งดสัมผัสน้ำตาผู้อื่น! หลังจากแพทย์ค้นพบเชื้อ Corona Virus ในน้ำตา

เพิ่มโอกาสติดเชื้อโคโรนาจากน้ำตาผู้ป่วย ควรเลี่ยงที่แออัด

นาทีนี้ประเด็นร้อนประเด็นแรงที่สุดก็ยังคงอยู่ที่เรื่องไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 (COVID-19) เพราะเป็นโรคระบาดที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และไม่มีทีท่าจะหยุดการแพร่ระบาดไปได้เลย ในตอนนี้ไทยเองก็ประสบปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่เช่นกันถึงขั้นประกาศความรุนแรงระดับ 3 แต่อย่าเพิ่งตกใจกันไป เพราะการประกาศนี้เกิดขึ้นเพื่อให้การเฝ้าระวังสามารถยกระดับได้มากขึ้น สามารถให้คนไข้ให้ความร่วมมือได้ดีขึ้น แต่ความรุนแรงจริง ๆ ยังไม่ร้ายแรงขนาดนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเห็นไทยยังสามารถควบคุมโรคได้แล้วเราจะลดความระมัดระวังลงได้ เพราะเชื้อไวรัสโคโรนาสามารถแพร่กระจายได้หลายช่องทาง

การติดต่อของไวรัสโคโรนา

ไวรัสโคโรนาเป็นไวรัสที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและปอด มีอาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด แต่หากมีภูมิคุ้มกันต่ำก็สามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ การดูแลร่างกายตัวเองให้แข็งแรงและหลีกเลี่ยงช่องทางที่เสี่ยงต่อการติดต่อ โดยไวรัสโคโรนาสามารถติดต่อได้ ดังนี้

  • การสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง

การสัมผัสผู้ป่วยเป็นการสัมผัสอย่างใกล้ชิดที่อาจจะไปโดนสารคัดหลั่ง รับเอาลมหายใจ ฝอยน้ำลาย หรือละอองเสมหะอันเนื่องมาจากความใกล้ชิด ทำให้ผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยมีโอกาสป่วยเป็นโคโรนาด้วยค่อนข้างสูง

  • การได้รับสารคัดหลั่งต่าง ๆ

การได้รับสารคัดหลั่งต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นแม้ไม่ได้เป็นผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยโดยตรง แต่อาจจะบังเอิญเจอกันในพื้นที่ขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า ที่ทำให้อาจจะได้รับสารจากการสัมผัสสิ่งของ ลมหายใจ หรือฝอยละอองต่าง ๆ

  • การสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อโคโรนาอยู่

การอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก บ่อยครั้งที่มีสิ่งของสาธารณะที่คนจำนวนมากมีโอกาสสัมผัส เช่น ราวบันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟต์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคได้ รวมไปถึงการหยิบจับธนบัตร เพราะเกิดการหมุนเวียนและมีโอกาสรับธนบัตรที่มีเชื้อโรคอยู่

  • การพูดคุยและสูดอากาศที่ใกล้กับผู้ป่วย

การพูดคุยอย่างใกล้ชิดในระยะที่สามารถแพร่เชื้อได้ ทำให้เกิดการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา เพราะการพูดคุยมีโอกาสสูง

ที่จะได้รับฝอยละอองจากน้ำลาย รวมไปถึงลมหายใจที่อยู่ในระยะแพร่เชื้อได้

สิ่งที่ยากในการป้องกันไวรัสโคโรนา คือ ระยะฟักตัว เพราะระยะฟักตัวปกติของโรคที่จะไม่แสดงอาการเท่ากับ 7 วัน แต่เพื่อป้องกันความผิดพลาด หรือป้องกันผู้ป่วยที่อาจจะแสดงอาการช้าจึงกำหนดให้เฝ้าระวังโรค 14 วัน ซึ่งอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะมีการยืนยันว่ามีผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการนานถึง 24 วัน และอาจจะมีผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการเลย แต่สามารถแพร่เชื้อให้คนใกล้ชิดได้ ดังนั้น การป้องกันตัวเองก่อนออกจากบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น

สาเหตุการติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทย

การติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทย ส่วนมากมักเกิดจากการได้คลุกคลีและใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยผู้ป่วยรายแรกของไทยเป็นคนจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย แล้วเกิดอาการไม่สบาย เมื่อนำไปตรวจจึงพบว่าป่วยจากไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ถือเป็นเคสแรกของไทยที่พบผู้ป่วยโควิด-19 แต่คนป่วยที่เป็นคนไทยและไม่เคยเดินทางไปจีนเป็นคนที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับคนจีนและได้รับเชื้อ ซึ่งคนป่วยเกือบทั้งหมดในไทยยังคงติดเชื้อจากการใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยตรง ยังไม่พบการติดเชื้อจากการสัมผัสของสาธารณะร่วมกัน ดังนั้น สิ่งที่ควรกระทำคือการหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีคนหนาแน่น แออัด เพราะสถานที่ที่แออัดจะมีการถ่ายเทอากาศที่ไม่สะดวก ทำให้เชื้อโรคสามารถอวลอยู่ได้เป็นเวลานานยิ่งขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้นไปด้วย

ผลวิจัยใหม่ชี้! น้ำตาสามารถแพร่เชื้อได้โคโรนาได้

สารคัดหลั่งประเภทน้ำลาย น้ำมูก และเสมหะเป็นสิ่งที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้ออกมาเตือนให้ระมัดระวัง เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ติดเชื้อได้ แต่ในปัจจุบันมีการยืนยันแล้วว่า “น้ำตา” ก็สามารถทำให้ติดเชื้อได้ โดยการทดลองนี้เกิดขึ้นมาจากการนำสารคัดหลั่งจากเยื่อบุลูกตามาทดสอบ และพบว่ามีผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาในน้ำตา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อไวรัสโคโรนามากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะไม่ใช่เพียงการไอและจามเท่านั้นที่สามารถส่งต่อฝอยละอองได้ แต่หมายรวมถึงการหาวและการร้องไห้สามารถส่งต่อเชื้อได้ ประชาชนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น

การป้องกันตนเองไม่ให้ป่วยเป็นโควิด-19 (COVID-19)

การป้องกันตนเองจากไวรัสโคโรนาเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะการแพร่ระบาดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน ทั้งจากคนใกล้ตัว หรือคนที่เดินผ่านกันก็ได้ เมื่อโคโรนากลายเป็นโรคใกล้ตัว การรู้จักป้องกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก วิธีการป้องกันโคโรนาไวรัสง่าย ๆ มีดังนี้

  • กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

หลักการง่าย ๆ 3 ประการที่ใช้ได้กับทุกโรค คือ กินร้อน เป็นการรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้ความร้อนไปฆ่าเชื้อโรค ช้อนกลาง เป็นการใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันน้ำลายจากช้อนของผู้อื่น ล้างมือ เป็นวิธีที่ได้รับการแนะนำมากที่สุด เพราะมือมักจะต้องสัมผัสกับสิ่งอื่น ๆ ตลอดเวลาจึงอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนมาได้ง่าย การล้างมือบ่อย ๆ จึงเป็นวิธีป้องกันเชื้อโรคที่ได้รับการแนะนำมากที่สุด

  • สวมหน้ากากอนามัยเป็นประจำ

หน้ากากอนามัยมีคุณสมบัติในการกรองเชื้อโรคและฝุ่นละออง เมื่อจะออกนอกบ้านจึงควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำ เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อยู่ในอากาศ และป้องกันฝอยละอองที่อาจมาจากการไอ จาม ใกล้ ๆ ตัว

  • ไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงติดโรค

การระบาดของโรคมีอยู่หลายพื้นที่ ทั้งในประเทศและการประเทศ ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศเสี่ยงติดเชื้อโคโรนา หรือหากจำเป็นต้องเดินทางควรมีประกันไวรัสโคโรนาติดตัวไว้ในกรณีฉุกเฉิน เพราะโรคระบาดเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา

  • กักตัว 14 วันหลังกลับจากพื้นที่เสี่ยงโรคระบาด

การกักตัว 14 วันหลังกลับจากพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพราะ 14 วันเป็นระยะที่ถูกระบุว่าเป็นช่วงฟักตัวของโรค การกักตัวเอง 14 วัน เป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยป้องกันผู้อื่นจากการติดเชื้อ ในกรณีที่ตัวเราเองมีโอกาสสูงในการเป็นผู้แพร่เชื้อ

ไวรัสโคโรนาเป็นเชื้อโรคใหม่ที่เพิ่งค้นพบ และยังคงมีเรื่องใหม่ ๆ ให้ระวังอยู่เสมอ การรับมือจึงต้องรัดกุม และประชาชนควรป้องกันตนเองเพื่อลดโอกาสส่งต่อเชื้อไปยังผู้อื่น โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เป็นส่วนหนึ่งในการยุติการระบาดของโคโรนาไปด้วยกัน

อ่านเพิ่มเติม: