ads

ขุ่นพระ! นี่มันแฝดน้องของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ชัดๆ 

 

มาแล้ว! iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เชื่อว่ามีคนตั้งรอคอยเกือบทั่วโลกว่าครั้งนี้ Apple จะงัดกลยุทธ์การตลาดอะไรออกมาสู้กับคู่แข่ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีรูปหลุดรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone 8 ออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งทำเอาใครหลายคนต่างเฝ้ารอคอยอยากเหนหน้าคาตาใจแทบขาด! และแล้ววันนี้ก็มาถึง โดย Apple ได้เปิดตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ออกมาพร้อมกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งหน้าตาเหมือนกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus อย่างกับฝาแฝด!

 

ขอบคุณรูปจาก apple

 

โดยได้มีการอัปเกรดและทำการปรับปรุงมาจาก iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ซึ่งสิ่งที่ทำให้หลายคนกระเป๋าเงินสั่น (แต่อาจจะไม่มาก) ก็เห็นจะเป็นกล้อง iPhone 8 ที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับพร้อมเซ็นเซอร์แบบใหม่ทั้งซีพียู และ จีพียู นอกจากนี้เซ็นเซอร์ของภาพปรับให้เหมาะสมกับระบบ Augment Reality หรือ AR มากขึ้น ส่วนเรื่องการดีไซน์ของตัวเครื่องก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า อย่างกับแฝดน้องของ iPhone 7 โดยยังคงมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว แต่เพิ่มความเพอร์เฟคด้วยหน้าจอแบบ Retina HD รวมถึงการแสดงผลแบบ True Tone สำหรับตัวบอดี้ยังคงเป็นะลูมิเนียมเกรดเดียวกับยานอวกาศ

 

ขอบคุณรูปจาก apple

 

ส่วนฝาหลังทางแอปเปิลได้ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่ามีความทนทานที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่น! โดยครั้งนี้มีมาให้เลือก 3 สี คือ เทาสเปซเกรย์ สีเงิน และสีทอง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความจุเริ่มต้นที่ขนาด 64GB ตามด้วย 256GB ส่วนราคาเปิดตัวของ iPhone 8 อยู่ที่ 23,000 บาท และ iPhone 8 Plus เปิดตัวที่ราคา 26,500 บาท โดยจะเปิดพรีออเดอร์ในวันที่ 15 ก.ย.60 และจำวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 22 ก.ย.60

 

ขอบคุณรูปจาก apple

 

เชื่อว่าตอนนี้ใครหบายคนต่างมีคำถามอยู่ในหัวเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น สมควรซื้อดีหรือไม่ ? รวมถึงมีความพิเศษแตกต่างจาก iPhone 7 และ iPhone 7 Plus อย่างไร ? เพื่อการตัดสินใจที่ไม่ผิดพลาด! เรามีข้อมูลที่ควรรู้ก่อนซื้อไขทุกข้อข้องใจ เพื่อที่จะไม่เสียใจในภายหลัง!

 

→ ปรับปรุงกล้องใหม่สวยคมชัดกว่าเดิม!

 

ขอบคุณรูปจาก apple

 

สำหรับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อมกับความละเอียดของกล้องที่12 ล้านพิกเซล เหมือนกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus แต่! ถูกปรับปรุงด้วยตัวเซ็นเซอร์ใหม่ โดยมีรูรับแสงขนาด ƒ/1.8 ซึ่งสามารถรับแสงได้มากขึ้นถึง 50% นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระแบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล ซูมดิจิทัลได้สูงสุด 5 เท่า อีกทั้งสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงได้ถึงระดับ 4K และใช้แฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวง นอกจากนี้ยังมาพร้อมความพิเศษของกล้องคู่ที่แอเปิลพัฒนาเทคโนโลยี ISP โดยช่วยในการประมวลผล ที่ช่วยทำให้กล้องสามารถซูมแบบออปติคอลที่ถ่ายได้ใกล้ 2 เท่า และการซูมแบบดิจิทัลได้ใกล้ถึง 10 เท่า พร้อมทั้งายวิดีโอได้ใกล้ถึง 6 เท่า อีกทั้งตัวเลนส์กล้องยังมาพร้อมกับเลนส์ Wide มีรูรับแสงขนาด ƒ/1.8 และเลนส์ Tele มีรูรับแสงขนาด ƒ/2.8 นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอแบบใหม่ที่เรียกว่า Portrait Lighting ให้ออกมาสวยเพอร์เฟค โดยสามารถปรับโทนแสงบนใบหน้าในขณะะถ่ายภาพได้อีกด้วย สำหรับกล้องหน้ามพร้อมกับละเอียด 7 ล้านพิกเซล ความพิิเศษคือถ่ายถาพได้ด้วยขอบเขตสีที่กว้างขึ้น ทำให้ถ่ายเซลฟี่ออกมาได้สวยสุดๆ แม้ในที่มือก็มี Retina Flash ที่ช่วยจัดแสงให้ถาพออกมาดูดีสุดๆ

 

→ สเปคแรงไม่มีสะดุด!

 

ขอบคุณรูปจาก apple

 

มาพร้อมกับซีพียูตัวใหม่ A11 Bionic แบบ 6 แกน ที่สามารถคอร์ประหยัดพลังงาน 4 คอร์ ซึ่งเร็วกว่าซีพียู A10 Fusion ถึง 70% รวมถึงมาพร้อมกับคอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์ที่เร็วขึ้น 25% พร้อมโปรเซสเซอร์ร่วม M11 ในการประมวลผลเคลื่นไหวในตัว ส่วนจีพียูเร็วขึ้น 30% และรองรับ Augment Reality ทำให้เล่มเกมได้อย่างสมจริง ซึ่งทำงานแบบเดียวกับ iPad Pro ที่ทำงานร่วมกับซีพียู จีพียู

 

→ ระบบเสียงลำโพงสเตอริโอที่เพอร์เฟคกว่าเดิม

มาพร้อมกับลำโพงสเตอริโอถูกปรับปรุงใหม่ทั้งบนและล่างที่ดังขึ้ิน 25% จึงทำให้การถ่ายทอดเสียงเบสออกมาดูลุึกและมีเสียงที่คมชัดกว่าเดิม ไม่ว่าจะฟังเพลง หรือ ดูคลิบวิดัโอก็เพอรืเฟคเพลิดเพลินทุกการใช้งาน รวมถึงเมื่อคุยผ่านสปีกเกอร์โฟนก็ได้ยินเสียงที่ชัดกว่าเดิม

 

→ กันน้ำกันฝุ่นเหมือนเดิมเป๊ะ!

 

ขอบคุณรูปจาก apple

 

ยังคมมาพร้อมกับคุณสมบัติที่สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยมาตรฐาน IP67 ซึ่งสามารถกันฝุ่นได้100% และกันน้ำที่ความลึกสูงสุด 1 เมตร นาน 30 นาที

 

→ ว้าว! ระบบชาร์จแบบไร้สาย

 

ขอบคุณรูปจาก apple

 

นี่อาจจะเป็นข้อดีที่กระตุ้นแรงใจในการซื้อเมื่อ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพ้รอมกับระบบชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย โดยสามารถชาร์จกับแท่นชาร์จและแผ่นรองชาร์จ ซึ่งทางแอปเปิลเรียกว่า AirPower อีกทั้งสามารถชาร์จ iPhone, Apple Watch และ AirPods ได้อีกด้วย

 

→ ความจุขนาดใหม่

มาพร้อมกับความจุขนาดใหม่ โดยเริ่มต้นที่ที่ขนาด 64GB ตามด้วย 256GB

 

เรียกได้ว่าถึงแม้จะเหมือนแฟดพี่อย่าง iPhone 7 และ iPhone 7 Plus จนแทบแยกกันไม่ออก แต่ก็ยังมีลูกเล่นใหม่ๆ มาให้แฟนๆ ได้ตื่นตาตื่นใจกันอยู่บ้าง ซึ่งบางคนอาจจะกำลังคิดว่า ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรสักเท่าไหร่นัก พูดกันตามจริงก็เหนือความคาดหมาย เพราะทั่วโลกต่างจับตามองและหวังว่าแอปเปิลจะมาพร้อมกับความพิเศษแบบจัดเต็มมากกว่านี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ซื้อ ถ้าชอบก็สั่งจองได้เลยจ้า แต่ถ้าไม่ชัวร์! แนะนำให้ไปลองจับเครื่องและลองเล่นดูที่ iStudio ดูก่อนเพื่อการตัดสินใจที่แน่ชัด และไม่กลับมาเสียใจในภายหลัง