Home Investment Finance 20 ข้อกฎหมายต้องรู้ ของ “ทะเบียนสมรส” ที่เกี่ยวข้องกับเงินล้วนๆ

20 ข้อกฎหมายต้องรู้ ของ “ทะเบียนสมรส” ที่เกี่ยวข้องกับเงินล้วนๆ

20 ข้อกฎหมายต้องรู้ ของ “ทะเบียนสมรส” ที่เกี่ยวข้องกับเงินล้วนๆ

ทะเบียนสมรส สมัยนี้ยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า?? กับ 20 กฎหมายทะเบียนสมรสที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน

การแต่งงานสมัยนี้ ..ทะเบียนสมรสยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า? เพราะว่าเห็นนักการเมือง หรือ นักธุรกิจหลายคน ก็เลือกที่จะไม่จดทะเบียนสมรส เพราะต้องการแยกบัญชีการเงิน  ซึ่งส่วนนี้ เป็นความสมัครใจของคู่สมรส และหากไม่ต้องการจดทะเบียนก็ทำได้  หรือ หากมีบุตร แล้วค่อยจดทะเบียนรับรองบุตร ก็ได้

ในกรณีที่ต้องจดทะเบียนสมรส  ไม่ได้เป็นเครื่องหมายแทนความรักระหว่างคู่สามีภรรยาเท่านั้น ทะเบียนสมรสยังมีความสำคัญต่อ “การเงินครอบครัว” อีกหลายๆ ด้าน  ดั่งที่เคยได้ยินว่า “คู่สามีภรรยา ถือว่าเป็นคนเดียวกัน  นั่นหมายถือ เรื่องเงิน ที่เป็นรายได้เข้ามาตอนแต่งงาน และ จดทะเบียนสมรสแล้ว ไม่ว่าจะ เงินก้อน หรือ หนี้สิน ทั้งสามีภรรยาต้องร่วมกันรับผิดชอบ

คู่ดารา คุณเมย์ คุณหนุ่ม ก็จดทะเบียนสมรสนะคะ

มาดู 20 เรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน กับ ทะเบียนสมรส มีดังนี้

 

  1. เมื่อแต่งงานแล้ว ทรัพย์สินของสามี หรือ ภรรยา ที่ได้มาหลังจากจดทะเบียนสมรส ถือว่าเป็นสินสมรส หมายถึง  ทั้งสามีภรรยามีสิทธิในทรัพย์สินของกันและกัน จะซื้อหรือเอาไปขาย ทั้งสองฝ่ายต้องรับรู้ นิติกรรม ที่ทำขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สามีจะขโมยทองของภรรยาไปขายได้อย่างไม่ผิด  คือทั้งสองมีสิทธิ์ในทรัพย์สินของกันและกันจริง แต่ด้วยเหตุผลแล้ว ก็ต้องตกลงกันก่อนด้วย ว่าปันกันได้แค่ไหน ทั้งเรื่อง เงินสด หุ้น ที่ดิน บ้าน และอื่นๆ ขโมยเงินไปใช้ ไม่ผิด แต่ถ้าเอาทรัพย์สิน ไปจำนอง จำนำ ที่ต้องทำสัญญา ฟ้องกันได้  และยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมว่า เป็นสินส่วนตัว หรือ สินสมรส หรือ ทรัพย์สินที่เป็นข้าวของเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพหรือเปล่า  ซึ่งเรื่องนี้ ถ้าเอาไปขาย โดยที่ภรรยาไม่รู้  ถือว่าผิดตามนิติกรรม ฟ้องศาลได้

 

  1. สามี ภรรยา หลังแต่งงานแล้ว จะไปจดทะเบียนซ้ำ กับคนอื่น ไม่ได้! เรื่องนี้หลายคนไม่ทราบจริงๆ ว่าตัวเองอาจจะตกเป็นที่ 2 หรือ กลายเป็นภรรยานอกสมรสไป ก็เพราะว่าไม่รู้มาก่อนว่า อีกฝ่ายไปจดทะเบียนอยู่กินกับคนอื่นมาก่อนแล้ว   คือหากฝ่ายชายไปตีเนียน แต่งงานกับสาวต่างจังหวัด จดทะเบียนสมรสซ้ำ  หากเป็นเมื่อก่อนนั้นอาจจะทำได้ง่าย เพราะระบบฐานข้อมูลของรัฐไม่เชื่อมโยงกัน  (แต่ก็ผิดกฎหมายอยู่ดี)  ปัจจุบันนี้ นอกจากระบบจะ Sync. กันแล้ว  Social ยังแรงอีกด้วย อาจจะโดนตีหัวเข้าไม่รู้ตัวนะคะ

 

  1. สามี หรือ ภรรยา จะไปค้ำประกันใคร โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ไม่ได้ .. ส่วนนี้ ตรงกับข้อ 1 ยกตัวอย่างเช่น ภรรยา เป็นครู ไปค้ำเงินกู้ให้กับลูกศิษย์  แล้วเกิดว่าลูกศิษย์เบี้ยวหนี้  ทางธนาคารมาบังคับหนี้เอากับภรรยา  เมื่อสู่กระบวนการฟ้อง ปรากฎว่า สามีของครูไม่รู้เรื่องเลย (ดูจากสัญญาค้ำ ที่ไม่มีชื่อสามีครูเซ็น)  ครูอาจจะรอดได้ เพราะสัญญาตกเป็นโมฆียะ เพราะฉะนั้นเมื่อแต่งงานแล้ว ใครจะไปค้ำให้ใคร สองฝ่ายต้องรู้

 

  1. ภรรยา หรือ สามี มีสิทธิ์ในมรดกของกันและกัน เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต ..เรื่องนี้ไม่ขออธิบายเยอะ เป็นอันเข้าใจกัน

 

  1. เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้วอีกฝ่ายมีชู้ สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากคู่สมรส และ ชู้ได้ (ข้อนี้กา **** ไว้หลายๆ ตัว)

 

  1. บุตร เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของแม่ และมีสิทธิ์ใช้นามสกุลพ่อ และได้รับมรดกจากพ่อ เรียก บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย

 

  1. หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว ไม่ว่าฝ่ายไหนจะรายได้มากกว่ากัน ก็ลดหย่อนภาษีเงินได้ได้ (ดีจัง พาแฟนไปจดเลย..)

 

  1. หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว ทำให้สามีหรือ ภรรยา ฟ้องร้อง ดำเนินคดีแทนกันได้ เช่น ภรรยาถูกเพื่อนที่ทำงานตบ และด่าทอเสียหาย ภรรยาอาจจะยอมคน แต่ สามีไม่ยอม ไปฟ้องหมิ่นประมาทแทนกันได้   ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันได้

 

  1. ส่วนใหญ่แล้ว หนี้ที่มีมาก่อนแต่งงาน จะต้องชำระหนี้ด้วยสินส่วนตัวของแต่ละคนก่อน แต่ถ้าหลังแต่งงานแล้วกู้บ้านมาเป็นหนี้กู้ร่วม ก็ต้องใช้สินสมรสและสินส่วนตัวของทั้งสองคน จ่ายหนี้ได้

 

  1. ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส แล้วฝ่ายชายไม่จดทะเบียนรับรองบุตร .. บุตรก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับมรดก และค่าเลี้ยงดูอุปการะจากฝ่ายชายเลย
คู่หน้ากากซาลาเปา กับกุ๊บกิ๊บ ก็แต่งงาน จดทะเบียนสมรส แล้ว
  1. การจดทะเบียนสมรสนั้น ผู้หญิงอาจจะดูยุ่งยากที่สุด เพราะต้องเปลี่ยนนามสกุล แล้วต้องเปลี่ยนข้อมูลใน Book Bank, Passport, บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน ทุกอย่าง

 

  1. ต้องจดทะเบียนสมรสเท่านั้น จึงจะได้รับเงินช่วยเหลือจากทางราชการ หรือ นายจ้าง ในกรณีที่บริษัท มีเงินสงเคราะห์บุตร ตามกฎหมายแรงงาน ว่าง่ายๆ คือ ได้รับสิทธิ์สวัสดิการ จากบริษัทหรือราชการ นั่นเอง

 

  1. เมื่อต้องโอนที่ดิน ไม่ว่าจะโอนรับมอบ โอนซื้อขาย ต้องใช้สำเนาทะเบียนสมรส ของคู่สมรสมารับรองด้วยทุกครั้ง

 

  1. กรณีทำประกันชีวิต เช่นกัน ก็ต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรส เป็นหลักฐานทำประกัน และเมื่อต้องการให้สามีหรือภรรยาเป็นผู้รับผลประโยชน์ตามกฎหมาย

 

  1. ดอก ผล ของการเช่าซื้อ บนที่ดินของภรรยา หรือ สามี ก่อนสมรส ให้นับตั้งแต่วันจดทะเบียน  ในส่วนที่ดินนั้นถือเป็นสินส่วนตัว  ดอกผล ที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมรส  เป็นสินสมรส ที่แบ่งกันได้

 

  1. หนี้สิน ที่สามีหรือภรรยา ไปแอบกู้มา ถ้าจากข้อ 1 จะดูเหมือน เป็นโมฆียะ เพราะอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องตอนทำสัญญา แต่หากเป็นทรัพย์สินที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวัน ในการดำเนินชีวิต แล้วศาลนำสืบได้ ก็ถือว่าเป็นสินสมรส ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน

 

  1. ก่อนแต่งงาน ควรรู้ว่าอีกฝ่าย มีทรัพย์สินอะไร เพราะต้องจดทะเบียนแยกว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัว เวลาแต่งแล้วมีปัญหาต้องหย่าร้าง จะได้เคลียร์กันถูก

 

  1. สินสอดเป็นของที่ให้พ่อแม่ฝ่ายหญิง ของหมั้นเป็นของมอบให้ฝ่ายหญิง (อันนี้ไม่เคยรู้เลย)

 

  1. ข่าวทะเบียนสมรสหมดอายุ ต้องไปจดใหม่รายปี เป็นข่าวปลอม

 

  1. กฎหมายคุ้มครอง เรื่องทรัพย์สิน และ สิทธิ์ทุกอย่าง ของคู่สมรส นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายเซ็นต์จรดปากกาลงใบทะเบียน ต่อหน้านายทะเบียน

 

สุดท้ายนี้  นักธุรกิจ หรือ เศรษฐี ที่ร่ำรวย ก็ไม่ได้ปกปิดทรัพย์สินเสมอไป  เนื่องจากมีผู้จัดการทรัพย์สิน คอยช่วยเหลือเมื่อต้องจัดการแสดงรายได้กับสรรพากร เพราะการจดทะเบียนสมรสถือว่าเป็นการยกย่องคู่ชีวิตของเรา  พาควงกันออกหน้าออกตาทางสังคม และต้องการให้สังคมรับรู้ว่า นี่แหละ คู่ชีวิตของเรา .. ใครที่กำลังคิดจดทะเบียนสมรส (หรือจดแล้ว) ก็อย่าลืมทบทวน 20 ข้อข้างบนก่อนว่า ทราบหมดทุกข้อหรือยัง เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์สวัสดิการรัฐ และเสียสิทธิ์การเงินหลายอย่างนะคะ