ตรวจสอบสิทธิ์เยียวยานักเรียน 2 พัน จ่ายยังไง เงินเข้าวันไหน

มาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้แก่ผู้ปกครอง

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงและกินระยะเวลานานต่อเนื่องหลายเดือน แม้รัฐบาลจะมีคำสั่งล็อคดาวน์จังหวัดพื้นที่เสี่ยงหลายจังหวัด รวมถึงปิดกิจการหลายกิจการเป็นการชั่วคราวเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อ แต่ดูเหมือนผู้ติดเชื้อใหม่และผู้เสียชีวิตยังคงไม่ลดลง มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้คาดการณ์ว่ายังคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าทุกอย่างจะเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้

ระหว่างนี้มีประชาชนรวมถึงเจ้าของกิจการจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการปฎิบัติตามคำสั่งล็อคดาวน์ของทางภาครัฐ หลายคนต้องตกงานสูญเสียรายได้ หลายกิจการต้องปิดตัวลง ในส่วนนี้รัฐบาลก็ได้มีการขยายระยะเวลามาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนหลายอย่าง รวมถึงออกมาตรการเยียวยาใหม่ ๆ ให้ครอบคลุมประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นมากมาย และหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือที่เพิ่งประกาศออกมาซึ่งเป็นมติคณะรัฐมนตรี โดยเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการก็คืออนุมัติโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

รายละเอียดโครงการตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2564

thaigov
มติคณะรัฐมนตรี ช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

1. อนุมัติโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามมาตรการที่ 1 โดยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา จำนวน 2,000 บาทต่อคน ในภาคการศึกษาที่ 1/2564 กรอบวงเงิน 21,905.9200 ล้านบาท โดยใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้แผนงาน/โครงการกลุ่มที่ 2 ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2564

2. เห็นควรมอบหมายให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษา เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ ดำเนินการจัดทำความต้องการใช้จ่ายเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะสามารถจัดหาเงินกู้เพื่อใช้จ่ายโครงการตามแผนการใช้จ่ายเงินที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการเงินของภาครัฐ

3. มอบหมายให้สถานศึกษาของรัฐ เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอนและการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามระเบียบของทางราชการ และในกรณีที่สถานศึกษามีความจำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มเติมจากภาครัฐให้เสนอขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากแหล่งเงินอื่น ๆ อาทิ

เงินกองทุนต่าง ๆ เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นตามขั้นตอนของระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ กรณีสถานศึกษาที่อยู่ภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรพิจารณาใช้แหล่งเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นลำดับแรก

4. อนุมัติโครงการมาตรการการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท

ขั้นตอนการจ่าย

จ่ายผ่านสถานศึกษา โดยที่สถานศึกษาแต่ละแห่งจะทำการโอนจ่ายให้กับนักเรียน นักศึกษาในรูปแบบเงินสดหรือเข้าบัญชีธนาคารอีกครั้ง จำนวนเงินรวมตามโครงการทั้งสิ้น 21,600 ล้านบาท จำนวนผู้ปกครองที่คาดว่าจะได้สิทธิประมาณ 11 ล้านคน

จ่ายเงินเยียวยาเมื่อไหร่

ทั้งนี้ เห็นควรมอบหมายให้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณากำหนดกลไกการตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการให้ความช่วยเหลือที่ซ้ำซ้อนของนักเรียน/นักศึกษาในสถานศึกษาทั้งหมดในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทั้งสถานศึกษาของรัฐและสถานศึกษาเอกชน

และนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการควบคู่กับการกำหนดหลักเกณฑ์และระบบการจัดเก็บเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ที่ใช้ในการเบิกจ่ายอย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ คาดว่าภายในวันที่ 31 สิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายนนี้ สถานศึกษาจะได้รับเงิน และทำการโอนเงินเยียวยา 2,000 บาท ให้นักเรียนและผู้ปกครองต่อไป

สท. เปิดช่องทางให้ผู้ปกครองตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปฯ

เยียวยานักเรียน 2 พันบาท
แอปพลิเคชั่น สช. On mobile

หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้แก่ผู้ปกครองในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกระทรวงศึกษาธิการ ให้กับนักเรียนในระบบการศึกษาไทยภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โดยให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อลดภาระให้แก่ผู้ปกครองในอัตรา 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คนนั้น

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สท.) ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ปกครองโดยได้เปิดแอปพลิเคชั่น สช. On mobile เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถตรวจสอบสิทธิได้แล้วเพียงกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน (สำหรับนักเรียนไทย) ส่วนนักเรียนชาวต่างชาติหรือนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียน สามารถตรวจสอบได้โดยใช้รหัส G-Code ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ขอทราบรหัส G-Code ได้ที่โรงเรียนที่ตนศึกษาอยู่
อ้างอิง : thaigov.go.th

อ่านเพิ่มเติม