อะไรคือเหตุผลทำให้ Masterkool ขายยากขึ้น

ads

มาสเตอร์คูล หุ้นตก ผู้ถือหุ้นเทขาย ทั้งที่ยอดขายเท่าเดิม จริงหรือ?

นับตั้งแต่ปี 2545 ที่มาสเตอร์คูล เป็นบริษัทแรกที่เริ่มต้น นำนวัตกรรม “พัดลมไอเย็น” เข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ก็สร้างปรากฎการณ์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะอากาศบ้านเรา กับงบในกระเป๋ามันเอื้อเหลือเกินที่จะซื้อเก็บไว้ติดบ้าน เนื่องจากเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีราคาสูงมาก มาแต่ไหนแต่ไร

แต่หลังจากผ่านมาได้ 10 ปี พัดลมไอเย็น เริ่มหมดกระแส แม้ว่าสภาพอากาศยังร้อนเมือกเหมือนเดิม เหงื่อไหลตัวเปียก อะไรกันที่ทำให้ มาสเตอร์คูลหมดพลัง มาดูกันค่ะ

ลูกค้าไม่มั่นใจในแบรนด์ Masterkool

ถ้าพูดถึง “พัดลมไอเย็น” “พัดลมไอน้ำ” ในหลายปีก่อนไม่มีใครไม่รู้จัก masterkool แต่พักหลังเหมือนงบโฆษณาจะลดลง และเน้น Strategy วางขายให้ลูกค้าเห็น Product มากขึ้น ซึ่งทำให้แบรนด์อื่น ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ มาวางเทียบทัดเทียม ตีตลาด ซึ่งตอนนี้หากเราพูดถึง “พัดลมไอเย็น” ก็จะเห็นเพียบ มากกว่า 4 แบรนด์

วางขายใน “ห้างสรรพสินค้า” นานเกินไป และมากเกินไป

มาสเตอร์คูลเป็นพัดลมไอเย็นที่มีมานาน และวางจำหน่ายในห้างซุปเปอร์สโตร์ อย่าง บิ๊กซี โลตัส เกลื่อน จนกลายเป็นว่าเป็นตัวเปรียบเทียบให้กับแบรนด์อื่นไป เพราะสินค้า พัดลมไอเย็น ของมาสเตอร์คูล มีราคาถูกมาก เมื่อวางเทียบกับแบรนด์อื่น ลูกค้าจะมีคำถามว่า มันดีกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างไร  ซึ่งบางทีแต่ละรุ่นของ Masterkool นั้นก็ไม่ได้แตกต่างกับยี่ห้ออื่น หรืออาจจะมี Function ดีกว่าด้วยซ้ำ แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่า ทำให้กลายเป็นฐานให้แบรนด์อื่นเหยียบไป ผู้ซื้อในกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ส่วนหนึ่งตัดสินใจจาก “ราคา” โดยมองข้ามคุณภาพไป

บริการหลังการขาย ที่ไม่รู้สึกแตกต่าง

“พัดลมไอเย็น” เป็นสินค้าที่มีความเฉพาะมาก คือ ถ้าเสียขึ้นมาไม่สามารถยกไปให้ร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าแถวบ้านซ่อมได้ เพราะอะไหล่ไม่มี  ในกรณีที่คุณซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ไม่ว่าจะยี่ห้อใดก็ถาม ถ้าคุณซื้อจากห้างต่างจังหวัด  ในขณะที่ศูนย์ส่งซ่อมอยู่ที่ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร  แล้วยิ่งถ้าพัดลมมาเสียในหน้าร้อน  กะประมาณเป็นว่า 3 เมษายน  กว่าจะส่งมาถึงศูนย์ฯ พิจารณารอ อะไหล่  รอคิวซ่อม และ ส่งคืน แน่นอนว่าไม่ต่ำกว่า 14 วัน  ถ้าเป็นเครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว ยังพอรอได้  แต่หากเป็นพัดลม หรือ แอร์ ถ้ารอนานขนาดนั้น เจ้าของหัวเสียแน่นอน  ซึ่งจุดนี้เป็นอีกจุดที่ผู้ซื้อพิจารณาถึงการใช้ระยะยาวๆ  ตรงนี้ Masterkool ยังมีบริการหลังการขายที่ไม่แตกต่างจาก พัดลมไอเย็น ยี่ห้ออื่น ทำให้ผู้ซื้อไม่รู้สึกแตกต่าง

Call Center  MasterKool โทรติดยากมาก

กรณีนี้ไม่ได้เกิดกับ MasterKool แบรนด์เดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลายบริษัทที่ใช้วิธีการพ่วงสาย  คือ ลูกค้าสมัยนี้ มีความกดดันสูงมาก ถ้า 3 วินาทีแรก หลังมีเสียงรับสาย แล้วยังไม่ได้ติดต่อกับ “คน” ต้องมา กดหนึ่ง กดสอง กดเบอร์ติดต่อภายในที่ท่านทราบ .. คือ ลูกค้าที่ไหนจะทราบ รู้แต่ว่าต้องการจะซ่อมเครื่อง ต้องการรู้ข้อมูลว่า ถ้าซื้อเครื่องรุ่นนี้ๆ จะต้องดูแลยังไง  หาปุ่มนี้ไม่เจอต้องถามใคร ฯลฯ  มีคำถามอีกหลายเรื่องที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม แน่นอนว่า คู่มือให้มาก็ไม่อ่าน เพราะว่ากันว่าคนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด

Promotion Air Cooler พัดลมไอเย็น

ตั้งแต่เริ่มเปิดตัว และออกผลิตภัณฑ์ “พัดลมไอเย็น” รุ่นใหม่ๆ ในราคาโดนใจ ช่วงต้นปี 2560 เป็นต้นมานี้ รายได้ของมาสเตอร์คูลก็เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีกระแสหุ้นตก  จากกระแสข่าวในวงการหุ้นตลาดหลักทรัพย์ พบว่า หุ้นของมาสเตอร์คูลนั้น ตกลง 48% ทำให้ผู้ที่เคยซื้อหุ้นไว้นั้นรีบขายหุ้น เพราะเกรงว่าราคาจะตกลงไปอีก สุดท้ายนี้ แฟน “พัดลมไอเย็น” ก็ยังคงเป็นกำลังใจให้ MasterKool กลับมาครองแชมป์ตลาดพัดลมแนวใหม่ที่ไม่ใช่เครื่องปรับอากาศได้อีกครั้ง