ออมสินเตรียมไฟเขียว! เพิ่มมาตรการความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ads

ไฟเขียวแล้วเตรียมเพิ่มมาตรการความเข้มข้นสำหรับช่วยกลุ่มลูกค้าสู้ภัยเชื้อไวรัส

ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ถือว่ากำลังเข้าสู่ช่วงรุนแรงส่งผลต่อประเทศและเศรษฐกิจเป็นอย่างมากทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยว การเงินหรือแม้แต่ระบบต่างๆ ภายในประเทศที่ต้องเพิ่มมาตรการต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยทางด้านธนาคารออมสินหลังจากที่ได้มีการ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในด้านของ การลดภาระค่าใช้ จ่ายจากค่าใช้จ่ายประเภทสินเชื่อและบัตรเครดิตในส่วนของอัตราดอกเบี้ย และการจ่ายเงินขั้นต่ำแล้วนั้น วันนี้ธนาคารออมสินไฟเขียว เพื่อเพิ่มความเข้มข้นมาตรการการช่วยเหลือทุกกลุ่มลูกค้าในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการการช่วยเหลือลูกค้าได้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมถึง 30 มิถุนายน 2563 โดยธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือ ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนี้

  1. พักการจ่ายเงินต้น 2 ปี
  2. จ่ายดอกเบี้ยรายเดือน 50 เปอร์เซ็นต์ถึง 100 เปอร์เซ็นต์
  3. คืน Cash Back 20% ของดอกเบี้ยที่ชำระการจ่ายทุกๆ 6 เดือนเป็นเวลา 1 ปี
  4. ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระไม่เกิน 4 ปี

**เงื่อนไขต่างๆจะเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

โดยทางด้านบอร์ดผู้บริหารของธนาคารออมสิน ได้มีการเพิ่มความเข้มข้นในการช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งในส่วนของการพักหนี้เงินต้น ไม่เกิน 2 ปีชำระแต่ดอกเบี้ยตั้งแต่ 50-100% ชำระดีติดต่อกันทุก 6 เดือนสามารถรับเงินคืนได้ 20% ของดอกเบี้ยที่จ่ายรวมทั้งสิ้น 2 ครั้งต่อปี โดยมีการเปิดให้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ gsb.or.th ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2556 อีกทั้งยังมีการจัดเงินกู้เพิ่มเติมสำหรับการใช้จ่ายหากจำเป็น มีจำนวนวงเงิน 50,000 บาท โดยคิดดอกเบี้ย 50 % ต่อเดือนซึ่งไม่ต้องมีหลักประกัน และไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ปลอดชำระหนี้นาน 6 เดือน เนื่องจาก เป็นมาตรการการผ่อนปรนภาระและเงื่อนไขการชำระเงินกู้ช่วยเหลือให้คนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเน้นช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งในกลุ่มของธุรกิจการท่องเที่ยว ขนส่ง บริการ หรือแม้แต่ธุรกิจโรงแรม แต่เนื่องจากสถานการณ์ที่เลวร้ายลงอีกทั้งยังมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นรวมถึงในประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้หลายๆ ฝ่ายได้รับผลกระทบกันเป็นวงกว้าง

ดังนั้นธนาคารออมสินจึงได้มีความเห็นชอบในส่วนของมาตรการการให้ความช่วยเหลือสำหรับลูกค้าธนาคาร การผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระเงินกู้หรือแบ่งเบาภาระสินเชื่อต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้มีเงินสดในการหมุนเวียนใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะการใช้จ่ายซื้อสิ่งของจำเป็นต่อการรับมือในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโดยมาตรการนี้ครอบคลุมไปยังถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยทั้งสินเชื่อธุรกิจสินเชื่อบุคคล ตลอดไปจนถึงสินเชื่อเพื่อการประกอบการ sme แต่มาตรการนี้จะเฉพาะลูกค้าที่ยังคงสถานะเป็นลูกค้านี่ปกติและไม่มีสถิติหรือบันทึกสถานะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในเครดิตบูโรแต่อย่างใด

นอกจากนี้ทางธนาคารออมสินได้มีการเพิ่มมาตรการ ให้สินเชื่อช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจไทย ภายใต้สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน สำหรับช่วยเหลือลูกค้าเดิมในวงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาทอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อเดือนสามารถชำระเงินกู้ได้ไม่เกิน 5 ปี โดยไม่ต้องมีหลักประกันหรือไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน สามารถผ่อนปรนได้โดยไม่ต้องชำระคืนเงินกู้ใน 6 เดือนแรก ซึ่งสามารถยื่นเรื่องกู้ยืมได้ ตั้งแต่วันนี้ – เดือนตุลาคม 2563 โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารออมสินที่เบอร์ 1115

สำหรับใครที่เจอผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปีในปัจจุบันนั้นก็สามารถเลือกใช้บริการหรือแจ้งลงทะเบียนรับสิทธิ์สำหรับธนาคารออมสินได้ ล้างข้อมูลข้างต้นที่กล่าวไป หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารออมสินโดยตรงได้เช่นกันนะคะ

ล่าสุดกรมสรรพสามิต จับมือ ธนาคารออมสิน แจกแอลกอฮอล์เจลเพื่อทำความสะอาดมือให้กับประชาชน รวม 1 ล้านชิ้น และกำลังเร่งดำเนินการผลิตแอลกอฮอล์เจลเพื่อทำความสะอาดมือให้แล้วเสร็จ จำนวน 1,000,000 ชิ้น ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ จากนั้นจะดำเนินการจัดส่งให้สาขาของธนาคารออมสินที่มีอยู่ 1,060 สาขาทั่วประเทศ โดยกำหนดแจกให้กับประชาชนในวันที่ 27 มีนาคม และ 10 เมษายน 2563 นี้ เวลา 09.00 น. พร้อมกันที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ในจำนวนล็อตละ 500,000 ชิ้น โดยจะแจกให้แก่ประชาชนคนละ 1 ชิ้น ภายใต้โครงการกระทรวงการคลังร่วมใจสู้ภัย Covid-19 ธนาคารออมสิน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง กรมสรรพสามิต เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 และให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

 READ MORE :