ผีน้อยกลับจากเกาหลี ไม่กักตัวเอง 14 วัน มีโทษปรับ 2 หมื่น

ads

เจอผีน้อยตะลอนทัวร์ก่อนครบกำหนดกักตัว แจ้งจับ ปรับทันที!

การระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นปัญหาใหญ่ในหลาย ๆ ประเทศ บางประเทศประกาศให้เป็นพื้นที่ระบาดร้ายแรง เช่น เกาหลีใต้ เพราะสถานการณ์การระบาดในเกาหลีกระจายเป็นวงกว้าง ประกอบกับเกาหลีใช้มาตรการเชิงรุกที่เน้นให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจโรคได้ทุกพื้นที่ ทำให้พบตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนสร้างความกังวลให้ผู้ที่ติดตามสถานการณ์อยู่

การที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากต่อวัน ทำให้ประเทศไทยเฝ้าระวังผู้เดินทางกลับจากเกาหลีอย่างใกล้ชิด โดยปกติจะมีระบบคัดกรองที่สนามบิน และพื้นที่ควบคุมโรคสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง ซึ่งในตอนนี้กลุ่มคนที่เดินทางมาจากเกาหลีและสร้างความกังวลให้คนในสังคมมากที่สุด คือ การเดินทางกลับของกลุ่มผีน้อย

ที่มาของผีน้อยในเกาหลีใต้

ผีน้อยเป็นชื่อเรียกกลุ่มผู้ค้าแรงงานผิดกฎหมายในประเทศเกาหลีใต้ โดยส่วนมากผีน้อยจะเป็นผู้ที่เข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และอยู่เกินกำหนดเพื่อทำงานที่นั่น กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งคำว่า “ผีน้อย” มีนัยยะถึงความไม่ใช่คน ไร้ตัวตนเหมือนผี บางคนจึงมองว่าคือการเหยียดและลดทอนความเป็นมนุษย์ แต่คำนี้กลับเป็นคำที่กลุ่มผีน้อยเริ่มต้นใช้เรียกตนเองมาก่อน เพื่อแสดงความน่ารักจึงอาจอนุมานได้ว่าผีน้อยเป็นคำเรียกที่กลุ่มผีน้อยอนุญาตให้เรียกได้ และอาจจะชอบมากกว่าคำว่าแรงงานผิดกฎหมาย การทำงานและอาศัยอยู่โดยผิดกฎหมายของผีน้อยสร้างปัญหาให้ทั้ง 2 ประเทศ ดังนี้

ปัญหาผีน้อยต่อประเทศเกาหลีใต้

การลักลอบทำงานโดยไม่มีวีซ่าเป็นปัญหาต่อการว่างงานของคนในประเทศ เนื่องจากค่าแรงของผีน้อยต่ำกว่าค่าแรงของคนเกาหลีเกือบ 3 เท่า ทำให้ผู้ประกอบการเลือกจ้างผีน้อยเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้แรงงานในประเทศมีพื้นที่งานลดลง

ปัญหาผีน้อยต่อประเทศไทย

การมีผีน้อยจำนวนมากอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ ทำให้คนไทยที่ต้องเดินทางเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ได้รับการตรวจที่เข้มงวด หลายคนได้รับการปฏิเสธให้เข้าประเทศ ทั้งที่ทำถูกต้องทุกอย่าง และหากผีน้อยยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การยกเลิกฟรีวีซ่าในอนาคต

กล่าวโดยสรุปผีน้อย คือ ผู้ค้าแรงงานผิดกฎหมาย โดยเป็นแรงงานราคาถูก และเป็นกลุ่มคนที่ทางการเกาหลีใต้และไทยต้องการหามาตรการป้องกันและกวาดล้างให้หมด เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศและระบบเศรษฐกิจ

สาเหตุการเดินทางกลับไทยของผีน้อย

การเดินทางกลับของกลุ่มผีน้อยมาจากหลากหลายปัจจัย จากการฟังสัมภาษณ์ และดูสถานการณ์ต่าง ๆ สามารถสรุปปัจจัยที่ทำให้ผีน้อยเดินทางกลับไทยมากในช่วงนี้ได้ดังนี้

