สมัครเป็น Store Business Partner เพื่อเปิดร้านเซเว่น ทำอย่างไร?

ads

อยากเป็นเจ้าของ 7-eleven ต้องทำยังไง ?

สำหรับใครที่มองหาการลงทุนในธุรกิจค้าปลีก 7-Eleven ร้านสะดวกซื้อสุดฮอต ที่ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค การให้บริการต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจสูงสุดที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ประกอบกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของธุรกิจค้าปลีก 7-Eleven ได้เปิดโอกาสผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมธุรกิจร้าน 7-Eleven กับ CPALL โดยใช้ระบบแฟรนไชส์ หรือการให้อนุญาตสิทธิช่วงนั่นเอง

และวันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูกันว่า การสนใจลงทุนซื้อแฟรนไชส์ 7-Eleven หรือที่เรียกว่า Store Business Partner นั้น ผู้ที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ 7-Eleven ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ใช้เงินลงทุนในการเปิดร้านทั้งหมดเท่าไหร่ ? ตามมาดูรายละเอียดพร้อม ๆ กันเลยค่ะ


การลงทุนในธุรกิจค้าปลีก 7-Eleven มีกี่รูปแบบ


สำหรับการลงทุนแฟรนไชส์ หรือเป็น Store Business Partner ของ 7-Eleven นั้น ปัจจุบันมีอยู่ 2 รูปแบบ โดยผู้สมัครแฟรนไชส์สามารถเลือกได้ ดังนี้

รูปแบบที่ 1

ผู้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ คล้ายเป็นผู้จัดการร้าน โดยคุณจะได้ผลตอบแทนจากการบริหารร้าน และ ผลตอบแทนจากกำไรส่วนเพิ่มจากเป้ายอดขาย **มีระยะเวลาการทำสัญญา 6 ปี

รูปแบบที่ 2

มีสถานะเป็นผู้จัดการร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ไม่สามารถจ้างคนอื่นมาทำงานแทนตนได้ โดยจะได้ส่วนแบ่งจากกำไรขั้นต้นโดยตรงเลย แต่ก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในร้านมากกว่ารูปแบบที่ 1

นอกจากนี้ บริษัท CPALL จะตกลงเรื่องสถานที่กับเจ้าของทำเลโดยตรงเท่านั้น ถ้าจะเปิดสาขาแบบเช่าที่ บริษัท CPALL ก็จะติดต่อกับเจ้าของที่โดยตรง จากนั้น คุณในฐานะผู้ซื้อแฟรนไชจึงค่อยมาจัดการจ่ายค่าเช่าอีกที **มีระยะเวลาการทำสัญญา 10 ปี


เปิด 7-eleven Store Partner ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ?


การเป็นเจ้าของร้าน Store business partner ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทั้ง 2 รูปแบบ ต้องใช้เงินในการเข้าร่วมลงทุน ตามนี้

รูปแบบ 1 

– ค่าใช้จ่ายในการขอรับสิทธิ 480,000 บาท

– เงินสดค้ำประกัน 1,000,000 บาท (ได้รับคืนเมื่อสิ้นสุดการบริหาร ได้รับดอกเบี้ยคืนทุกปีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารกรุงเทพ ณ วันที่ 1 มกราคม ของทุกปี)

– รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1,480,000 บาท

รูปแบบ 2 

– ค่าใช้จ่ายในการขอรับสิทธิ 1,730,000 บาท

– เงินสดค้ำประกัน 900,000 บาท (ได้รับคืนเมื่อสิ้นสุดการบริหาร ได้รับดอกเบี้ยคืนทุกปีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารกรุงเทพ ณ วันที่ 1 มกราคม ของทุกปี)

– รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2,630,000 บาท


สมัครเป็น Store Business Partner เปิดร้านเซเว่น ต้องมีคุณสมบัติอะไร


ขณะที่คุณสมบัติของผู้สมัครแฟรนไชส์ 7-eleven ไปจนถึงเอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อใช้ในการสมัครแฟรนไชส์ มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

คุณสมบัติของผู้สมัคร Store Business Partner เปิดร้านเซเว่น
  • เป็นบุคคลที่สามารถจัดตั้งนิติบุคคล จดทะเบียนในประเทศไทยได้
  • มีบุคคลค้ำประกัน
  • มีความพร้อมด้านการลงทุน
  • ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานของบริษัทอย่างเคร่งครัด
  • รักงานบริการ อดทน ไม่ย่อท้อ
  • มีความพร้อมเรื่องบุคคลากร
  • มีเวลาบริหารร้าน
  • สามารถเข้ารับการอบรมเพื่อบริหารร้าน
เอกสารที่ใช้ประกอบสมัคร Store Business Partner เปิดร้านเซเว่น
  • ใบสมัคร พร้อมรูปถ่าย และ สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนา STATEMENT ย้อนหลัง 3 เดือน หรือสำเนาบัญชีเงินฝากประจำย้อนหลัง 6 เดือน
  • ใบรับรองแพทย์ (ยื่นก่อนเข้าอบรม)

สำหรับผู้สมัคร Store Business Partner เปิดร้านเซเว่น ที่อยากได้เงินลงทุนเพิ่มเติม ทาง CPALL ได้จัดเตรียมโครงการสินเชื่ออัตราพิเศษเอาไว้ให้คุณแล้วเช่นกัน โดยมี 2 โครงการ ประกอบด้วย

(1) โครงการสินเชื่ออัตราพิเศษเจ้าของร้าน Store Business Partner รูปแบบที่ 1 วงเงินกู้ ไม่เกิน 600,000 บาท ระยะเวลา สูงสุดไม่เกิน 5 ปี

(2) โครงการสินเชื่ออัตราพิเศษเจ้าของร้าน Store Business Partner รูปแบบที่ 2 วงเงินกู้ ไม่เกิน 900,000 บาท ระยะเวลา สูงสุดไม่เกิน 8 ปี

อย่างไรก็ดี ผู้สมัคร Store Business Partner เปิดร้านเซเว่น ที่ผ่านมาการคัดเลือกจากทาง CPALL หรือ 7-Eleven แล้ว จำต้องเข้ารับการฝึกอบรมการปฏิบัติงานทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยลงฝึกปฏิบัติงานในร้านจริง จนถึงการบริหารควบคุมค่าใช้จ่าย และมีการประเมินผล เมื่อผ่านตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด จึงจะมีการเซ็นสัญญาเพื่อเปิดร้าน รวมระยะเวลาไม่น้อยกว่า 4 เดือน และสำหรับใครที่สนใจร่วมลงธุรกิจ 7-Eleven สามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-8267800

ข้อมูลจาก CPALL


READ MORE :