Home Investment Finance 8 เหตุผล ว่าทำไม คุณยังไม่หลุดจากการมีประวัติค้างชำระหนี้

8 เหตุผล ว่าทำไม คุณยังไม่หลุดจากการมีประวัติค้างชำระหนี้

เช็คตัวเอง ว่าเมื่อไหร่จะหลุดจาก ประวัติค้างชำระหนี้ ได้สักที

ทราบหรือไม่ว่า คนไทยเราเป็นหนี้ เสีย และมีประวัติค้างชำระหนี้ รวมเกือบ 1,000,000 คน ต่อปี  แต่ถ้านับเป็นบัญชี ก็เกิน 1.5 ล้านบัญชีแล้ว  แม้ว่าปี 2559 จะมีข่าวว่า บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (หรือบริษัทเครดิตบูโร) จะได้ลบชื่อ ลูกหนี้บางส่วนที่มีประวัติชำระดี มีหนี้ไม่มาก แต่ก็ลบมูลหนี้ออกไปได้เพียง 328,972 ล้านบาท เท่านั้น (ข้อมูลจาก prachachat.net เรื่อง ปี “60 ล้างประวัติค้างชำระหนี้ 3แสนบัญชี เครดิตบูโรชี้ 2ปี คืนลูกหนี้กลับเข้าระบบกู้ใหม่ต่ำ 5.5%  อัพเดทวันที่ : 06 ธ.ค. 2559 เวลา 07:00:08 น.) ทำให้มีลูกหนี้ดี กลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้มากขึ้นในปี 60 นี้

♣  1 ไม่จ่ายหนี้เกินระยะเวลาที่กำหนด ประวัติถูกส่งเข้าบริษัทเครดิตบูโร 

ถ้าคุณไม่ได้จ่ายบัตรเครดิต สัก 5-6 วันที่ครบกำหนดชำระ ช่วงนี้ยังไม่เสียประวัติ แต่จะเข้าข่าย จ่ายล่าช้า ซึ่งหากเกิดล่าช้าทุกเดือน หลายครั้ง ก็อาจจะถูกรายงานเข้าบริษัทเครดิตบูโร  สรุปคือจ่ายช้าปีละไม่กี่ครั้ง ไม่เป็นไร แต่หากตั้งไม่จ่าย จนพ้นระยะเวลาชำระหนี้เกิน 90 วัน เกิินเวลาชำระไปแล้ว จะติด ประวัติค้างชำระหนี้ 

ไม่ค้างชำระ หรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน (จ่ายช้า ไม่ถึง 1 เดือน แต่มีค่าปรับ) 
ค้างชำระ 31 - 60 วัน 
ค้างชำระ 61 - 90 วัน  
ค้างชำระ 91 - 120 วัน หรือ มากกว่า

สิ่งที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมคือ : โดนเสียค่าทวงถาม เมื่อจ่ายช้า ประมาณ 200 – 300 ฿

♣ 2 บัตรเสริมไม่จ่ายหนี้ ก็ติดประวัติค้างชำระหนี้ได้

คุณอาจจะเคยเปิดบัตรเครดิตไว้ให้แฟน เป็นบัตรเสริม  แล้วเกิดเหตุเลิกรากันไปโดยที่ต่างฝ่าย ก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกันแล้ว  ทีนี้คุณอาจจะไม่ทราบว่าสิทธิ์เจ้าของบัตรเสริม  คือ “ผู้ถือบัตรหลัก” ที่ต้องรับภาระทั้งหมดเต็มจำนวน  เหมือนคุณเป็นเจ้าบ้าน แต่ชื่อบนบัตรเสริมเป็นเพียงผู้อยู่อาศัย เมื่อเกิดกรณีข้อ 1 ที่จ่ายหนี้ล่าช้า หนีหนี้ ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เจ้าของบัตรหลักต้องเป็นผู้รับกรรมทั้งหมด แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

สิ่งที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมคือ : เจ้าของบัตรหลัก ต้องปิดหนี้ทั้งหมดก่อน แล้วรออีก 3 ปี เป็นอย่างน้อย กว่าจะขอสินเชื่อได้ใหม่

♣  3 จ่ายหนี้แล้วก็ต้องรอถึง 3 ปี 

เคยได้ยินมาว่า บริษัทเครดิตบูโร จะลบข้อมูลของลูกค้าทุกๆ 5 ปี แต่ในกรณีที่ไปชำระหนี้เรียบร้อยแล้ว ต้องรออีก 36 รอบบัญชี กว่าจะประวัติจะขาวสะอาด  แต่ระหว่างนั้น หากยื่นสมัครบัตรเครดิต หรือ สินเชื่อ ก็อาจจะผ่านกับบางธนาคารที่ไม่เช็คประวัติประวัติค้างชำระหนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมคือ : ถ้าขอกู้ทำสินเชื่อกับธนาคารที่รับเงินเดือนผ่าน จะมีโอกาสผ่านมากกว่าที่อื่น

♣  4 ไปค้ำประกันใครไว้ แล้วลืม 

เรื่องค้ำประกันนี้เหมือนเรื่องเวรกรรม   คุณอาจจะลืมว่าเคยให้เอกสารส่วนตัวเพื่อไปค้ำประกันใคร ไม่ว่าจะเป็น เงินกู้เพื่อการศึกษา, กู้ซื้อรถ, กู้ซื้อบ้าน, กู้ทำงาน  การกู้ทุกครั้งนี้ หากคุณไปมีชื่อเป็นผู้ค้ำ และคนที่คุณไปค้ำประกันให้ เกิดเบี้ยวหนี้ หนีหายไป ประวัติค้างชำระหนี้จะมาลงเอาที่คุณ  ดังนั้นหากไปค้ำประกันใครไว้ ควรติดตามเรื่องการชำระหนี้ (ผ่อนหนี้ รายเดือน หรือ รายปี ก็ต้องสอบถามกัน ไม่ให้หายหน้าหายตากันไป)

สิ่งที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมคือ :  คุณต้องติดตาม รู้ว่าคนที่คุณค้ำ มีที่อยู่ปัจจุบันอยู่ที่ไหน มีเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกัน และทำงานที่ไหน เผื่อว่ามีปัญหาจะได้ตามตัวกันถูก

♣  5 ไม่จ่ายหนี้กับ สถาบันการเงิน เท่านั้นถึงจะมีประวัติค้างชำระหนี้  จริงไหม? 

เคยมีคนตั้งข้อสงสัยว่า ค้างค่าโทรศัพท์หลายเดือน ไม่ได้จ่าย จะมีเครดิตไหม? ตามความจริง ค่ายโทรศัพท์มือถือ จะไม่สามารถยื่นเรื่องติด ประวัติค้างชำระหนี้ กับบริษัทเครดิตบูโรได้ เพราะไม่ใช่สถาบันการเงิน  แต่หากค่ายโทรศัพท์มือถือขายหนี้ให้กับสถาบันการเงินเมื่อไหร่ เตรียมรับมือไว้ได้เลย ไม่จ่ายหนี้ 200 – 400 กว่าบาท ค้างไว้นานก็ติด ประวัติค้างชำระหนี้ ได้ ถ้าเรื่องถึงขั้นฟ้องร้องบังคับคดี อยู่ในศาล นอกจากคุณจะติด ประวัติค้างชำระหนี้ กับทางค่ายโทรศัพท์มือถือแล้ว  เรื่องอาจจะส่งเข้าบริษัทเครดิตบูโร  ทำให้คุณกู้บ้าน กู้รถ กู้สินเชื่อไม่ได้  แม้ว่าจะค้างมาเป็น 10 ปีแล้วก็ตาม

สิ่งที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมคือ :  ค่ายโทรศัพท์มือถือ อาจขายหนี้ ให้กับสถาบันการเงิน เพราะฉะนั้น คุณควรไปจ่ายหนี้เถิดค่ะ

♣  6 เป็นนิติบุคคล ก็มีประวัติค้างชำระหนี้ได้ 

กรณีเป็นบุคคลธรรมดา จะมีข้อมูลบันทึกเก็บไว้เพียง 3 ปี แต่นิติบุคคล จะถูกเก็บประวัติไว้ 5 ปี  และหากคุณมีชื่อเป็นกรรมการ หรือ เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่จดนิติบุคคล เอาไว้แล้วติดประวัติค้างชำระหนี้ ขึ้นมา คุณก็ควรจะไปตรวจสอบสถานะการมีประวัติค้างชำระหนี้ของคุณกับ บริษัทเครดิตบูโรได้เลย

♣  7 ลืมจ่ายบัตรเครดิต – บัตรกดเงินสด บางใบ 

บางท่านมีบัตรหลายใบ ไม่ว่าจะเป็น บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต บัตรรูดซื้อ บัตรสินเชื่อ  จนลืมไปว่าใบไหนใช้ไปเท่าไหร่ สลิปส่งมาที่บ้านก็ทำหาย  ถ้าติดแล้วไม่จ่าย ลืมจ่าย (เข้าข่ายอย่าง ข้อ 1) ก็จะเป็นประวัติที่เสียไปเหมือนกัน บางคนพลาด มีประวัติค้างชำระหนี้ด้วยเหตุผลง่ายๆ แบบข้อนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมคือ :  บัตรใบไหนไม่ใช้ ไม่ควรเปิด เพราะหากเผลอเอาไปรูดแล้วลืมจ่าย ก็จะเป็นแบบนี้

♣  8 หนีหนี้ คิดว่ารอดแล้ว แต่ถูกขายหนี้ 

ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรกดเงินสด หรือ บัตรเครดิต เมื่อคุณเป็นหนี้แล้วไม่ชำระ เพราะคิดว่า ไม่ได้กู้กับ สถาบันการเงิน หรือ ธนาคารธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ก็อาจจะถูกติดตามหนี้และมีประวัติค้างชำระหนี้ได้ เพราะเจ้าหนี้มีสิทธิ์ขายหนี้ให้กับสถาบันการเงิน ตราบที่เขามีเอกสารสัญญากู้ของคุณอย่างชัดเจน และเจ้าหนี้ใหม่มีสิทธิ์จะติดตามหนี้ คิดดอกเบี้ย ตามอัตราที่กำหนด

สิ่งที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมคือ :  ตั้งใจหนีหนี้ ไม่รอดแน่ๆ

 

คุณอาจจะยังไม่ทราบว่า คุณสามารถขอดูประวัติค้างชำระหนี้ (บูโร) ของตัวเองได้ โดยมีค่าธรรมเนียมการยื่นเพียง 100 บาท และรู้ผลภายใน 10 นาที เพื่อความชัวร์ว่าการยื่นสินเชื่อใหม่ครั้งนี้จะมีโอกาสผ่านมากน้อยแค่ไหน 

–> เช็คสาขาตรวจประวัติค้างชำระหนี้ที่ให้บริการ

Exit mobile version