ads

มาพร้อมความเพอร์เฟคที่ใครหลายคนอยากได้ใจแทบขาด!

 

ถึงแม้ว่า iPhone 8 และ iPhone 8 Plus จะไม่ค่อยสร้างความแปลกใหม่ให้กับสาวกไอโฟนเท่าไหร่นัก เพราะทุกอย่างคล้ายคลึงกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus อย่างกับแฝดน้อง โดยเพิ่มความพิเศษมาแค่กล้องโฉมใหม่ที่ถ่ายรูปออกมาได้สวยคมชัดกว่าเดิม ทำใครหลายคนต่างออกอาการผิดหวัง ยิ่งใครที่มี iPhone 7 และ iPhone 7 Plus อยู่ในมืออยู่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะเสียเงินซื้อใหม่ไปทำไมกัน แต่! ขึ้นชื่อเจ้าแห่งสมาร์ทโฟนอันดับต้นๆ อย่าง Apple ก็ไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เพราะนอกจากจะทำการเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus แล้ว ยังได้เปิดตัว iPhone X (ไอโฟนเท็น) ที่มารพ้อมขนาดหน้าจอ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว เกือบไร้ขอบ ไม่มีปุ่มโฮม!

 

ขอบคุณรูปจาก apple

 

ซึ่งถ้ามองเผลินๆ อาจดูคับคล้ายคับคลากับยี่ห้อคู่แข่งที่เป็นเจ้าแห่งสมาร์ทโฟนไม่แพ้กัน อีกทั้งยังมีลูกเล่นที่หน้าตื่นตาตื่นใจอีกเพียบ! เชื่อเถอะว่าเงินในบัญชีของใครหลายคนเป็นต้องสั่นไหว เพราะถือเป็นสมาร์ทโฟนรูปแบบใหม่ของแอปเปิลที่ไม่มีปุ่มโฮม! ถือเป็นความเซอร์ไพรส์ที่อาจทำให้เรียกคะแนนความนิยมกลับมาอีกครั้ง (หลังจากที่ใครหลายผิดหวังกับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus) ซึ่งมาพร้อมกับสโลแกน “Say hello to the future. (สวัสดีอนาคต)” ถือเป็นอีกหนึ่งความแปลกใหม่ที่ใครหลายคนจับตามองไม่น้อย iPhone X (ไอโฟนเท็น) มีความเจ๋งทีอะไรที่น่าดึงดูดใจบ้าง ? เราได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้คุณแล้ว

 

 

→ หน้าจอดีไซน์ใหม่ไร้ปุ่มโฮม

ขอบคุณรูปจาก apple

สำหรับ iPhone X ถือว่าตรงตามที่มีภาพหลุดออกมาเป๊ะ! โดยมาพร้อมกับหน้าจอ Super Retina Display ขนาด 5.8 นิ้ว OLED เกือบไร้ขอบ และมีความละเอียด 2,436 x 1,125 พิกเซล พร้อมกับการแสดงผลแบบ True Tone ที่มีสีสันสวยงาม โดยมีความสว่างสูง ซึ่งมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1 พร้อมรองรับ HDR ทั้งมาตรฐาน Dolby Vision HDR10 และรองรับการสัมผัสแบบ 3D Touch ในตัว ที่เซอร์ไพรส์ไปกว่านั้นคือไร้ปุ่มโฮม ซึ่งใช้วิธีแตะหน้าจอในการใช้งาน รวมถึงใช้การปัดขึ้นเพิิื่อปิดหรือสลับแอปฯ อีกทั้งดีไซน์ของตัวเครื่องมีความโค้งมนในรูปแบบสี่เหลี่ยมมุมฉาก โดยตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่า iPhone 8 Plus แต่มีขนาดใหญ่กว่า iPhone 8 สำหรับวัสดุที่ใช้เป็นกระจกทั้งหน้าหลัง ตัวเครื่องเป็นสแตนเลส มีให้เลือก 2 สี คือ สีเทาสเปซเกรย์ และสีเงิน

 

→ สเปคเดียวกับ iPhone 8 เป๊ะ!   

ขอบคุณรูปจาก apple

มาพร้อมสเปคเดียวกับ iPhone 8 มีซีพียูตัวใหม่ A11 Bionic แบบ 6 แกน และประหยัดพลังงาน 4 คอร์ ซึ่งเร็วกว่าซีพียู A10 Fusion ถึง 70% รวมถึงคอร์ประมวลผลการทำงาน 2 คอร์ที่เร็วขึ้นสูงสุดถึง 25% พร้อมโปรเซสเซอร์ร่วม M11 สำหรับการประเมินผลในตัว สำหรับจีพียูเร็วขึ้นที่ 30%และรองรับ Augment Reality การใช้งานแอปฯ เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมเสมือนจริงแบบเดียวกับ iPad Pro พิเศษไปกว่านั้นคือแอบเปลได้เคลมมาว่าแบตเตอรี่ของ iPhone X อยู่ได้นานกว่า iPhone 7 ถึง 2 ชั่วโมง

 

→ กล้องคู่ 12 ล้านพิกเซล

ขอบคุณรูปจาก apple

สำหรับกล้อง iPhone X ตัวเดียวกับ iPhone 8 Plus แต่มาในรูปแบบแนวตั้ง และมีการปรับขนาดรูรับแสงให้กว้างขึ้นอยู่ที่ f/1.8 และ f/2.4 อีกยั้งมาพร้อมกับฟิลเตอร์สีใหม่ที่เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น อีกทั้งยังมาพร้อมกับกล้องเทเลโฟโต้ใหม่พร้อมระบบ OIS ซึ่งทั้งสองเลนส์มีแฟลช LED True Tone 4 ตัว รวมถึง Portrait Mode และ Portrait Lighting แบบเดียวกับ iPhone 8 เช่นกัน นอกจากนี้ยังปรับโทนแสนของใบหน้าได้อย่างเพอร์เฟคในขณะถ่ายภาพได้ ส่วนวิดีโอรองรับการถ่ายสูงสุด 4K 60fps สำหรับกล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 7 ล้านพิกเซล โดยเพิ่มโหมด Portrait Lighting แบบเดียวกับกล้องหลัง ซึี่งสามารถถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ออกมาสวยเพอร์เฟค

 

→ มาพร้อมเทคโนโลยีสแกนใบหน้า

ขอบคุณรูปจาก apple

สำหรับระบบแสกนใบหน้าทำงานร่วมกับกล้องหน้า TrueDepth โดยเป็นการจดจำใบหน้าแทนการ Touch ID ที่สามารถปลดล็อกเครื่อว รวมถึงซื้อสินค้าผ่าน Apple Pay และซื้อแอปฯ ซึ่งการเซ็นเซอร์จะอยู่บริเวณด้านหน้าของตัวเครื่องที่เป็นส่วนเว้า มาพร้อมกับตัวฉายจุดแสงที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นกว่า 30,000 จุด ซึ่งจะถูกฉายลงบนใบหน้าเพื่อสร้างโครงสร้างให้ไม่ซ้ำใคร รวมถึงกล้องอินฟราเรดจะอ่านรูปแบบจุดบนใบหน้า แล้วส่งข้อมูลไปยัง Secure Enclave ในชิป A11 Bionic เพื่อทำการยืนยันใบหน้าที่ตรงกัน ซึ่งแสงอินฟราเรดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจะช่วยบอกว่าใบหน้านั้นคือใบหน้าของแม้จะอยู่ในที่มืดก็ตาม โดยเทคโนโลยีนี้มาพร้อมความปลอดภัยที่ดี ซึ่งแอปเปิลออกแบบมาอย่างรัดกุม ไม่สามารถใช้รูปถ่ายหรือใส่หน้ากากได้

 

→ Animoji ขยับตามใบหน้าได้

ขอบคุณรูปจาก apple

มาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ที่ขยับใบหน้าของอีโมจิตามใบหน้าของของผู้ใช้งานพร้อมกับเสียงได้ นอกจากยังอัดเป็นวิดีโอแล้วส่งผ่าน iMessage ได้อีกด้วย

 

 

→ มาพร้อมระบบชาร์จไร้สาย Qi

ขอบคุณรูปจาก apple

มีการรองรับการชาร์จไร้สายเหมือนกับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus โดยสามารถชาร์จกับแท่นชาร์จและแผ่นรองชาร์จได้ทั้ง iPhone, Apple Watch และ AirPods ได้

 

→ กันน้ำกันฝุ่นได้เช่นกัน

ขอบคุณรูปจาก apple

มีคุณสมบัติที่สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้เหมือน iPhone 8 โดยสามารถกันฝุ่นได้ถึง 100% และกันน้ำได้ที่ความลึกสูงสุด 1 เมตร นาน 30 นาที

 

→ มีความจุเริ่มต้นที่ 64GB

ขอบคุณรูปจาก apple

มาพร้อมกับความจุขนาดใหม่เริ่มต้นที่ขนาด 64GB ตามด้วย 256GB

 

เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนตัวใหม่ล่าสุดของแอปเปิลที่ทำเอาใครหลายคนต่างเกิดความ Need เพราะเป็นรูปแบบใหม่ที่แอเปิลไม่เคยทำมาก่อน ถึงแม้จะมีเจ้าอื่นชิงทำไปก่อนแล้วก็ตาม ซึ่งพอเปิดตัวมาก็ได้กระแสตอบรับที่ีดีเวอร์! สำหรับราคาอยู่ที่ ประมาณ 33,000 บาท สำหรับความความจุ 64GB และ ราคาประมาณประมาณ 38,000 บาท สำหรับความจุที่ 256GB สำหรับ iPhone X จะทำการเปิดสั่งจองในวันที่ 27 ต.ค.60 ใน 55 ประเทศ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเพราะไม่มีขายในประเทศไทย โดยจะวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 พ.ย.60 เชื่อว่าหนุ่มสาวชายไทยต่างบ่นเสียดายการเป็นแถว ถ้าอยากได้จริงๆ คงต้องสั่งจากต่าปงระเทศ แต่ไม่แน่ถ้ากระแสดีจนหยุดไม่อยู่ ก็อาจจะมีนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยก็ได้นะจ๊ะ!