เงินเยียวยาน้ำท่วม 2564 สำหรับเกษตรกร เงื่อนไขการจ่าย

เช็คเงื่อนไขเยียวยาเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยนอกจากสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปแล้ว พี่น้องที่เป็นเกษตรกรก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักหนาสาหัสเช่นกันเพราะพืชผลทางการเกษตร พื้นที่เพาะปลูก ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเพาะปลูกได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมสูง ล่าสุด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้กรมส่งเสริมการเกษตร ช่วยเหลือเกษตรกรตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 สรุปออกมาเป็นเงินเยียวยาน้ำท่วม 2564 สำหรับเกษตรกรดังต่อไปนี้


หลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม


ด้านพืช

กรณีพื้นที่ทำการเพาะปลูกเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟู พืชผลตาย หรือไม่สามารถเยียวยาให้กลับสู่สภาพเดิมได้อีก ให้ช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่เสียหายจริง ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ดังนี้ 1. ข้าว ไร่ละ 1,340 บาท 2. พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 1,980 บาท 3.ไม้ผลไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ไร่ละ 4,048 บาท

กรณีพื้นที่เพาะปลูกไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้เนื่องจากถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน รวมทั้งซากวัสดุทุกชนิดทับถมจนหน่วยงานของรัฐไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือกรณีดังกล่าวได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการขุดลอก ขนย้ายเศษซากดังกล่าว เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกพืชได้ในขนาดพื้นที่ไม่เกิน 5 ไร่ ทั้งนี้ ราคาไม่เกินไร่ละ 7,000 บาท

ด้านประมง

ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภัยพิบัติ อาทิ สัตว์ตายหรือสูญหาย ให้ดำเนินการช่วยเหลือเป็นเงิน ดังนี้

1. กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล หรือหอยทะเล ไร่ละ 11,780 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่
2. ปลาหรือสัตว์น้ำอื่นที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าวหรือร่องสวน (คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง) ไร่ละ 4,682 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่
3. สัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือที่เลี้ยงในลักษณะอื่นที่คล้ายคลึงกัน ตารางเมตรละ 368 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร

**ทั้งนี้หากคิดคำนวณพื้นที่เลี้ยงแล้วเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ประสบภัยพิบัติรายใดจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินต่ำกว่า 368 บาท ให้ช่วยเหลือในอัตรารายละ 368 บาท

ด้านปศุสัตว์

1. ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีที่เป็นการจัดหาอาหารสัตว์ วัคซีนและเวชภัณฑ์รักษาสัตว์ เพื่อการฟื้นฟูสุขภาพสัตว์เลี้ยง และการจัดหาอาหารสัตว์ ตามราคาท้องตลาด หรือตามความจำเป็นเหมาะสม

2. ให้ความช่วยเหลือกรณีแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรตายหรือเสียหาย จนไม่สามารถฟื้นฟูหรือเยียวยาให้กลับสู่สภาพเดิมได้ ให้ดำเนินการช่วยเหลือเป็นเงิน ในอัตราไร่ละ 1,980 บาท แต่ไม่เกินรายละ 30 ไร่

3. ช่วยเหลือกรณีสัตว์ตายหรือสูญหาย ให้ช่วยเหลือตามจำนวนที่เสียหายจริงแต่ไม่เกินเกณฑ์การช่วยเหลือที่กำหนด โดยให้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เป็นเงิน ดังนี้

Flood relief money

Flood relief money

Flood relief money
เงินเยียวยาน้ำท่วม 2564 สำหรับเกษตรกร

ด้านการเกษตรอื่น

1. การปรับเกลี่ยพื้นที่ด้านการเกษตรที่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปรับเกลี่ยพื้นที่การไถพรวน การก่อสร้างคันดิน เพื่อการเพาะปลูกพืชหรือประกอบกิจกรรมด้านการเกษตรที่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยพิบัติให้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายโดยเหมาจ่ายโดยช่วยเหลือพื้นที่ที่เสียหายจริง ในอัตราไร่ละ 800 บาท

2. การปรับเกลี่ยพื้นที่นาเกลือทะเลที่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปรับพื้นที่ทำนาเกลือทะเล ให้ช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่ที่เสียหายจริง ในอัตราไร่ละ 1,220 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่

3. ค่าซ่อมแซมอาคารชลประทานและระบบชลประทานให้สามารถใช้งานได้ในช่วงฉุกเฉิน โดยให้ดำเนินการได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการระบายน้ำในกรณีใช้เครื่องจักรกลของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อดำเนินการขุดลอกเปิดทางน้ำ งานกำจัดวัชพืชที่กีดขวางการระบายน้ำ งานขุดลอกดิน ทราย วัสดุที่ทับถมทางระบายน้ำ ให้นำอัตราราคางานตามราคากลางที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงบประมาณหรือกระทรวงการคลังมาใช้โดยอนุโลม

4. ค่าจ้างเหมารถยนต์ ค่าระวางบรรทุกรถไฟและเรือบรรทุกของเอกชนเพื่อใช้ในการขนย้ายสัตว์เลี้ยงที่ประสบภัย และที่นำไปสนับสนุนหรือขนส่งพืชหญ้าอาหารสัตว์ หรืออาหารสัตว์ ให้เบิกจ่าย ดังนี้ 4.1 ค่าจ้างเหมารถยนต์และเรือบรรทุกของเอกชน ให้จ่ายเป็นรายวันตามราคาท้องถิ่น 4.2 ค่าระวางบรรทุกทางรถไฟ ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น

Ministry of Agriculture and Cooperatives
เยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม

และทั้งหมดนี้ก็คือหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเงินเยียวยาเกษตรกรที่ประสบภัยน้ำท่วม 2564 เกษตรกรท่านใดได้รับความเดือดร้อนให้ติดต่อไปยังองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือนายกเทศมนตรีตรวจสอบและรับรองเพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป

ที่มา : กองช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

อ่านเพิ่มเติม