ads

อยากเปิดร้านกาแฟสด กาแฟโบราณ ฟังทางนี้ ก่อนตัดสินใจ

ครั้งหนึ่งแอดมินก็เคยมีความคิดที่จะ “ทำร้านกาแฟ” แต่ตอนนั้นอายุน้อย และประสบการณ์น้อยมาก ขึนเอาเงินเก็บมาทำ รับรองว่าพังแน่  แต่หลังจากที่ได้ศึกษาต้นทุน และ วิธีการจัดการ ก็พบว่า มันไม่ยากเท่าไหร่  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำร้านกาแฟ คือ “วิธีการชง” นั่นเอง

เคยแวะปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง แล้วมีร้านกาแฟเล็กๆ (ไม่ใช่ร้านเฟรนไชส์)  มีแต่เมนูเครื่องดื่ม  ไม่มีเบเกอร์รี่ หรือ ขนมเพิ่มเติม  ร้านนี้เน้นขายน้ำ น้ำปั่น อย่างเดียว  ทุกครั้งที่ผ่านต้องแวะ  สั่งเมนูกาแฟสด ชงสด  แต่พอเจ้าของร้าน Set ร้านลงตัวแล้วให้ลูกน้องมาทำเท่านั้นแหละ ต้องเลิกกิน! เพราะว่ารสชาติเฝือน และไม่เป็นอย่างที่เคยสัมผัส

ความจริงแล้ว ร้านกาแฟ เปรียบเหมือนแกลอรี่ศิลปะอย่างหนึ่ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านขายเครื่องดื่ม  บางคนมาเพื่อดื่มบรรยากาศ  เพราะฉะนั้น ต้นทุนของการเปิดร้านกาแฟ ต้องแยกพิจารณาเป็น 3 ประเภท เรียงลำดับตามต้นทุน โดยประมาณ ดังนี้

  • ต้องการเปิดร้านขายเครื่องดื่ม
    (ต้นทุนเริ่มต้น 20K สำหรับร้านกาแฟโบราณ – 80K สำหรับร้านกาแฟสด)
  • ต้องการเปิดร้านนั่งชิล + Free Wifi
    (ต้นทุนเริ่มต้น 150K – 300K)
  • ต้องการเปิดร้าน กึ่งร้านอาหาร หรือ ร้านขนม
    (ต้นทุนเริ่มต้น 200K – 400K)

บทความแนะนำ สินเชื่อสำหรับ SMEs มีดังนี้

เปิดร้านกาแฟ ต้นทุนเท่าไหร่

ร้านกาแฟโบราณ

บางคนบอกว่า อยากเปิดร้านกาแฟ แผงลอย ใช้ทุน 10,000 บาท ก็พอ แต่แม้ว่า เปิดร้านกาแฟโบราณจะมีต้นทุนน้อยกว่า และ ระดับฝีมือการชง ไม่ต้อง Worry มาก เพราะว่ามักใช้กาแฟสูตรสำเร็จ และใช้เวลาชงไม่นาน ราคาต่อแก้วที่จำหน่าย เริ่มต้น 15 บาท ถึง 40 บาท ได้อย่างสบายๆ และต้องอยู่ในทำเลที่ดีด้วย

  • หน้าร้าน : รถเข็น – แผงลอย (20,000 ฿), ค่าเช่าอาคาร (ขึ้นอยู่กับสถานที่)
  • ค่าน้ำ – ค่าไฟ : ไม่เกิน 1,200 ฿ ต่อเดือน คิดจากร้านที่พื้นที่ขนาดน้อยกว่า 20 ตร.ม.
  • ค่าจ้างพนักงาน : มีหรือไม่มี
  • เฟอร์นิเจอร์ : ไม่ต้องใช้
  • เครื่องทำกาแฟ :  ไม่ต้องใช้
  • เมล็ดกาแฟ และ วัตถุดิบอื่นๆ : สำเร็จรูป
  • ค่าสูตรเครื่องดื่ม :  ไม่มี
  • แก้วกาแฟ + หลอด + กระดาษทิชชู่ + ถุงหูหิ้ว : 0.9 ฿ ต่อแก้ว 
  • ระยะเวลาคืนทุน : ไม่ควรเกิน 4 เดือน
  • รวมเงินลงทุน =  เริ่มต้น 20,000 ฿ (ไม่รวมค่าเช่าสถานที่ และ ค่าจ้างพนักงาน)

เมื่อมาเป็นเจ้าของร้านเปิดร้านเองแล้ว* ควรจะมีรายได้ต่อเดือนอย่างน้อย 9,000 บาท รวมต้นทุน 4 เดือนแรก เดือนละ 5,000 บาท ดังนั้น

  • ควรขายได้ 467 แก้ว ต่อเดือน (16 แก้วต่อวัน)
  • ในวันนั้นแก้วที่ 16 ขึ้นไป ถือเป็นกำไร 

* คิดจากต้นทุนที่ไม่จ้างพนักงาน


เปิดร้านกาแฟ ต้นทุนเท่าไหร่

ร้านกาแฟมีที่นั่ง + Free Wifi

ส่วนใหญ่แล้วเราเห็นร้านกาแฟที่มีที่นั่ง จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 50 บาทต่อแก้วได้อย่างสบายๆ และหากเป็นร้านที่มี Free wifi ก็จะดึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นได้มากขึ้น โดยที่มีต้นทุนเป็นเครื่องปล่อยสัญญาณ และ เฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมมา  และตกแต่งร้านอีกนิดๆ หน่อยๆ

