ใช้สิทธิ์ประกันสังคมตรวจ HIV ทำอย่างไร ?

ads

ประกันสังคมดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี ตรวจฟรีปีละ 2 ครั้ง ณ สถานพยาบาลตามสิทธิ

ทุกวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันรณรงค์ตรวจ HIV (Voluntary Counselling Testing Day : VCT Day) และตลอดทั้งเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงเวลารณรงค์สร้างความตระหนักให้ประชาชนได้รู้ถึงความสำคัญและประโยชน์ของการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี

โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Know Your Status” HIV ตรวจฟรี ตรวจเร็ว HIV รักษาเร็ว รักษาฟรี เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้รู้สถานะการติดเชื้อของตนเองได้เร็วขึ้น พร้อมที่จะดูแลสุขภาพและวางแผนการดูแลชีวิตต่อไป

กิจกรรมรณรงค์ตรวจ HIV ในปีนี้ มี 2 กิจกรรม ได้แก่

1. เอชไอวี ตรวจฟรี ตรวจเร็ว
ให้คนไทยที่มีบัตรประชาชน 13 หลักสามารถตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง ณ โรงพยาบาลที่ให้บริการภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกอบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้สามารถตรวจหาเชื้อเอชไอวีได้รวดเร็ว และแม่นยำ

2. เอชไอวี รักษาเร็ว รักษาฟรี
การรักษาจะใช้ “ยาต้านไวรัส” หากผู้ติดเชื้อได้เริ่มเข้ากระบวนการรักษาด้วยการกินยาเร็วเท่าไหร่ ก็จะทำให้ไม่มีอาการป่วย ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ลดโอกาสถ่ายทอดเชื้อไปสู่คู่นอนและผู้อื่นได้ แต่หากเข้ารักษาล่าช้า จะเริ่มป่วยและมีอาการของโรคแทรกซ้อนตามมา ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่ำทำให้เชื้อ HIV ในร่างกายเพิ่มขึ้น

ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขเผยว่าขณะนี้มีประชาชน 3 หมื่นคนที่ยังไม่รู้สถานะติดเชื้อหรือไม่และยังไม่ได้รับการรักษา ซึ่งถือเป็นตัวแพร่เชื้ออย่างดี สถานการณ์ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละ 17 คนโดยเฉลี่ย จึงเชิญชวนให้ประชาชนตรวจ HIV ฟรี! รู้เร็วรักษาได้ทัน รักษาได้ฟรี

เชิญชวนให้ประชาชนไปตรวจเลือดได้ฟรีทั่วประเทศปีละ 2 ครั้ง เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถรับบริการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้โดยความสมัครใจและไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครอง

หากพบว่าติดเชื้อสามารถรักษาฟรี ทั้งสิทธิบัตรทอง ข้าราชการ สามารถรักษาฟรีทุกโรงพยาบาลภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั่วประเทศโดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรงพยาบาลที่ระบุตามบัตร ส่วนประกันสังคมรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิ

ด้านนายแพทย์ เกรียงไกร บุญญประภา นายแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าคลินิกพิเศษ กามโรค วัณโรค เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว กลุ่มพัฒนาวิชาการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ เผยว่า สถานการณ์ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และเอชไอวี มีแนวโน้มสูงขึ้น และมีอายุเฉลี่ยน้อยลง

สถิติอายุเฉลี่ยของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของเด็ก และเยาวชนมีอายุน้อยลง ขณะที่กลุ่มเสี่ยงยังคงอยู่ในกลุ่ม ดังต่อไปนี้ คือ กลุ่มชายรักชาย, กลุ่มแปลงเพศ กลุ่มผู้ให้บริการทางเพศทั้งชายและหญิง, ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

ตรวจ HIV ตอนไหนได้ผลดีที่สุด

การตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวี อาจต้องรอไปสักระยะ กล่าวคือ หลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยงไปแล้ว 14-30 วัน ซึ่งจะเป็นระยะที่สามารถตรวจเชื้อ HIV แล้วพบ โดยในช่วงวันที่ 30 หลังจากได้รับเชื้อ จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจหาเชื้อ

ผู้ติดเชื้อ HIV (สปส.) ดูแลด้านใดบ้าง ?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่าผู้ติดเชื้อ HIV ต่างจากผู้ป่วยเอดส์ โดยผู้ติดเชื้อ HIV บางรายอาจไม่ได้เป็นเอดส์ ไม่มีโรคแทรกซ้อน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หากกินยาอย่างต่อเนื่องจะอยู่ได้นานพอๆ กับคนปกติ ขณะที่ผู้ป่วย AIDS คือภูมิคุ้มกันบกพร่องอันเกิดจากเชื้อ HIV มีโรคแทรกซ้อน อาทิ ปอดอักเสบ มะเร็งบางชนิด โรคเชื้อราในสมอง ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ

สำนักงานประกันสังคม ให้ความคุ้มครองผู้ประกันตนที่ติดเชื้อ HIV ทั้งในการตรวจและรับยาต้านไวรัส เพียงเข้ารับการรักษา ณ สถานพยาบาลตามสิทธิเท่านั้น โดยจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ ดังนี้
1. ค่าตรวจ CD4 เหมาจ่ายครั้งละ 500 บาท ปีละไม่เกิน 1,000 บาท/คน
2. ค่าตรวจ Viral Load เหมาจ่ายครั้งละ 2,500 บาท ปีละไม่เกิน 5,000 บาท/คน
3. ค่าตรวจ Drug resistance ครั้งละ 8,500 บาท/คน/ปี

ค่ายาต้านไวรัส HIV ให้แก่ผู้ประกันตนที่มีสิทธิ ดังนี้
1. ให้ยาต้านไวรัส HIV ในผู้ติดเชื้อทุกรายในทุกระดับ CD4
2. การพิจารณาเริ่มยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อ HIV และการเลือกสูตรยาต้านไวรัสให้เป็นไปตามแนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยสถานพยาบาลสามารถเลือกใช้ยาต้านไวรัสได้ตามรายการที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

การตรวจหาเชื้อ HIV ไม่ใช่เรื่องแปลกและน่าอายอีกต่อไป ทุกคนมีสิทธิที่จะเข้ารับการตรวจ เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ลดจำนวนผู้เสียชีวิต กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค มีเจตนารมณ์อย่างมุ่งมั่นที่จะยุติปัญหาเอดส์ภายในปี พ.ศ. 2573

เป้าหมายลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้เหลือไม่เกิน 1,000 ราย ลดการเสียชีวิตให้เหลือปีละไม่เกิน 4,000 ราย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สายด่วนประกันสังคม 1506 / สายด่วนปรึกษาเอดส์ 1663 / สายด่วน สปสช. 1330 และ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

อ่านเพิ่มเติม :

ที่มาของข่าว : https://siamrath.co.th/n/87852