10 วิธีดูแลสภาพจิตใจตัวเอง หลังเสพข่าวร้าย

ads

ทำอย่างไร? เมื่อเกิดอาการดาวน์หลังเจอเรื่องสะเทือนใจ

การเจอข่าวร้ายหรือเรื่องสะเทือนใจเป็นสิ่งที่กระทบต่อความรู้สึกโดยตรง โดยปกติมนุษย์จะสามารถจัดการอารมณ์ตัวเองหลังเจอข่าวร้ายได้ แต่บางครั้งมันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด หลายครั้งเรื่องสะเทือนใจบางเรื่องใช้เวลานานกว่าที่เคยในการปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ และบางคนอาจใช้เวลาทั้งชีวิตติดอยู่กับฝันร้ายเมื่อเจอเรื่องสะเทือนใจ เราจึงควรรู้วิธีการจัดการกับตัวเองเมื่อเกิดอารมณ์สะเทือนใจอย่างหนัก เพื่อป้องกันโรคที่เกี่ยวกับสภาวะอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้น

โรค PTSD ภาวะตกใจหลังเจอเหตุการณ์สะเทือนใจ

เมื่อพบเจอเรื่องราวที่กระทบกับความรู้สึกอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นข่าวร้ายของคนใกล้ตัว การอยู่ในเหตุการณ์ฆาตกรรม การประสบภัยพิบัติ การพบเห็นคนรู้จักเสียชีวิต และเหตุการ์อื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดอารมณ์ตกใจอย่างเฉียบพลันและนำไปสู่การคิดวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอาจสรุปได้ว่าสาเหตุการเกิดโรค PTSD มาจาก 2 ประการ คือ

  • การพบภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น การประสบภัยสึนามิ การประสบเหตุแผ่นดินไหว การอยู่ในพื้นที่เกิดภูเขาไฟระเบิด
  • การพบภัยพิบัติจากมนุษย์ เช่น การถูกล่วงละเมิดทางเพศ การพบเห็นความรุนแรง การตกเป็นเหยื่อทำร้ายร่างกาย

นอกจากการพบเจอเหตุการณ์ข้างต้นแล้ว ยังมีกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดโรค PTSD ได้ง่าย แม้จะไม่ได้ประสบเหตุการณ์สะเทือนใจร้ายแรง ได้แก่

  • ผู้มองโลกในแง่ร้าย

คนกลุ่มนี้จะมีความวิตกกังวลมากกว่าคนปกติ โดยเมื่อประสบกับเรื่องร้ายมีแนวโน้มที่จะคิดต่อไปในทางที่ร้ายขึ้น และนำไปสู่การย้ำคิดย้ำทำ จนเกิดภาวะโรค PTSD ได้ในที่สุด

  • ผู้ป่วยโรควิตกกังวลหรือซึมเศร้า

ผู้ป่วยโรควิตกกังวลและซึมเศร้าจะเกิดอารมณ์ซึมเศร้าและมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรค PTSD ได้ง่ายขึ้นเมื่อพบเจอเรื่องราวที่ก่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจ

อาการของโรค PTSD

อาการของโรค PTSD เกิดขึ้นหลายระยะ โดยในระยะแรกจะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการเหล่านี้

  • เกิดอาการช็อคหลังเกิดเหตุการณ์
  • ตกใจและหวาดกลัว

โดยปกติแล้วการเกิดอาการข้างต้นเป็นเรื่องปกติเมื่อเกิดเรื่องสะเทือนใจ และโดยปกติจะหายไปได้เอง แต่หากยังคงมีอาการอย่างต่อเนื่อง และมีอาการอื่น ๆ ตามมาก็ถือเป็นสัญญาณของการเป็นโรค PTSD โดยอาหารที่ตามมา ได้แก่

  • รู้สึกเหมือนกลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีก
  • หวาดกลัวและหลีกเลี่ยงผู้คน จุดเกิดเหตุ หรือสถานการณ์ที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์นั้น

