เงื่อนไขเงินเยียวยานักเรียน ได้รับผลข้างเคียงจากวัคซีนโควิด

นักเรียนฉีดวัคซีนโควิด เกิดอาการข้างเคียง จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ออกเงื่อนไขเงินเยียวยานักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่ได้รับผลข้างเคียงหลังจากฉีดวัคซีนโควิดชนิด mRNA หลักเกณฑ์การจ่ายช่วยเหลือ 3 ระดับ ไม่เกิน 4 แสนบาทตามที่รัฐบาลได้มีนโยบาลฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับนักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยวัคซีนที่ใช้เป็นวัคซีนชนิด mRNA ที่ผลิตโดยบริษัท ไฟเซอร์ ร่วมกับ บริษัท ไบโอเอ็นเทค ซึ่งเป้าหมายต้องการฉีดให้ได้จำนวน 5,048,000 รายทั่วประเทศ และได้เริ่มทำการฉีดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นไปก็เพื่อให้การฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรทุกกลุ่ม ลดอัตราการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต

วัคซีนชนิด mRNA กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) เผยรายงานอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีนชนิด mRNA ว่ามีโอกาสทำให้เด็กเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบได้ หลายฝ่ายรวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองจึงมีความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

วัคซีนชนิด mRNA
วัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ตามโครงการภาครัฐ

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ฉีดได้

ถึงแม้จะมีโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวแต่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเห็นว่าประโยชน์ที่เด็กจะได้รับมีมากกว่าผลข้างเคียงจึงยังคงแนะนำให้ฉีดให้เด็กนักเรียนช่วงอายุดังกล่าวได้อยู่

กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ มีอาการอย่างไร

การวินิจฉัยถึงภาวะไม่พึงประสงค์ที่สังเกตมีได้คือ มีอาการเจ็บหน้าอก หายใจแล้วรู้สึกเจ็บหน้าอก หายใจไม่สะดวก ใจสั่น รู้สึกเหนื่อย หรืออาจรุนแรงถึงขั้นเป็นลมหมดสติได้ ผู้ป่วยบางรายอาจปวดที่ท้องด้านขวาบนหรือลิ้นปี่ ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่า hepatic congestion พบได้ในภาวะ right-sided heart failure บางรายพบค่าโปรตีนโทรโปนินในระดับสูงขึ้น หรือมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ซึ่งทั้งหมดจะแสดงอาการให้ปรากฎออกมาหลังจากได้รับวัคซีนเฉลี่ยในวันที่ 3-7

สปสช. พร้อมจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับผลข้างเคียง

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เผยว่าอาการข้างเคียงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแต่หากเกิดก็จำเป็นต้องดูแลช่วยเหลือโดยเร็ว ซึ่งในเบื้องต้นนี้เด็กนักเรียนผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามโครงการที่รัฐบาลจัดให้ฟรี สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ที่ โรงพยาบาลที่ฉีด, สำนักงาน สปสช.สาขาเขตพื้นที่ทั้ง 13 เขต หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)

หลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยา

ในเบื้องต้นจะแบ่งระดับการจ่ายเงินเยียวยาไว้ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ 1 มีอาการป่วยต้องรักษาต่อเนื่อง จ่ายไม่เกิน 1 แสนบาท ระดับ 2 สูญเสียอวัยวะหรือพิการจนมีผลต่อการดำรงชีวิต จ่ายไม่เกิน 2.4 แสนบาท และระดับ 3 เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท

ทั้งนี้เด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนตามโครงการรัฐบาลมีระยะเวลายื่นคำร้องภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ทราบความเสียหาย ซึ่งเมื่อยื่นคำร้องแล้วทาง คณะอนุกรรมการฯ ระดับเขตพื้นที่จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และหากผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยโดยคณะอนุกรรมการฯ ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อ เลขาธิการ สปสช. ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบผลการวินิจฉัย

และทั้งหมดนี้ก็คือเงื่อนไขเงินเยียวยานักเรียนที่ได้รับผลข้างเคียงจากวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ตามโครงการภาครัฐที่จัดให้ฟรีแก่นักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไป จำนวน 5,048,000 รายทั่วประเทศ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. 1330

อ้างอิง : ไทยรัฐออนไลน์

อ่านเพิ่มเติม