#COVID19 ทำ “ญี่ปุ่น” ป่วนหนัก สั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ ตั้งแต่ 2 มี.ค. นี้

ads

ปิดโรงเรียนทั่ว “ญี่ปุ่น” สกัดไวรัส #โควิค19

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ที่มีจุดเริ่มจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ก่อนจะแพร่ระบาดไปทั่วโลก จนปัจจุบัน (วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563) พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงถึง 83,342 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,856 ราย แม้ประเทศจีน ยังเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ #ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 มากที่สุด ด้วยมีตัวเลขผู้ติดเชื้อ 78,824 ราย และมีผู้เสียชีวิต จำนวน 2,786 ราย

แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสตัวนี้ที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นานาประเทศเร่งออกมาตรการป้องกันด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็น…

(1) มีคำสั่ง/คำเตือน ไม่ใช่ประชาชนของตนเดินทางไปยังประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยง อาทิ จีน, เกาหลีใต้, มาเก๊า, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ หรืออิตาลี

(2) ยกระดับการตรวจ/คัดกรอง โดยให้มีการตรวจจับอุณหภูมิของร่ายกาย โดยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Camera) ผู้โดยสารต่างประเทศทุกเที่ยวบินที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

(3) บุคคลที่เดินทางจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ถูกกักบริเวณที่ในพักของตนเป็นเวลา 14 วัน เพื่อดูอาการ

(4) ปฏิเสธการเข้าเมือง/ประเทศ สำหรับผู้ที่ที่เคยเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง ยกเว้นผู้ถือสัญชาติหรือมีถิ่นพำนักในประเทศที่ออกมาตรการดังกล่าว

ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น

และด้วยวิกฤต COVID-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลก เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักข่าวเอ็นเอชเค เปิดเผยว่า ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ขอเรียกร้องให้โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศปิดการเรียนการสอนชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานศึกษา ด้วยรัฐบาลญี่ปุ่น ถือว่า เรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของเด็กนักเรียนสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

ขณะเดียวกัน แม้ประเทศไทย ยังไม่มีคำสั่งปิดโรงเรียนเป็นการชั่วคราว เพื่อสกัดกั้นเชื้อไวรัสโควิดไนน์ทีน แต่รัฐบาล รวมถึงเจ้าหน้าทางด้านสาธารณสุข ต่างเร่งประชาสัมพันธ์ “วิธีป้องกัน และรับมือไวรัสโคโรนา” มีรายละเอียด ดังนี้

(1) ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19

(2) หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเช็คด้วยแอลกอฮอล์

(3) ควรทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว งดทานเนื้อสัตว์ป่า และอาหารดิบ อาทิ ปลาดิบ หรือซาซิมิ เป็นต้น

(4) ในการรัประทานอาหารทุกครั้ง อย่าลืมใช้ “ช้อนกลาง”

(5) หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด และมีมลภาวะเป็นพิษ รวมถึงงดเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงโรคระบาด

(6) ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่ไอ จาม หรือผู้ที่มีอาการคล้ายไข้หวัด

(7) ไม่นำมือมาสัมผัส ตา จมูก และปาก

(8) ไม่ควรใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น อาทิ ผ้าเช็ดหน้า หรือแก้วน้ำ

อย่างไรก็ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในไทย หากคุณรู้ตัว ว่าตนมีความเสี่ยงติดเชื้อ หรือไปในพื้นที่เสี่ยงควรแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หากปกปิดข้อมูลมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ! และหากมีความกังวล หรือไม่ใจว่าตัวเองเสี่ยงติดเชื้อหรือไม่ แนะนำให้เข้ารับการตรวจที่สถานพยาบาลทั้งของภาครัฐ และเอกชน

ส่วนใครที่กำลังมองหาแหล่งซื้อหน้ากากอนามัย แนะนำให้เข้าไปซื้อที่ร้านค้าออนไลน์ ทั้ง Lazada, Shopee, Shopat24 หรือ JD Central ซึ่งมีสินค้าพร้อมส่งให้เลือกซื้อหลายแบบหลายยี่ห้อ


READ MORE :