  • หน้าร้าน : ตกแต่งใหม่ในพื้นที่ของตัวเอง หรือ เช่าร้าน  เริ่มต้น 100,000 ฿
  • ค่าน้ำ – ค่าไฟ : ไม่เกิน 2,500 ฿ ต่อเดือน คิดจากร้านที่พื้นที่ขนาด 20-32 ตร.ม.
  • เฟอร์นิเจอร์ : 20,000  ฿
  • ค่าจ้างพนักงาน : 7,800  ฿ ต่อเดือน (คิดจากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทำงาน 26 วัน)
  • เครื่องทำกาแฟสด : เริ่มต้น 30,000 ฿
  • เมล็ดกาแฟ และ วัตถุดิบอื่นๆ : เริ่มต้น 12,000 ฿
  • ค่าสูตรเครื่องดื่ม :  เริ่มต้น 3,000 ฿
  • แก้วกาแฟ + หลอด + กระดาษทิชชู่ + ถุงหูหิ้ว : 3 ฿ ต่อแก้ว
  • ระยะเวลาคืนทุน : ไม่ควรเกิน 6 เดือน
  • รวมเงินลงทุน = 165,000 ฿  (ไม่รวมค่าจ้างพนักงาน และ ค่าน้ำค่าไฟต่อเดือน)

ร้านระดับนี้ ปกติถ้ามีพนักงานคนเดียว ในระดับผู้จัดการร้าน* ควรจะมีรายได้อยู่ที่ 20,000 บาท ต่อเดือน  รวมต้นทุน 5 เดือนแรก 27,500 บาท

  • ควรขายได้ 1,000 แก้ว ต่อเดือน (33 แก้วต่อวัน)
  • ในวันนั้นแก้วที่ 34 ขึ้นไป ถือเป็นกำไร 

* คิดจากต้นทุนที่ไม่จ้างพนักงาน  ถ้าจ้าง ควรขายได้ 1,156 แก้ว ต่อเดือน (39 แก้วต่อวัน) ในวันนั้นแก้วที่ 40 ขึ้นไป ถือเป็นกำไร 


เปิดร้านกาแฟ ต้นทุนเท่าไหร่

ร้านกาแฟ + ร้านขนม หรือ ร้านอาหาร

ร้านกาแฟกึ่งร้านอาหาร ก็เป็นที่นิยมมาก สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ และถ้าเปิดตรงจุดแหล่งท่องเที่ยวได้ยิ่งดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เยอะ และเมนูอาหารหรือเครื่องดื่ม จัดให้อยู่ในหลัก 100 ได้ และเน้นส่วนการตกแต่งร้าน บวกกับองค์ประกอบอื่นๆ ได้ดังนี้

  • หน้าร้าน : มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง หรือ ค่าเช่าอาคาร (ขึ้นอยู่กับสถานที่ ตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป)
  • ค่าน้ำ – ค่าไฟ : ไม่เกิน 2,500 ฿ ต่อเดือน  คิดจากร้านที่พื้นที่ขนาด 20-32 ตร.ม.
  • ค่าจ้างพนักงาน :  7,800  ฿ ต่อเดือน (คิดจากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทำงาน 26 วัน) ต่อคน
  • เฟอร์นิเจอร์ : เริ่มต้น 40,000 บาท ( คิดจาก โต๊ะ เก้าอี้ เคาน์เตอร์ )
  • เครื่องทำกาแฟ :    เริ่มต้น 30,000 ฿
  • เมล็ดกาแฟ และ วัตถุดิบอื่นๆ :  เริ่มต้น 12,000 ฿
  • ค่าสูตรเครื่องดื่ม :  เริ่มต้น 3,000 ฿
  • ต้นทุนหมุนเวียนสำหรับ อาหาร หรือ ขนม ต่อวัน : เริ่มต้น 4,000 ฿
  • แก้วกาแฟ + หลอด + กระดาษทิชชู่ + ถุงหูหิ้ว : 3 ฿
  • ระยะเวลาคืนทุน : ไม่ควรเกิน 6 เดือน
  • รวมเงินลงทุน =  เริ่มต้น 200,000 ฿ (ไม่รวมค่าเช่าสถานที่, ค่าจ้างพนักงาน และ เงินทุนหมุนเวียนต่อวัน)

นอกจากต้นทุนเรื่อง ค่าซื้อกับข้าว และ วัตถุดิบ ต่อวันแล้ว รสชาติอาหารยังมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอีกด้วย ถ้าทำเลดี แต่อาหารแพง และ ไม่อร่อย ลูกค้าเดินหนี้แน่นอน เพราะฉะนั้นอย่าลืมคิดเรื่อง “คุณภาพและบริการ” ไว้ด้วย

นอกจาก “รสชาติ” แล้ว สิ่งสำคัญของการเปิดร้านกาแฟ คือ ทำเล และ เงินทุน ซึ่งหากคุณมีร้าน หรือ ทำเล ที่ใกล้กับแห่งออฟฟิศ ร้านค้า และแหล่งชุมชน ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะเริ่มต้น และ ต่อไปนี้ “ร้านกาแฟ” ก็ไม่ได้เป็นความฝันของคุณเสมอไป  เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการทำธุรกิจ ที่ให้คุณเป็นเจ้าของเองได้ สำหรับข้อมูลที่เรานำมาเสนอในวันนี้ เป็นราคาต้นทุนโดยประมาณ หากคุณอยากประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนไหนก็สามารถเขยิบตัดงบที่เกินความจำเป็นออกได้

อ่านแล้วรู้สึกง่ายมากๆ ทุกแบบร้าน จำหน่ายกาแฟวันละ 30 – 40 แก้ว ให้ได้ก็จะเริ่มมีกำไรมากขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นหากใครคิดจะเปิดร้าน ขยายสาขาอยู่ แต่หากทุนไม่พอ ขาดอีกนิดหน่อย ก็มีสินเชื่อ SMEs มาเป็นตัวช่วยเติมฝันให้กับคุณได้