ต่ออายุจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ 5% ถึงปี 66 หวังช่วยลดปัญหากู้นอกระบบ

ผ่อนบัตรเครดิตขั้นต่ำเบา ๆ ได้ต่อเนื่องถึงปี 66 แล้ว

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2019 ส่งผลให้เศรษฐกิจฝืดเคือง คนขาดรายได้และรายได้ลดลงจำนวนมาก กิจการหลายแห่งถูกจำกัดการเปิด บางแห่งต้องปิดตัวลง ความเสื่อมถอยของระบบเศรษฐกิจทำให้ธปท. ออกนโยบายเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการเป็นหนี้ของประชาชน แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว มาตรการบางอย่างจึงผ่อนคลายลงให้กลับสู่ภาวะปกติ

มาตรการช่วยเหลือจาก ธปท. ในช่วงโควิด

ช่วงโควิดเป็นช่วงที่ปัญหาหนี้สินพุ่งขึ้นมาในรอบหลายปี จนมีมาตรการช่วยเหลือหลายด้านจากทาง ธปท. หรือธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงสถานการณ์โควิดระบาดหนัก ๆ มีมาตรการที่สำคัญ ดังนี้

  • คงอัตราการผ่อนชำระหนี้ 5% จนถึงสิ้นปี 2565

การผ่อนชำระบัตรเครดิตและสินเชื่อมีการปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 5% เป็น 8% และ 10% ตามลำดับ แต่เฉพาะช่วงโควิดทำให้มีการคงอัตราชำระขั้นต่ำอยู่ที่ 5% จนถึงสิ้นปี 2565

  • ขยายเพดานวงเงินกู้สูงสุด 40,000 บาท

การขยายเพดานเงินกู้จะช่วยให้มีเงินก้อนสำหรับปลดหนี้และไม่ลดการออกไปกู้นอกระบบ โดยแบ่งเป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท กู้ได้ 2 เท่า จากเดิม 1.5 เท่า และผู้มีรายได้ผ่านทางแพลตฟอร์มดิจิทัลกู้ได้สูงสุด 40,000 บาท จากเดิม 20,000 บาท พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการชำระหนี้จาก 6 เดือน เป็น 12 เดือน

  • เสนอ ครม. ให้ปรับลดนำเงินส่งกองทุน

ทาง ธปท. ได้เสนอ ครม. ให้ปรับลดวงเงินที่สถาบันทางการเงินต้องส่งให้ FIDF จากเดิม 0.46% ต่อปี เป็น 0.23% ต่อปี เพื่อให้สถาบันการเงินมีต้นทุนลดลงและช่วยเหลือลูกหนี้ได้มากขึ้น

  • จัดทำคลินิคแก้หนี้เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้

คลินิคแก้หนี้เป็นช่องทางในการช่วยเหลือลูกหนี้ในการปลดหนี้เงินก้อนได้อย่างเป็นระบบ มีมาตรการช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน มีการไกล่เกลี่ยหนี้ต่าง ๆ ที่ช่วยให้ลูกหนี้สามารถชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ใช้ในช่วงปี 2563 – 2565 บางอย่างจะเริ่มปรับกลับมาให้อยู่ในสภาวะปกติช่วงสิ้นปี 2565 แต่บางอย่างก็มีการขยายเวลาออกไปจนถึงปี 2566

การขยายเวลาชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต 5% ช่วยลดการก่อหนี้เพิ่ม

มาตรการที่ขยายเวลาถึงปี 2566

จากมาตรการที่ออกมามีหลายมาตรการที่จะหมดระยะในการขยายเวลา แต่ก็มีบางมาตรการที่เห็นควรว่าน่าจะคงไว้จนถึงปี 2566 ดังนี้

  • มาตรการแก้หนี้ระยะยาว
  • โครงการพักทรัพย์
  • ฟื้นฟูการปรับตัวของเศรษฐกิจ

นอกจากนั้นยังมีการคงมาตรการสำหรับลูกหนี้กลุ่มเปราะบางให้สามารถใช้จ่ายหนี้ได้มากขึ้น ได้แก่

  • ลดอัตราการผ่อนชำระบัตรเครดิต โดยยังคงคงไว้ที่ 5% ดังเดิม
  • คลิกนิกแก้หนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการแก้หนี้ให้แก่ลูกหนี้

การขยายมาตรการนี้มาจากการประเมิน Stress Test กับทางธนาคารเรียบร้อยแล้ว ทำให้เห็นว่าสามารถเริ่มปรับหลายมาตรการกลับมาสู่ภาวะปกติได้แล้ว

การขยายเวลาชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำ 5%

หนี้บัตรเครดิตเป็นการรูดซื้อสินค้าไปก่อนแล้วผ่อนชำระกับทางธนาคาร ซึ่งปกติจะไม่แนะนำให้ชำระยอดขั้นต่ำ แต่ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีบางคนอาจจำเป็นต้องชำระขั้นต่ำ ซึ่งเดิมการชำระขั้นต่ำจะคิดที่ 5% แต่จะปรับเพิ่มเป็น 10% หลังจากมาตรการของธปท. จบลง ซึ่งตอนนี้มาตรการได้ขยายไปถึงต้นปี 2566 จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง คนที่ต้องผ่อนบัตรเครดิตอาจจะพอยิ้มออกที่ยังสามารถผ่อนชำระขั้นต่ำได้ในจำนวนเงินที่น้อยลง แต่หากเป็นไปได้ควรรีบผ่อนชำระให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

การผ่อนชำระบัตรเครดิตเป็นวิธีการใช้เงินสำหรับคนที่ไม่อยากใช้เงินก้อนและมีดอกเบี้ยถูกกว่ากู้เงินนอกระบบ ทำให้ลดการก่อหนี้นอกระบบได้ รวมถึงการคงคลีนิกแก้หนี้เอาไว้สำหรับการแก้ปัญหาหนี้ระยะยาว ช่วยให้คนกลับไปใช้ชีวิตปกติสุขแบบไร้หนี้ได้เร็วยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติม: