ปีใหม่ 2563 ขึ้น MRT กลับบ้านได้ถึงตีสอง

นับถอยหลังข้ามปี มั่นใจมีรถไฟฟ้ากลับบ้านแน่นอน

ใครว่าไม่มีรถแล้วจะไปเคาท์ดาวน์นอกบ้านไม่ได้ วันนี้ชาวกรุงเทพหรือต่างจังหวัดที่มีแพลนเคาท์ดาวน์ในกรุงเทพมหานครแล้วกังวลว่าจะไม่มีรถกลับ คงไม่ต้องกังวลเพราะปัญหานี้จะหมดไป เนื่องจากรถไฟฟ้า MRT ขยายเวลาปิดสถานีในวันสิ้นปี พร้อมขยายเวลาปิดอาคารจอดรถของ MRT เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่เคาท์ดาวน์นอกบ้านแล้วไม่อยากนำรถส่วนตัวไปเองหรือไม่มีรถส่วนตัว

ข้อดีของการเดินทางด้วย MRT ในวันสิ้นปี

วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่เป็นวันที่คนที่ยังคงอยู่ในกรุงเทพเดินทางไปเคาท์ดาวน์ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าที่มีการจัดงาน คอนเสิร์ตตามสถานที่ต่าง ๆ งานปีใหม่ของหน่วยงานต่าง ๆ ตามแต่ความชอบและความสะดวก โดยการที่คนจำนวนมากเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเดียวกันย่อมเกิดความหนาแน่นของการจราจร การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ช่วยหลีกเลี่ยงรถติด สามารถถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันเอง

การขยายเวลาเปิด – ปิดทำการของ MRT และอาคารจอดรถ

การขยายเวลาปิดทำการของรถไฟฟ้าและอาคารจอดรถ MRT จัดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการที่ต้องการไปเคาท์ดาวน์ มีรายละเอียดวันและเวลา ดังนี้

ขยายเวลาเปิด – ปิดอาคารจอดรถ

อาคารจอดรถจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เวลา 05.00 น. – 1 มกราคม 2563 เวลา 03.00 น. อาคารจอดรถที่กล่าวถึงหมายถึงอาคารจอดรถจอดแล้วจรของ MRT สายเฉลิมรัชธรรม (สายสีน้ำเงิน) 13 แห่ง, สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) 4 แห่ง และสายสีเขียว 1 แห่ง

ขยายเวลาปิดสถานีเดินรถไฟฟ้า MRT

สถานีเดินรถไฟฟ้า MRT จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เวลา 06.00 น. จนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2563 (หมายถึงช่วงรอยต่อจากคืนข้ามปีวันที่ 31 ธันวาคม 2562 แล้วเข้าสู่คืนที่ 1 มกราคม 2563) โดยเส้นทางที่เปิดให้บริการประกอบด้วย เส้นทาง MRT สายเฉลิมรัชธรรม (สายสีน้ำเงิน) ตั้งแต่สถานีเตาปูน – หลักสอง ไม่รวมสถานีเปิดใหม่ 8 สถานีที่อยู่ในช่วงทดลองใช้เสมือนจริง และ MRT สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ตลอดสาย

วันปีใหม่ที่รถไฟฟ้า MRT เปิดยาวนานขึ้น เปิดโอกาสให้คนสามารถเดินทางไปเคาท์ดาวน์และเดินทางกลับได้อย่างสะดวก หมดกังวลเรื่องการเดินทาง โดยผู้ที่เดินทางกับรถไฟฟ้าบ่อย ๆ สามารถพิจารณาทำบัตรเดินทางด้วยรถไฟฟ้า เพื่อการเดินทางที่คุ้มค่าของคุณ

อ่านเพิ่มเติม: