ads

แพทย์ รพ.เด็ก แนะนำ อาการเสี่ยง “ไข้เลือดออก” ให้รีบพบแพทย์

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผอ. รพ.เด็ก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเตือนคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยวัยแรกเกิด – 14 ปี ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงเป็นไข้เลือดออก และเด็กแรกเกิดที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี ที่มีโอกาสเสียชีวิตจากไข้เลือดออกสูงที่สุด ให้ป้องกันและระวังภัยไข้เลือดออก ในปี 2017 นี้

วิธีป้องกันโรคไข้เลือดออก คือ การเสริมเกราะคุ้มกัน 2 ชั้น คือ 

1.ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก

นวัตกรรมทางการแพทย์สมัยใหม่นี้ ได้ค้นพบวัคซีนที่ป้องกันโรคไข้เลือดออกได้แล้ว และแพทย์แนะนำให้ฉีดแก่เด็กตั้งแต่อายุ 9 ปี ถึงผู้ใหญ่ อายุ 45 ปี (ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ใหญ่เองก็ควรไปฉีดวัคซีนไข้เลือดออกนะคะ) โดยเว้นระยะเวลาการฉีดออกเป็น 3 เข็ม ห่างกันเข็มละ 6 เดือน  ซึ่งพบว่าช่วยลดโอกาสการเป็นไข้เลือดออกได้สูงถึง 70%  ป้องกันไวรัสเดงกี่ที่มีการระบาดการติดเชื้อในไทยสูงมาก

2.ป้องกันและกำจัดแหล่งลูกน้ำยุงลายในบ้าน

กำจัดแหล่งที่อยู่อาศัยของลูกน้ำยุงลาย ไม่ให้เพาะพันธุ์ ด้วยการเทน้ำขัง ให้บุตรหลานนอนในมุ้ง และหายาทากันยุง

3.เมื่อป่วยแล้วให้ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด รีบไปพบแพทย์

เพราะโรคไข้เลือดออกมีผลต่อการสลายของเม็ดเลือดแดง มมีภาวะช็อคได้ อ่อนเพลีย ซึม แต่มีระยะการเกิดโรค 9 ระดับ ดังนี้

  • เด็กเป็นไข้ แต่เมื่อไข้ลดลงจะเบื่ออาหารและไม่ค่อยเล่น และอ่อนเพลีย
  • เด็กจะคลื่นไส้ อาเจียน ตลอดเวลา
  • เด็กจะมีอาการปวดท้องมาก
  • จะมีเลือดออก เลือดกำเดา ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ
  • พฤติกรรมของน้องจะเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ
  • เด็กจะหิวน้ำอยู่ตลอดเวลา
  • ผิวของเด็กจะเย็น สีผิวคลำลง ตัวเป็นลายๆ
  • ปัสสาวะน้อย หรือไม่ปัสสาวะติดกันเป็นเวลานาน 4-5 ชั่วโมง

ฉีดวัคซีนป้องกัน “ไข้เลือดออก” ให้กับเด็กๆ

 

ฉีด วัคซีน ป้องกันไข้เลือดออก

วัคซีน “ไข้เลือดออก”

วัคซีน ป้องกันไข้เลือดออก

วัดไข้ ติดตามอาการไข้เลือดออก

วัดไข้เด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังสงสัยว่า ลูกๆ ของคุณ กำลังป่วยเป็นไข้เลือดออกหรือไม่? ให้ติดต่อกับแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรสอบถามปรึกษาศูนย์ความเป็นเลิศไข้เลือดออก โรงพยาบาลเด้ก ได้ที่หมายเลข 1415 ต่อ 3908 หรือที่เว็บไซต์ www.childrenhospital.go.th