่อยากถูกฟ้องร้องมีความผิด ก็อย่าเพิ่งรีบแชร์ข่าวที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ

มดงานนิรนาม คือใคร?

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นอันดับ 1 ในโลกคาดว่ามีจำนวนถึง 2 ล้านคนที่เดินทางมาถึงประเทศไทย ถือว่ามีความเสี่ยงถึง 15.03% แต่เราก็ผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวโดยส่งนักท่องเที่ยวจีนกลับบ้านได้ และตรวจสอบผู้ติดเชื้อได้ทันเวลา

ผู้ที่กล่าวถึง #มดงานนิรนาม เป็นท่านแรก คือ นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยกล่าวผ่านเพจส่วนตัวว่า คนไทยมีทีมงานที่เรียกแทนกันได้ว่าเป็น มดงานนิรนาม โดยเป็นผู้ที่ทำงานหนัก เกี่ยวกับการติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทาง และตรวจคัดกรองในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเป็น Team Work โดยไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นคนได้หน้าจากงานนี้ เพราะทุกคนต้องการให้ไทยผ่านศึกโรคระบาด COVID-19 นี้ได้อย่างรวดเร็ว

 

เพราะฉะนั้นเราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับ โรคไวรัสโคโรนา 2019 ได้ในทุก ๆ ที่ โดยดูแลรักษาตัวเอง และดูแลคนในครอบครัวให้เข้าถึงข่าวสารและการป้องกันตัวอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงจากโรคไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะด้านสุขลักษณะ ไม่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อลักษณะคล้ายไข้หวัด และดูแลตัวเองให้ดี ๆ ไม่แชร่์ข่าวปลอม  และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี

ที่มาจาก :
1. weforum
2. bangkokbiznews.com
3. PANTIP – ไทยทำไมเก่งจัง ยอดติดเชื้อโควิดนิ่งมาก ปท อื่นเขาลามกันปิดเมือง

 

Read More :

Exit mobile version