การเกิดอาการของโรค PTSD สามารถเกิดได้กับทุกวัย แต่หากเกิดกับเด็กผลกระทบจะร้ายแรงกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถจัดการอารมณ์ตัวองได้ดี การเกิดภาวะของโรคจึงส่งผลให้เกิดผลกระทบอื่น ๆ ตามมา เช่น การมีพัฒนาการช้า การไม่จดจ่อต่อการเรียน การมีพฤ๖กรรมเสี่ยงและต่อต้านสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องระมัดระวัง

10 วิธีการง่าย ๆ ในการดูแลสภาพจิตใจหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ

การเกิดโรค PTSD นำไปสู่การเกิดโรคทางจิตอื่น ๆ ที่ส่งผลให้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นจึงควรมีวิธีการดูแลตัวเองในขณะที่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ เพื่อป้องกันอาการซึมเศร้าอื่น ๆ ตามมา โดยมีวิธีการดูแลตัวเองแบบง่าย ๆ ดังนี้

1 อยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย

ความปลอดภัยในที่อยู่อาศัยช่วยเพิ่มความอบอุ่นและปลอดภัยให้กับผู้ป่วยได้ โดยเป็ยการทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์ร้าย ๆ จะไม่เกิดขึ้นอีก

2 เปิดใจกับครอบครัว เพื่อนสนิท หรือผู้ที่ไว้ใจ

การพูดคุยและเปิดใจเป็นการระบายอารมณ์และความรู้สึกช่องทางหนึ่ง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและได้ระบายความอัดอั้นทางใจออกช่องทางหนึ่ง แต่ผู้รับฟังต้องพร้อมจะเข้าใจ

3 ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นการดึงสมาธิไปยังส่วนอื่น ช่วยหลั่งสารเอ็นโดรฟิน (Endorphin) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย สบายตัว และไม่ฟุ้งซ่าน

4 ฝึกสมาธิหรือโยคะ

การฝึกสมาธิช่วยให้จิตใจผ่องใส ไม่ฟุ้งซ่าน หรือจมอยู่ในเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจมากเกินไป เป็นการอยู่กับตัวเองมากขึ้น และการฝึกโยคะก็เป็น 1 ในวิธีการฝึกสมาธิ

5 ทำกิจกรรมกับครอบครัว หรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน

บางครั้งการอยู่กับตัวเองอาจก่อให้เกิดภาวะที่ร่างกายฟุ้งซ่าน การหากิจกรรมทำร่วมกันเพื่อดึงผู้ป่วยออกจากความคิดร้าย ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัย โดยต้องพยายามหากิจกรรมที่ผู้ป่วยสามารถร่วมสนุกด้วยได้

6 ทำความเข้าใจโรค PTSD

การเกิดภาวะตกใจ หวาดกลัว และช็อคหลังจากพบเจอเรื่องราวสะเทือนใจ การทำความเข้าใจความเป็นไปของโรค และเห็นว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ และต้องรู้จักปล่อยวาง ช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลายได้มากขึ้น

7 ดูแลตัวเอง

การดูแลตัวเอง คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการดูแลให้ตัวเองดูดี เพราะการเห็นตัวเองดูดี ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น และลดอาการซึมเศร้าได้

8 หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว

การอยู่คนเดียวมีข้อดีที่ได้ใช้เวลาทบทวนหรือทำความเข้าใจสภาวะอารมณ์ของตัวเอง แต่ในช่วงที่ยังคงมีอาการ การคิดทบทวนจะเป็นแง่ร้ายมากกว่าแง่ดี จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวสักพัก

9 งดคาเฟอีนและบุหรี่

คาเฟอีนและบุหรี่มีสารที่ก่อให้เกิดความกังวล การที่ผู้ป่วยมีอาการวิตกกังวลหลังเหตการณ์สะเทือนใจทำให้ไม่เหมาะกับการบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและสูบบุหรี่

10 พบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

การพบแพทย์เป็นวิธีการที่ทำให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง หากผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมอารมณ์ด้านลบของตนเองได้ การพบแพทย์เป็นทางออกที่ดีที่สุด

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลตนเอง คือ การเห็นคุณค่าในตนเอง และพยายามปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ภาวะช็อค ตกใจ อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การรู้จักดูแลตัวเองช่วยให้ร่างกายและจิตใจสามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ ได้

อ่านเพิ่มเติม: