เดือนมกราคม – มีนาคม 64 หักประกันสังคม แค่ 3% จริงไหม?

ads

ปรับลดหักประกันสังคมต่อช่วงโควิดระลอกใหม่จริงหรือไม่?

สวัสดีค่ะตั้งแต่เข้าสู่ปี 2020 ก็เรียกได้ว่าประเทศไทยและหลากหลายประเทศทั่วโลก ต่างต้องพบเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่เรียกได้ว่าส่งผลต่อบุคคลมากมายหลากหลายกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของแรงงานไปจนถึงบุคคลทั่วไป

โดยจากกรณีที่มีการลดหย่อนการจ่ายเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่ผ่านมาโดยได้มีการลดการจ่ายเงินประกันสังคมให้สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39

โดยเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางด้าน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการแถลงการประชุมคณะรัฐมนตรี ในเรื่องที่ครมมีการอนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนด อัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงาน เพื่อปรับลดจ่ายประกันสังคมมาตรา 33 เหลือ 3% จาก 5% ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 2564 เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 รอบใหม่ โดยได้มีการปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเป็นอัตราใหม่ โดยจะช่วยให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ส่งเงินสมทบลดลงจากเดิมสำหรับลูกจ้างที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป ซึ่งปกติต้องสมทบทุนสูงสุดเดือนละ 750 บาทหรือคิดเป็นอัตราค่าเปอร์เซ็นต์ โดยลดลง เหลือเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ คือสูงสุดเดือนละ 450 บาทที่มีการอนุมัติให้ใช้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 2564 รวมระยะเวลา 3 เดือนด้วยกัน

ทั้งนี้ยังได้มีการเสนอให้มีการลดหย่อนการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมของนายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้เหลือฝ่ายละ 1% เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยถ้าเป็นไปได้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 มีนาคม 2564 นอกจากนี้ทางด้านนายสุชาติ ยังได้มีการกล่าวเพิ่มเติมว่าตอนนี้มีผู้ประกันตนตกงานกว่า 7.9 แสนคน อีกทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นไปจนถึง 2.5 ล้านคน สำหรับผู้ประกันตนในกรณีที่ถูกสั่งพักงานชั่วคราวหรือถูกให้ออกจากงานได้ในอนาคต

การปรับลดในส่วนของการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมนั้น กลับมาให้จ่ายเต็มจำนวน 5% เมื่อไหร่นั้นหรือจะมีการขยายการลดหย่อนต่อไปอีกอย่างไรนั้นต้องติดตามกันต่อไป ทาง Promotions.co.th จะนำข่าวสารน่ารู้มาอัพเดตกันอย่างแน่นอน

READ MORE :