Home Bank Loan Update 2562 – 10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ สินเชื่อส่วนบุคคลซิตี้ ก่อนสมัครออนไลน์

Update 2562 – 10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับ สินเชื่อส่วนบุคคลซิตี้ ก่อนสมัครออนไลน์

อาจเรียกได้ว่าสำหรับวัยทำงาน การที่มีคนคนหนึ่งเอ่ยชื่อเกี่ยวกับ ซิตี้แบงค์ มา ก็คงต้องร้องอ๋อกันหมดทุกคน แต่จริงๆแล้วคำว่า Citibank เป็นชื่อแบรนด์ของบริษัท ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเปิดดำเนินการในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2510 (ถ้านับปีนี้ด้วยก็ 55 ปีแล้ว) ซึ่งคนส่วนใหญ่จะรู้จักซิตี้แบงค์ ในนามสถาบันการเงินที่ให้บริการบัตรเครดิตกันซะมากกว่า เพราะมีบัตรเครดิตเปิดตัวใหม่ๆ และมีสิทธิพิเศษค่อนข้างเยอะ แต่มีไม่เยอะที่รู้จัก สินเชื่อบุคคลซิตี้ และจะรู้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเท่านั้น ซึ่งวันนี้ เรามา Update เกี่ยวกับ สินเชื่อบุคคลซิตี้กัน เผื่อว่ามีใครจะได้ใช้บริการเร็วๆนี้ หรือ จะเก็บไว้เป็นข้อมูลไว้ตัดสินใจในอนาคตก็ได้เช่นเดียวกัน

ก่อนจะกู้ ควรอ่านข้อมูลเหล่านี้ให้ดีก่อน

ในหน้านี้มีอะไรบ้าง?

1อะไรคือสินเชื่อบุคคลซิตี้?

มันคือสินเชื่อที่ไม่ได้มีหลักทรัพย์เป็นประกัน พูดง่ายๆคือ ไม่ต้องมีอะไรมาค้ำประกันสำหรับการยืมเงินกับทางสถาบันการเงิน เป็นสินเชื่อที่ได้รับการกำกับจากธนาคารแห่งประเทศไทย แบบไม่ต้องระบุวัตถุประสงค์ สินเชื่อตัวนี้ ไม่ได้เหมาะหรือเจาะจงสำหรับนำไปใช้ประกอบอาชีพ (เอาไปเป็นเงินหมุนในธุรกิจ) ซึ่งตามหลักการของ ธปท ลูกค้าที่สมัครบริการนี้จะได้เงินกู้สูงสุดที่ 1.5 เท่าของรายได้ต่อเดือน หากมีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาท และ มีวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ หากมีรายได้ 30,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน ซึ่งจากหลักการของทาง Citibank แล้ว จะสามารถอนุมัติวงเงินได้ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย ซึ่งจริงๆแล้ว ทางซิตี้แบงค์มีการโฆษณาไว้ที่ 1.5 ล้านบาทเท่านั้น  และสำหรับอัตราดอกเบี้ยของซิตี้แบงค์จะเป็นแบบลดต้นลดดอก และก่อนหน้านี้ เมื่อสิบปีที่แล้ว ทางธนาคารซิตี้แบงค์ มีการใช้ชื่อสินเชื่อตัวนี้ว่า Citi Advance ซึ่งต่อมาใช้ชื่อว่า สินเชื่อบุคคลซิตี้ หรือ Citi Personal Loan นั่นเอง

2

อัตราดอกเบี้ย จำนวนกู้ยืม และจำนวนเจ้าหนี้

สำหรับอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบุคคลซิตี้นั้น จะรวมถึงค่าธรรมเนียมด้วย โดยมีอัตราดอกเบี้ยระหว่าง 15.99% ไปจนถึง 28% ต่อปี  ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทาง Citibank เอง  และจำนวนเงินกู้ยืมจะได้ระหว่าง 1.5 – 3 เท่าของรายได้ต่อเดือนของผู้กู้ โดยวงเงินจะต้องไม่เกิน 2 ล้านบาท

สำหรับผู้ที่เงินเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท จะต้องแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ Call Center ทราบด้วยว่า มีสินเชื่อตัวอื่นๆ จากธนาคารอื่น หรือ สถาบันการเงินอื่นๆหรือไม่ ก่อนการกู้ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้ผู้ขอสินเชื่อที่มีเงินเดือนต่ำกว่าเกณฑ์ ต้องแจ้งกับสถาบันการเงิน และมีสถาบันการเงินที่กู้อยู่ (จำนวนเจ้าหนี้) ไม่เกิน 3 แห่งเท่านั้น ซึ่งหากว่าไม่ได้แจ้ง ทางซิตี้แบงค์ เค้าสามารถที่จะยกเลิกวงเงินได้

3

ใช้บริการสินเชื่อ มีค่าบริการ หรือค่าดำเนินการอะไรบ้าง?

เริ่มต้นที่ค่าใช้จ่ายให้กับหน่วยงานราชการ นั่นก็คือ “ค่าอากรแสตมป์” ซึ่งจะต้องจ่ายที่ 0.5% จากวงเงินที่ได้อนุมัติ ยกตัวอย่างเช่น หากมีสินเชื่ออนุมัติที่ 500,000 บาท จะต้องเสียค่าอากรที่ 0.5% X 500,000 = 2,500 บาท และ หากค่าอากรเกิน 10,000 บาท ก็ให้เสียแค่ 10,000 บาท แต่สำหรับค่าอากรนั้น อันที่จริงแล้ว ทางกรมสรรพากรแจ้งเอาไว้ว่า ผู้ให้กู้ต้องเป็นผู้ชำระ แต่ในกรณีนี้ กับการกู้ยืมสินเชื่อจากซิตี้แบงค์ ผู้กู้ต้องเป็นผู้ชำระเอง อย่างไรก็ดี หากเป็นการกู้ยืมเงินจากสหกรณ์ หรือจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ไม่จำเป็นต้องเสียอากรแสตมป์

และค่าใช้จ่ายอื่นๆเช่น ค่าติดตามทวงถามหนี้ อยู่ที่ 100 บาท ต่อ รอบบัญชี ค่าตรวจสอบข้อมูลเครดิต กับ เครดิตบูโร อยู่ที่ 12 บาท (สูงสุด) ต่อครั้ง และยังมีค่าใช้จ่ายในการชำระเงินที่จุดรับชำระเงิน (เช่น counter service)

4

เมื่อสินเชื่อผ่าน ได้เงินมาแล้ว เราต้องทำอะไรบ้าง?

เช่นเดียวกับการยืมเงินบุคคลต่อบุคคล เมื่อมีหนี้สินก็ต้องใช้คืนหนี้ และสามารถที่จะผ่อนชำระคืนทางซิตี้แบงค์ได้สูงสุดถึง 60 เดือน หรือ 5 ปี (แล้วแต่ทางธนาคารเค้าจะอนุมัติ) การใช้คืนนี้ รวมถึงดอกเบี้ยด้วย อย่างไรก็ดี เนื่องจากสภาวะทางการเงินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การผ่อนชำระคืนอาจมีการล่าช้า ซึ่งหากเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่สามารถชำระคืนตามเวลาที่กำหนดได้ ทาง Citibank เค้าก็เปิดทางให้มานั่งคุยกันว่าจะสามารถชำระคืนได้ในช่องทางอื่นๆได้ (ประนอมหนี้ได้) นั่นคือหนึ่งวิธีที่ควรปฎิบัติหากรู้ตัวว่าไม่สามารถชำระหนี้คืนได้

5

คำถามคือ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น หากใช้หนี้ได้ไม่ครบ หรือไม่ตามกำหนด?

หากไม่สามารถจ่ายคืนได้ทันเวลา ก็จะต้องพบกับอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ผิดนัดชำระหนี้ (ไม่ว่าจะครั้งเดียวหรือหลายครั้ง) และทางซิตี้แบงค์สามารถเรียกเก็บดอกเบี้ยได้ตามกฎหมาย ซึ่งยังจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆเช่น ค่าติดตามทวงถามหนี้อีก 100 บาท ต่อรอบบัญชีด้วย ซึ่งหากไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ ควรโทรคุยกับทางธนาคารโดยตรง

6

จ่ายหนี้ สินเชื่อซิตี้ มีค่าธรรมเนียมหรือเปล่า?

ค่าธรรมเนียมในการชำระเงินแตกต่างกันออกไป แต่ละธนาคารและช่องทางการจ่ายเงิน ดังนี้ (ข้อมูล ณ เดือน เมษายน 2562 )

วิธีการ

กรุงเทพและปริมณฑล

ต่างจังหวัด

หักบัญชีธนาคาร ไม่มีค่าบริการ ไม่มีค่าบริการ
จ่ายผ่าน Mobile Banking ไม่มีค่าบริการ ไม่มีค่าบริการ
เคาน์เตอร์ กรุงไทย 25 บาท ต่อ ครั้ง 25 บาท ต่อ ครั้ง
เคาน์เตอร์ กรุงศรี 15 บาท ต่อครั้ง 30 บาท ต่อครั้ง
เคาน์เตอร์ กสิกรไทย 50 บาท ต่อครั้ง 50 บาท ต่อครั้ง
เคาน์เตอร์ ไทยพาณิชย์ 15 บาท ต่อครั้ง 30 บาท ต่อครั้ง
ATM กรุงไทย 15 บาท ต่อครั้ง 15 บาท ต่อครั้ง
ATM กรุงศรี 10 บาท ต่อครั้ง 20 บาท ต่อครั้ง
ATM กสิกรไทย 20 บาท ต่อ ครั้ง 25 บาท ต่อ ครั้ง
ATM ไทยพาณิชย์ 15 บาท ต่อครั้ง 30 บาท ต่อครั้ง
Mpay Station 10 บาท ต่อครั้ง 10 บาท ต่อครั้ง
Tesco Lotus 10 บาท ต่อครั้ง 10 บาท ต่อครั้ง
ที่ทำการไปรษณีย์ 10 บาท ต่อครั้ง 15 บาท ต่อครั้ง
Truemoney 7 บาท ต่อครั้ง 7 บาท ต่อครั้ง
BigC 10 บาท ต่อครั้ง 10 บาท ต่อครั้ง

7

สำหรับคนที่มีเงิน และจ่ายหนี้ก่อนครบกำหนด จะเป็นยังไง? (โปะได้หรือเปล่า? ปิดได้หรือไม่?)

มี 2 กรณี ดังนี้

  1. มีการผ่อนชำระน้อยกว่าหรือมากกว่า 24 เดือน ต้องการเคลียร์หนี้ให้หมดก่อน – ทางธนาคารอาจมีค่าธรรมเนียมการชำระเงินกู้ก่อนกำหนด ตามอัตราที่กำหนดไว้ แต่ไม่เกิน 28% ต่อปี
  2. มีการจ่ายค่าหนี้เกินในเดือน – เช่น ทางธนาคารกำหนดว่าต้องจ่าย 10,000 บาท ต่อเดือน แต่ชำระไป 12,000 บาท ในเดือนนั้นๆ ยอด 2,000 บาท จะถูกหักไปจ่ายเดือนถัดไป พูดง่ายๆก็คือ ไม่มีการโปะ สำหรับสินเชื่อบุคคลซิตี้

8

ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน

สำหรับ Citi Personal Loan ผู้ยื่นกู้ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้ค้ำประกัน และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เพราะเป็นสินเชื่อในลักษณะ “Unsecured Loan” หรือสินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และจะไม่เหมือนกันกับ สินเชื่อรถยนต์บางประเภทที่ต้องมีหลักทรัพย์ หรือ ผู้ค้ำด้วย

9

สินเชื่อตัวนี้ มันเสี่ยงมั้ยที่จะทำเรื่องกู้?

ความเสี่ยงอย่างเดียวก็คือการเป็นหนี้เพิ่ม ซึ่งการเป็นหนี้เพิ่มนั้นมาจากเงินต้น + ดอกเบี้ย ที่ไม่สามารถชำระคืนตามที่กำหนดได้ ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับผู้กู้เองล้วนๆ สำหรับความเสี่ยงอื่นๆ เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนั้นไม่มี เพราะ สินเชื่อบุคคลซิตี้ เป็นสินเชื่อที่ได้รับการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะไม่สามารถเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กำหนดที่ 28% ได้

10

ถ้าย้ายที่อยู่ ต้องไปตั้งถิ่นฐานต่างประเทศ หรือ ต่างจังหวัด ต้องทำอะไรมั้ย?

สิ่งที่ควรต้องทำก็คือการแจ้งธนาคาร ว่ามีการโยกย้ายที่อยู่ เพราะทางธนาคารอาจต้องมีการส่งเอกสารเกี่ยวกับยอดหนี้สิน และหากเปลี่ยนที่อยู่ หรือ ชื่อ นามสกุล เอกสารอาจผิดพลาดได้ จึงควรต้องแจ้งที่ Citibank Call Center เพื่อส่งเอกสารยืนยันตัวตนอีกครั้งที่ 02-232-4224 หรือสามารถติดต่อในช่องทางอื่นๆได้ โดยมีช่องทางติดต่อหลัก 4 ช่องทางด้วยกัน

สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านเอกสารกำกับฉบับเต็ม สามารถหาได้ ที่นี่


Exit mobile version