รู้จักกฎหมายห้ามถ่ายรูป หรือ PDPA คืออะไร คิดก่อนกดชัตเตอร์

ทำความรู้จัก พ.ร.บ. PDPA ห้ามถ่ายรูปคนอื่นคืออะไร

พ.ร.บ. PDPA (Personal Data Protection Act) หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองและให้สิทธิในการเป็นเจ้าของข้อมูลของตัวเราเอง ซึ่งไม่ได้มีผลเพียงแค่กับบุคคลเท่านั้นแต่ยังรวมถึงบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและรูปถ่าย อีกทั้งยังมีสิทธิดังนี้

  • สิทธิในการรับการแจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดต่าง ๆ
  • สิทธิในการขอระงับใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิในการถอนความยินยอมใช้ข้อมูล หากได้ให้ความยินยอมไว้
  • สิทธิในการเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิในการไม่ยินยอมให้รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิในการขอลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

ในพ.ร.บ. PDPA มีคำแสดงถึงบุคคล นิติบุคคล หน่วยงาน และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งควรทำความรู้จักดังนี้

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject)

คือ ประชาชนทุกคน หากเป็นหน่วยงานหมายถึงลูกค้า พนักงาน และ Outsource ที่เป็นบุคคลและข้อมูลสามารถระบุถึง

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)

คือ หน่วยงาน องค์กร และสถาบันที่มีวัตถุประสงค์ วิธีการประมวลผล หรือต้องการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้บุคคลธรรมดาอาจเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor)

คือ ผู้ที่ทำตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล โดยหลักจะเป็น Outsource ที่รับจ้าง ซึ่งไม่ใช้พนักงาน หน่วยงาน องค์กร หรือสถาบัน

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)

คือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายเพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำ หรือตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงาน องค์กร และสถาบัน ให้เป็นไปตามกฎหมาย

ข้อมูลส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง

ข้อมูลส่วนบุคคล
ความหมายของข้อมูลส่วนบุคคล ที่มารูปภาพ : https://www.facebook.com/photo/?fbid=147164191157680&set=a.126012306606202

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลมีความหมายถึงข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนบุคคลนั้น ๆ ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีข้อมูลดังนี้

  • ชื่อเล่นและชื่อ-นามสกุล
  • ที่อยู่ โทรศัพท์ และอีเมล
  • ข้อมูลที่เกี่ยวข้องซึ่งสามารถระบุตัวบุคคล เช่น วันเกิด สถานที่เกิด เชื้อชาญ สัญชาติ น้ำหนัก ส่วนสูง ตำแหน่งที่อยู่ ข้อมูลการศึกษา การเงิน การจ้างงาน และการแพทย์
  • ข้อมูลบนอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่สามารถระบุตัวตน เช่น IP Address Cookie ID และ MAC Address
  • เลขประจำตัวประชาชน เลขใบอนุญาตขับขี่ เลขหนังสือเดินทาง เลขบัตรประกันสังคม เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขบัญชีธนาคาร และเลขบัตรเครดิต
  • ข้อมูลการประเมินผลงานหรือความเห็นในด้านการทำงานของนายจ้างต่อลูกจ้าง
  • ข้อมูลที่สามารถระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ
  • ข้อมูลทางชีวมิติ (Bio-metric) เช่น รูปภาพใบหน้า ลายนิ้วมือ ข้อมูลสแกนม่านตา ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลอัตลักษณ์เสียง และฟิล์มเอ็กซ์เรย์
  • ข้อมูลหมายเลขอ้างอิงที่เก็บไว้ในไมโครฟิล์ม
  • ข้อมูลที่ใช้ติดตามการตรวจสอบกิจกรรมต่าง ๆ
  • ข้อมูลการค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลบนอินเทอร์เน็ต

พ.ร.บ. PDPA มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายห้ามถ่ายภาพผู้อื่น

จากพ.ร.บ. PDPA หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยังมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายห้ามภาพผู้อื่น เนื่องจากภาพถ่ายถือเป็นข้อมูลที่สามารถใช้ระบุตัวบุคคลได้ โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อหลักดังนี้

1. การถ่ายภาพเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

การถ่ายภาพเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เช่น อัปโหลดรูปภาพลงบนโซเชียลมีเดีย ที่ผู้ถ่ายภาพไม่ได้มีจุดประสงค์แสดงหาผลกำไร ให้ได้รับการยกเว้นตามพ.ร.บ.นี้ แต่หากเป็นภาพที่สร้างความเดือดร้อนหรือมีเจตนาสร้างความเดือนร้อนอาจฟ้องละเมิดได้

2. การถ่ายภาพเพื่อการสร้างรายได้

การถ่ายภาพเพื่อสร้างรายได้ เช่น จ้างถ่ายรูปงานรับปริญญา งานแต่ง ยูทูบเบอร์ หรือทำคอนเท้นท์ต่าง ๆ จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนนำไปใช้

3. การถ่ายภาพเพื่องานสื่อมวลชนหรืองานนิทรรษการ

การถ่ายภาพเพื่องานสื่อมวลชนหรืองานนิทรรษการ เช่น ภาพสำหรับข่าว ภาพงานศิลปะ จะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ทำการถ่ายภาพซึ่งต้องทำตามจริยะธรรรมการประกอบวิชาชีพด้วย

4. การถ่ายภาพโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

การถ่ายภาพโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หากเป็นการพยายามหาหลักฐานเพื่อทำการสืบสวนให้ทำตามข้อกำหนดและขอบเขตของกฎหมายที่กำหนด

สรุปได้ว่าการถ่ายรูปติดผู้อื่นที่ไม่ได้เป็นการแสวงหาผลกำไร เช่น การโพสต์ลงโซเชียลของคนทั่วไป สามารถทำได้ หากไม่ได้เป็นการสร้างความเดือดร้อนต่อบุคคลนั้น อย่างไรก็ตามหากจะให้ดีควรต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน

อ้างอิงจาก https://www.facebook.com/pdpc.th

READ MORE>>>