ศบค. เตรียมปรับเวลาเคอร์ฟิวล่าสุด คลายล็อกดาวน์กิจการเพิ่ม

ศบค. เล็งลดชั่วโมงเคอร์ฟิว หลายกิจการมีเฮ

หลังจากที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนลดลงต่อเนื่อง วันนี้ (27 ก.ย.) ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เตรียมพิจารณาปรับเวลาเคอร์ฟิวเสียใหม่ รวมถึงผ่อนคลายล็อกดาวน์กิจการอีกหลายประเภท ร้านสะดวกซื้ออนุญาตให้เปิดเพิ่มได้ถึง 3 ทุ่ม ซึ่งทั้งหมดเตรียมเข้าที่ประชุม ศบค. วันนี้

เช้าวันนี้ 27 กันยายน 2564 มีรายงานว่า ศบค. เตรียมชงเรื่องขยาย พรก.ฉุกเฉินออกไปอีก 2 เดือน พร้อมทั้งเลื่อนเปิด Sandbox นำร่องที่ก่อนหน้านี้จะให้เปิด 1 ต.ค.64 ออกไปเป็นวันที่ 1 พ.ย.64 แต่ไฮไลท์คือ เตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์กิจการและกิจกรรมต่าง ๆ ต่อที่ประชุมฯ โดยเสนอให้ปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 4 ทุ่มถึงตี 4 คลายล็อกดาวน์เพิ่มอีก 10 กิจการ ร้านสะดวกซื้อเปิดได้ถึง 3 ทุ่ม และเตรียมเปิดพื้นที่นำรองท่องเที่ยวที่มีผู้ป่วยโควิดน้อย

yaowarat road
ศบค. เตรียมปรับเวลาเคอร์ฟิวล่าสุด

คลายล็อกดาวน์กิจการเพิ่ม 10 ประเภท มีอะไรบ้าง

1. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และวัยก่อนเรียน
2. ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดเอกชน ห้องสมุดชุมชน
3. พิพิธภัณฑ์ แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน
4. ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม หอศิลป์
5. กีฬาในร่ม ในห้องที่มีระบบปรับอากาศ ฟิตเนส
6. ร้านทำเล็บ
7. ร้านสัก
8. ร้านนวด สปาเพื่อสุขภาพ
9. ธุรกิจโรงภาพยนตร์ ฉายภาพยนตร์
10. การเล่นดนตรีในร้านอาหาร โดยผู้ประกอบการต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงระบบหมุนเวียนอากาศ และจัดสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการ COVID-Free Setting ก่อนเปิดให้บริการ

ปรับเวลาเคอร์ฟิว-ร้านสะดวกซื้อเปิดได้ถึง 3 ทุ่ม

ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ยังได้ชงเรื่องให้ปรับเวลาเคอร์ฟิวจากเดิม 3 ทุ่ม ถึงตี 4 ของวันรุ่งขึ้น ขยับเป็น 4 ทุ่ม ถึงตี 4 ของวันรุ่งขึ้น นอกจากนี้เล็งขยายระยะเวลาเปิดให้บริการในส่วนของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ตลาดสด ตลาดนัดที่ขายเครื่องอุปโภคบริโภค ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงสถานที่กลุ่มกีฬากลางแจ้งและในร่มที่มีอากาศถ่ายเท การซ้อมของนักกีฬาทีมชาติทุกประเภท ขยายเวลาเป็นเปิดให้บริการได้ถึง 21.00 น. จากเดิม 20.00 น.

ปรับลดระยะเวลากักตัวในสถานที่ของรัฐ

เนื้อหาในที่ประชุม ศบค. วันนี้ยังจะมีเรื่องข้อเสนอขอลดระยะเวลากักตัวในสถานที่ของรัฐเพิ่มเข้ามาด้วย ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

  • ผู้ที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์มาแล้วอย่างน้อย 14 วัน ให้กักตัวอย่างน้อย 7 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR สองครั้ง ครั้งแรก เริ่มตั้งแต่ วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 6-7
  • ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศโดยเครื่องบิน และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 10 วัน และต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR สองครั้ง ครั้งแรก เริ่มตั้งแต่วันที่ 0-1 ครั้งสอง วันที่ 8-9
  • ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยทางช่องทางบกอื่น ๆ และไม่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ให้กักตัวอย่างน้อย 14 วัน และตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR สองครั้ง ครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 0-1 ครั้งสองวันที่ 12-13
  • ผู้เข้ากักตัวยังโรงแรมกักตัวทางเลือกหรือ Alternative Quarantine (AQ) อนุญาตให้ใช้ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ทำกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงสั่งซื้อสินค้าและอาหารจากภายนอก รวมถึงประชุมสำหรับนักธุรกิจระยะสั้นได้ด้วย
    *ทั้งหมดเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 นี้

สำหรับความคืบหน้าปรับเวลาเคอร์ฟิวล่าสุด คลายล็อกดาวน์กิจการเพิ่มจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไรบ้างนั้นคงต้องรอติดตามหลังการประชุมเสร็จสิ้นในวันนี้ และแน่นอนว่าทีมงานจะมาอัปเดตความเคลื่อนไหวให้ได้ทราบกันในโอกาสต่อไป

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

อ่านเพิ่มเติม