รายละเอียดลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดจุฬาภรณ์ แอสตร้าฯ-ซิโนแวค

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดจองวัคซีนโควิดสำหรับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงวิกฤตในประเทศไทยส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตต่อวันจำนวนมากอัปเดตล่าสุด (30 ส.ค.64) ผู้ติดเชื้อใหม่ 15,972 ราย เสียชีวิต 256 ราย ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่สูงต่อเนื่องแม้ว่าจะมีการออกมาตรการล็อกดาวน์มาแล้ว 2 เดือนเต็มก็ตาม ปัจจุบันรวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมจนถึงวันนี้ 1,190,066 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมสูงถึง 11,305 ราย

สาเหตุที่ทำให้คนไทยติดเชื้อและมีจำนวนผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากขนาดนี้มาจากปัจจัยหลัก ๆ ก็คือประชาชนคนไทยจำนวนมากยังไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้เนื่องจากวัคซีนไม่เพียงพอทำให้ไม่มีภูมิคุ้มกันหมู่ ล่าสุดมีคนไทยที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบสองโดสแล้วจำนวนทั้งสิ้น 6.6 ล้านคน คิดเป็นเปอร์เซ็นของประชากรเพียง 9.5% เท่านั้น

ข่าวดี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้เปิดลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนโควิดให้กับประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เคยเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 มาก่อน ในวันที่ 30 สิงหาคม 2564 นี้

Vaccination
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดจองวัคซีนโควิด

เงื่อนไขรายละเอียดการจอง

  • เปิดลงทะเบียนขอรับการจัดสรรวัคซีนหลักสำหรับบุคคลธรรมดาที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ https://vaccinecovid19.cra.ac.th/ ในวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2564 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป
  • ต้องเป็นผู้ที่ยังไม่เคยเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 มาก่อน
  • ผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับ SMS ตามลำดับ ID เพื่อแจ้งให้ท่านเข้ามาดำเนินการเลือกวัน-เวลาเข้ารับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2564 เป็นต้นไป
  • วัคซีนที่ฉีดคือ แอสตราเซเนกา และซิโนแวค (AstraZeneca หรือ Sinovac)
  • ขอสงวนสิทธิสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ที่สามารถเดินทางมารับวัคซีน ณ ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ CAT Convention Hall ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เท่านั้น (เพื่อไม่ให้เสียสิทธิสำหรับผู้ที่สามารถเข้ารับวัคซีนได้ตามช่วงเวลาที่กำหนด)
  • ผู้ลงทะเบียนจะต้องระบุข้อมูลเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขที่บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือหนังสือเดินทาง
  • เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไม่มีนโยบายให้ฉีดวัคซีนสลับชนิดกัน
  • ผู้ลงทะเบียนจองสิทธิไม่สามารถระบุวัคซีนที่ต้องการได้ โดยโควต้าวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรจะมาจากกระทรวงสาธารณสุข
Chulabhorn
ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดจุฬาภรณ์ แอสตร้าฯ-ซิโนแวค

ตั้งเป้าจัดหาวัคซีนได้ 124 ล้านโดสภายในสิ้นปี

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รับทราบเป้าหมายและกลยุทธ์ รวมถึงมาตรการควบคุมโควิด-19 แนวใหม่จาก ศบค. ทั้งนี้เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ โดยตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนครบ 2 โดสทั้งประเทศภายในสิ้นปี 2564 นี้

นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่าแนวโน้มสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในภาพรวมเริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ พื้นที่สีแดงเข้มมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อยังอยู่ในระดับ 4 พันกว่ารายต่อเนื่องเป็นสัปดาห์แล้ว แต่เพื่อไม่ให้เกิดความประมาทคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะ ศบค. เพิ่งมีมติผ่อนคลายล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 โดยให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามเขตจังหวัดได้ ให้นั่งรับประทานอาหารในร้านห้องแอร์ได้ 50% และ 75% กรณีเป็นร้านที่เปิดโล่งอากาศถ่ายเทสะดวก รวมถึงให้เปิดร้านตัดผม และห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ในที่ประชุม ศบค. เมื่อวันที่ 27 ส.ค.64 ยังมีการเสนอเป้าหมาย กลยุทธ์และมาตรการควบคุมโรคแนวใหม่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศตั้งเป้าให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติและปลอดภัยโดยเร็วที่สุด โดยจะพยายามทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ และจะลดระดับความรุนแรงลงเรื่อย ๆ ซึ่งคาดว่าภายในเดือนธันวาคมประชาชนจะสามารถใช้ชีวิตแนวใหม่ได้อย่างปลอดภัย

  • ส.ค. สถานการณ์รุนแรงที่สุด (สีแดงเข้ม) ตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ 70% ในกลุ่ม 608 ของ 12 จังหวัด
  • ก.ย. ความรุนแรงลดลง (สีแดง) ตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ 70% ในกลุ่ม 608 ครบทุกจังหวัด โดยจะเริ่มผ่อนคลายการเดินทาง กิจการ/กิจกรรมจำเป็นที่มีความเสี่ยงต่ำและความเสี่ยงปานกลาง และกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ต.ค. ความรุนแรงลดลงเป็นระดับปานกลาง (สีส้ม) ตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 70% ในกลุ่ม 608 และฉีดเข็มแรกได้ 50% ของประชากรทั้งประเทศ รวมถึงเด็ก โดยจะเริ่มผ่อนคลายกิจการเสี่ยงสูงบางประเภทและกิจกรรมในห้องปรับอากาศที่ผ่านการคัดกรองและมีมาตรการ
  • พ.ย. สถานการณ์ค่อนข้างปลอดภัย (สีเหลือง) ตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ 70% ของประชากรทั้งประเทศ และเข็ม 3 ในพื้นที่เสี่ยง โดยจะเริ่มผ่อนคลายกิจการเสี่ยงสูงทุกประเภท
  • ธ.ค. สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปลอดภัย (สีเขียว) ตั้งเป้าฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 70% ของประชากรทั้งประเทศ และเข็ม 3 ทั้งประเทศ

หมายเหตุ : กลุ่ม 608 ประกอบไปด้วย 1. กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป, 2. กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 โรค คือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตวายเรื้อรัง, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคอ้วน, โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน และ 3. กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ / บีบีซีไทย

อ่านเพิ่มเติม