1 การระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศเกาหลีใต้

เกาหลีใต้มีการจัดการโรคระบาดแบบเชิงรุก เน้นเข้าถึงผู้คนทุกกลุ่ม และทำให้ยอดผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แรงงานไทยผิดกฎหมายเกิดความกังวล หรือหากไม่กังวลเอง คนในครอบครัวที่ฟังข่าวจากที่ไทยอาจจะกังวลแทนจนขอให้เหล่าผีน้อยกลับมาประเทศไทยระหว่างที่โรคยังคงระบาด

2 เกาหลีใต้ประกาศไม่ขึ้นบัญชีดำผีน้อย

การเดินทางกลับประเทศไทยของผีน้อยมีความเสี่ยงที่อาจจะไม่ได้กลับมายังเกาหลีใต้อีก เนื่องจากการตรวจที่เข้มงวดของทางการเกาหลีใต้ หากถูกขึ้นบัญชีดำก็จะไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกเลย เหล่าผีน้อยจึงอาศัยอยู่เกาหลีใต้เป็นเวลานาน แต่เมื่อทางการเกาหลีใต้ประกาศไม่ขึ้นบัญชีผีน้อยที่เต็มใจเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากทางการเกาหลีต้องการผลักดันเหล่าผีน้อยออกจากเกาหลี ทำให้ผีน้อยลงชื่อกลับด้วยความหวังจะได้กลับมาอีกก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนกลับไทยในช่วงนี้เป็นจำนวนมาก

3 อาการคิดถึงบ้านและครอบครัว

การอยู่ต่างบ้านต่างเมืองมีข้อดีและข้อเสีย แต่การที่อยู่ห่างจากบ้านและครอบครัวเป็นเวลานานอาจจะก่อให้เกิดอาการ Homesick ได้ ซึ่งผีน้อยหลาย ๆ คนอาจจะเกิดอาการคิดถึงบ้านขึ้นมาในช่วงนี้จนต้องเดินทางกลับบ้านโดยด่วน

4 ตั๋วเครื่องบินราคาถูก

การระบาดของไวรัสโคโรนา ทำให้การเดินทางในทวีปเอเชียน้อยลง มีสายการบินยกเลิกเที่ยวบินเป็นจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันก็มีสายการบินราคาถูกที่ยังคงออกโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางในช่วงนี้ ราคาของตั๋วที่ถูกลงเป็นอย่างมาก ทำให้ผีน้อยสนใจอยากจะบินกลับไทย

5 อิ่มตัวกับการเป็นผีน้อยในเกาหลีใต้

การทำงานทุกอย่างย่อมมีจุดอิ่มตัว จุดที่ต้องการแสวงหาความแปลกใหม่ในชีวิต ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าผีน้อยเกิดความเบือหน่าย หรืออิ่มตัวในการเป็นผีน้อย จึงเดินทางกลับไทยเพื่อเริ่มต้นงานใหม่ หรือกลับไปเป็นเกษตรกรในช่วงบั้นปลายชีวิต

นอกจากเหตุผลที่กล่าวมา อาจจะมีเหตุผลอื่น ๆ ที่ผลักดันให้ผีน้อยอยากจะเดินทางกลับภูมิลำเนาในประเทศไทย เช่น การว่างงานอันเนื่องมาจากไวรัสโคโรนา ความเสี่ยงในการแบกรับค่ารักษาพยาบาลหากเจ็บป่วยด้วยโรคโควิด-19 ที่ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากไม่มีวีซ่าทำงานจึงไม่ได้รับความคุ้มครองจากเกาหลี ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยให้เกิดารเดินทางกลับเข้าสู่ประเทศไทยทั้งสิ้น

มาตรการเฝ้าระวังผีน้อย

หลังจากเห็นจำนวนผีน้อยที่ขอผ่านเข้าประเทศไทยเป็นจำนวนหลายพันคน ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลว่าอาจจะมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วนำมาแพร่ภายในประเทศ และส่งผลให้การระบาดทวีความรุนแรงขึ้น โดยเบื้องต้นรัฐบาลกำหนดมาตรการไว้ ดังนี้

1 ผีน้อยที่กลับจากเกาหลีใต้ทุกคนจะต้องผ่านระบบการคัดกรองที่เข้มงวด

2 ผีน้อยที่อยู่ในเขตแดกูและคยองซังเหนือจะต้องเข้าสู่เขตควบคุมโรคทุกคน

3 ผีน้อยที่มีไข้จะต้องอยู่ในเขตควบคุมโรค จนกว่าจะหายป่วย

4 ผีน้อยที่อาการปกติ หรือยังไม่แสดงอาการจะต้องกักตัวเองอย่างต่ำ 14 วันที่บ้าน

ซึ่งมาตรการนี้เป็นมาตรการคร่าว ๆ และยังคงสร้างความกังวลให้ประชาชนเช่นเดิม จนรัฐบาลมีการเพิ่มเติมในเรื่องการกักตัว เพราะประชาชนมีความคิดว่าผีน้อยอาจจะไม่กักตัวเอง ซึ่งมาตรการที่กล่าวถึง คือ การประสานงานกับทางการเกาหลีใต้ให้กักตัวผีน้อยก่อน 14 วันแล้วจึงปล่อยตัวมาไทย และเมื่อถึงไทยแล้วก็ต้องกักตัวอีก 14 วัน รวมเป็น 28 วัน แต่มาตรการดูท่าทีแล้วอาจจะไม่ได้ใช้ หรือใช้ไม่ได้จริง ไม่เหมาะกับสถานการณ์และเสียเวลาทั้ง 2 ฝ่าย

โทษปรับและการรับแจ้งเรื่องผีน้อย

ในช่วงที่ผ่านมามีผีน้อยเดินทางถึงประเทศไทยแล้วบางส่วน ซึ่งผีน้อยเหล่านี้ผ่านจุดคัดกรองที่สนามบิน และสามารถกลับไปกักตัวเองที่บ้านได้ 14 วัน แต่ปรากฏว่ามีผีน้อยบางส่วนไม่ยอมปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด ยังคงออกมารับประทนอาหาร พบปะผู้คน และร่วมกิจกรรมทางสังคมทั้งที่ยังไม่ครบกำหนดระยะเวลากักตัว ทำให้หลายแห่งได้รับผลกระทบจากการกระทำนี้ เช่น กรณีผีน้อยออกมากินหม่าล่าที่เชียงใหม่ จนลูกค้าในร้านลดความเชื่อถือในร้าน เกรงว่าจะมีเชื้อโคโรนาอยู่ภายในร้าน จนร้านต้องปิดร้านและทำความสะอาดร้านเป็นการใหญ่

สำหรับผู้ที่พบเห็นผีน้อยมีพฤติกรรมเช่นนี้สามารถแจ้งเรื่องได้ที่เบอร์กรมควบคุมโรค โทร.1422 เมื่อพบแล้วผีน้อยมีโทษปรับทันที 20,000 บาท ส่วนร้านค้าสามารถแจ้งความผีน้อยได้ เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้ร้านและทำให้ร้านสูญรายได้

หากเปรียบเทียบค่าปรับก็ถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับค่าปรับของไต้หวันที่เรียกปรับสูงสุดหลักแสน หรือค่าปรับการลักลอบเข้าเมืองที่เกาหลีประมาณ 500,000 บาท ถือว่าค่าปรับที่ไทยถูกกว่าที่อื่นมากสำหรับผีน้อย แต่ก็ดีกว่าไม่มีมาตรการรองรับเลย

สถานการณ์ไวรัสโคโรนาที่ระบาดหนักขึ้นทุกวัน สร้างความกังวลให้หลาย ๆ คน ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันไวรัส เช่น หน้ากกาอนามัย เจลล้างมือ เริ่มหายากและขาดตลาด ประกันภัยต่าง ๆ เริ่มมีกรมธรรม์เกี่ยวกับโคโรนาโดยเฉพาะ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปเลือกซื้อกรมธรรม์เพิ่มเติมได้ ในราคาที่จ่ายไหว แต่ประกันความเสี่ยงหากติดเชื้อโคโรนา ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตอนนี้

อ่านเพิ่มเติม: