ads

ขนส่งเตรียมขยับค่าบริการ แท็กซี่ เริ่ม 40 บาทคาดว่ามีผลเริ่มใช้ปลายปี

ปัจจุบัน การขนส่งสาธารณะ ของประเทศไทยนั้น มีหลากหลายรูปแบบให้เราได้เลือกใช้บริการ ทั้ง รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน แอร์พอร์ตลิ้ง รถเมล์ วินมอเตอร์ไซต์ รวมถึง แท็กซี่ ที่เป็นที่นิยมสำหรับผู้คนในปัจจุบัน และระบบการขนส่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั้นก็คือ “แท็กซี่” เพราะมีความเป็นส่วนตัว และถึงที่หมายได้โดยไม่ต้องไปเบียดกับคนอื่นๆ ในช่วงเวลาเร่งรีบ แต่ก็อาจจะต้องเผชิญกับปัญหารถติดซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัจจุบันค่าบริการแท็กซี่นั้นจะเริ่มต้นที่ 35 บาท ใน 2 กิโลเมตรแรก และในกิโลเมตรต่อๆ ไป คือกิโลเมตรละ 2 บาท โดยจะคำนวนจะระยะทางที่วิ่งตามค่ามิเตอร์ การโดยสารรถแท็กซี่ค่าโดยสารจะเป็นดังนี้ อัตราค่าโดยสารที่ประกาศใช้ในช่วงเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2557 ได้มีการปรับอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ขึ้น โดยอัตราค่าโดยสารคือ

  • ระยะทาง 1 กิโลเมตรแรก 35.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 1 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 10 กิโลเมตรละ 5.50 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 10 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 20 กิโลเมตรละ 6.50 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 20 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 40 กิโลเมตรละ 7.50 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 40 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 60 กิโลเมตรละ 8.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 60 กิโลเมตรถึงกิโลเมตรที่ 80 กิโลเมตรละ 9.00 บาท
  • ระยะทางเกินกว่า 80 กิโลเมตรขึ้นไป กิโลเมตรละ 10.50 บาท

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ ที่มีชื่อย่อว่า TDRI เตรียมกำหนดแผนการปรับราคาแท็กซี่สาธารณะใหม่ จากเดิม 35 บาท Start เป็น 40 บาท ในช่วง 2 กิโลเมตรแรก ซึ่งข้อสรุปนี้จะต้องส่งให้กรมการขนส่งทางบก พิจารณาก่อนอีกครั้ง  ถือเป็นการปรับโครงสร้างราคาแท็กซี่ครั้งสำคัญ หลังจากที่ไม่ได้ปรับมาเกือบ 10 ปี

ปรับอัตราการคิดราคาค่าโดยสารแบบใหม่นั้น โดยอ้างอิงรูปแบบในต่างประเทศ ที่จะมาช่วยเรื่องรถติด มิเตอร์ไม่วิ่ง วิธีคิดจะแยกค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ส่วนนั่นก็คือ ค่าโดยสารตามระยะทาง และเวลาในการเดินทาง โดยจากเดิมที่คิดตามระยะทาง และความเร็วของยานพาหนะ เนื่องจากเล็งเห็นปัญหาว่าแท็กซี่จำนวนมากนั้น ต้องการเลี่ยงพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัด เพราะจะทำให้สูยเสียรายได้ และเกิดปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น

และสำหรับ การศึกษารูปแบบร่วมเดินทางของ แอปพลิเคชัน Grab และ Uber นั้นอาจจะมีการประกาศกฏกระทรวงเพื่อบังคับใช้อีกด้วย โดยแนวทางการกำกับดูแลผู้ให้บริการ Ride Sharing หรือ รถยนต์ส่วนบุคคลที่จะมาบริการสาธารณะนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องออกป้ายทะเบียนใหม่ เป็นสีเหลืองเหมือนกับรถแท็กซี่ สามารถใช้ป้ายทะเบียนสีขาวเดิมได้ แต่ผู้ที่ให้บริการนั้นต้องมาจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อบันทึกประวัติพร้อมรับสติ๊กเกอร์เพื่อระบุว่ารถคันนี้เป็นรถรับจ้างสาธารณะ เช่น ใช้สติ๊กเกอร์ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นรถรับอูเบอร์ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับรถยนต์ส่วนบุคคล

โดยทางทีดีอาร์ไอก็ได้ยกตัวอย่างในการเดินทาง เช่น เดินทาง 5 กิโลเมตรคิดค่าระยะทาง 50 บาท แต่หากในช่วงที่ผู้โดยสารขึ้นนั้นเป็นช่วงเวลาที่รถติด หรือใช้เวลาเดินทางมากกว่าปกติ 35 นาที ก็จะบวกค่าโดยสารเพิ่มขึ้นอีก 35 บาท รวมค่าโดยสารทั้งหมดเป็น 85 บาท ” ในการแก้ไขปัญหานี้นั้นก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะหากราคาค่าโดยสารแพงเกินไปนั้นผู้คนก็อาจจะเลี่ยงการเดินทางจากรถแท็กซี่เป็นการเดินทางด้วยทางอื่นแทน อาจจะทำให้คนขับรถแท็กซี่นั้นต้องวิ่งรถเปล่า เสียทั้งเวลา และเชื้อเพลิง แต่หากค่าโดยสารถูกเกินไปก็จะเกิดปัญหาที่ว่าคนขับแท็กซี่นั้นมีรายได้ไม่เพียงพอ และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เราก็หวังว่าผลสรุปและค่าโดยสารที่มีการวางแพลนไว้จะถูกใจทั้งผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการกัน

READ MORE :