Home สำรวจตลาด ข่าวสาร iBox คืออะไร? สมัครใช้งานและมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง?

iBox คืออะไร? สมัครใช้งานและมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง?

iBox คืออะไร? สมัครใช้งานและมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง?

รับพัสดุจากไปรษณีย์ได้ง่าย ๆ แม้ไม่มีคนอยู่บ้าน

การขนส่งพัสดุต่าง ๆ จะต้องมีตัวกลางในการขนส่ง หนึ่งในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่ขนส่ง คือ ไปรษณีย์ไทย โดยไปรษณีย์ไทยจะมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับบริการด้านไปรษณีย์ทั้งหมด บทบาทหลัก ๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี คือ การรับฝากส่งพัสดุภายในและนอกประเทศ

บริการฝากส่งพัสดุของไปรษณีย์ไทย

การฝากส่งพัสดุกับไปรษณีย์ไทยมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ การส่งพัสดุแบบลงทะเบียนธรรมดา (Register) และการส่งพัสดุแบบด่วนพิเศษ (EMS) โดยความต่างของทั้ง 2 แบบ คือ ราคา ความเร็วในการจัดส่ง และการตรวจสอบสถานะการส่ง โดยการส่งแบบธรรมดาจะราคาถูกกว่า แต่ได้รับพัสดุช้ากว่า และไม่สามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งระหว่างทางได้ ขณะที่การส่งแบบ EMS จะราคาแพงกว่า แต่ได้ของรวดเร็ว และสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้ เมื่อทำการฝากส่งแล้ว ไปรษณีย์จะทำการขนส่งพัสดุไปยังผู้รับ โดยปกติผู้รับจะต้องมีคนอยู่บ้านเพื่อรับพัสดุและลงชื่อรับพัสดุ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพัสดุหลังการจัดส่ง หากเกิดกรณีไม่มีคนอยู่บ้านเลย พนักงานไปรษณีย์จะนำพัสดุไปไว้ที่ไปรษณีย์กลางประจำจังหวัดและผู้รับต้องไปติดต่อขอรับพัสดุเอง พร้อมบัตรประชาชน

บริการรับพัสดุผ่าน iBox สะดวกแม้ไม่อยู่บ้าน

ไปรษณีย์ไทยเปิดให้บริการใหม่ชื่อว่า “iBox” เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้รับที่ไม่อยู่บ้าน โดย iBox เป็นตู้ไปรษณีย์อัจฉริยะ มีวิธีการทำงานโดยนำพัสดุของผู้ที่ลงทะเบียน iBox มาฝากไว้ที่ตู้ แล้วส่ง SMS ถึงผู้รับให้ทราบว่าพัสดุมาถึงแล้ว ผู้รับสามารถมารับพัสดุได้ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากได้รับ SMS ความสะดวกของตู้ iBox คือ ผู้รับสามารถเลือกให้ไปรษณีย์มาส่งที่ตู้ iBox ใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางไปเอาพัสดุถึงไปรษณีย์กลาง และสามารถรับพัสดุได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

การลงทะเบียนและเงื่อนไขของ iBox

การลงทะเบียนเพื่อใช้บริการ iBox สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการกดลงทะเบียนในหน้าเว็บไซต์ของ iBox.Thailandpost โดยการกรอกข้อมูลบัตรประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมลล์ และตู้ iBox ที่ต้องการลงทะเบียนเพื่อรับพัสดุ เมื่อเสร็จสิ้นการลงทะเบียนแล้วจะมีรหัส OTP ส่งมาทาง SMS เพื่อยืนยันตัวตน

การลงทะเบียนกับ iBox ทำให้ผู้รับสามารถรอรับพัสดุได้ที่ iBox ที่กำหนด โดยการใช้ iBox มีเงื่อนไขที่สำคัญ คือ รับฝากส่งเพียงพัสดุที่สามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งหมายถึงพัสดุแบบลงทะเบียนธรรมดา (Reg) และพัสดุแบบส่งด่วนพิเศษ (EMS) เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับบริการเก็บเงินปลายทาง และบริการอื่น ๆ ของไปรษณีย์ได้ และต้องเป็นพัสดุที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินตู้ iBox คือ ขนาดไม่ใหญ่กว่ากล่องไปรษณีย์ขนาด ฉ หรือ 30x45x20 เซนติเมตร

ขั้นตอนการส่งและรับพัสดุจาก iBox

การจะได้รับพัสดุ โดยไปรับที่กล่อง iBox ต้องเริ่มจากการระบุที่อยู่ผู้รับบนกล่องพัสดุ ดังนี้

ระบุชื่อผู้รับ, เบอร์โทรศัพท์, ตู้ iBox ที่ต้องการส่ง พร้อมรหัสไปรษณีย์ของตู้ iBox ให้ชัดเจน

เมื่อส่งพัสดุ แล้ว เมื่อพัสดุมาถึงพนักงานไปรษณีย์จะนำพัสดุไปส่งที่ตู้ iBox ตามที่ระบุไว้บนกล่องพัสดุ และส่ง SMS แจ้งเตือนไปยังผู้รับให้มารับพัสดุที่ iBox โดยใน SMS จะมีรหัส OTP ที่ต้องใช้ในการเปิดตู้ iBox ขั้นตอนการรับพัสดุที่ iBox มีวิธีการ ดังนี้

  1. เดินทางไปที่ iBox ที่ได้ลงทะเบียนไว้
  2. สอดบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกรอกรหัส OTP ที่ได้รับจาก SMS ลงไป
  3. รับพัสดุจากในตู้ iBox ได้เลย

ค่าใช้จ่ายในการส่ง iBox

การส่งพัสดุโดยส่งไปที่ตู้ iBox จะมีอัตราราคาเริ่มต้นที่ 40 บาท ในเขตกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล และราคาเริ่มต้นที่ 55 บาท สำหรับการส่งในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งราคาอาจเพิ่มขึ้นตามประเภทการส่ง คือ การส่ง EMS จะมีราคาสูงกว่าการส่งแบบธรรมดาเล็กน้อย และน้ำหนักของพัสดุก็มีส่วนต่อราคาค่าส่งเช่นกัน

การค้นหาตู้ iBox

ปัจจุบันตู้ iBox มีตั้งไว้ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ในประเทศ และทางไปรษณีย์ไทยก็มีแผนในการขยายพื้นที่ให้บริการ iBox เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปค้นหาตู้ iBox ได้ที่เว็บไซต์ iBox.Thailandpost

ไปรษณีย์ไทยเริ่มต้น iBox ด้วย 28 สาขาในกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีตู้ iBox ทั้งหมด 51 แห่งทั่วประเทศ ทั้งบริเวณที่ทำการไปรษณีย์เองและบนห้างสรรพสินค้า สามารถเข้าไปค้นหาสาขาใกล้บ้าน เพื่อความสะดวกในการรับพัสดุ

การใช้บริการไปรษณีย์ iBox สร้างความสะดวกสบายในยุคปัจจุบันที่อาจจะไม่มีคนอยู่บ้านเพื่อรับพัสดุ และผู้ที่ต้องการใช้พัสดุแบบด่วน สามารถไปรับได้เลยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องวันหยุดไปรษณีย์หรือเวลาทำการของไปรษณีย์ เพราะสามารถไปรับได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ iBox  ถือเป็นการยกระดับการบริการของไปรษณีย์ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ THP contact center 1545 และเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทย

อ่านเพิ่มเติม: