หลักการวิเคราะห์สินเชื่อ

ads

สินเชื่อ และ กู้เงิน ในระบบ  ไม่ใช้คนค้ำ ดอกเบี้ยไม่โหด

สวัสดีค่ะ  วันนี้   Promotions.co.th  มีระบบการอนุมัติสินเชื่อคร่าวๆ ของธนาคารส่วนใหญ่ และ Non Bank มาฝากกัน  ซึ่งหากคุณได้อ่านจนจบแล้วจะรู้ว่าไม่ต้องพึ่งพาสินเชื่อ “หนี้หมวกกันน็อค” กันอีกเลย   ไม่น่าเชื่อว่ากระดาษที่โยนแจกตามป้ายรถเมล์ที่เป็นกระบุง จะมีคนเก็บขึ้นมาแล้วก็ไปกู้มาจริง  ซึ่งดอกเบี้ยนั้นอาจจะไม่โหดหากคุณมีนำมาคืนทัน  แต่หากผิดสัญญาหนี้แล้วก็อาจจะทำให้ต้องคิดหนัก

ไปขอสินเชื่อมาหลายที่แล้ว ก็ไม่ผ่านสักที อยากรู้ว่าธนาคารมีวิธีการคิดเพื่ออนุมัติสินเชื่ออย่างไร ที่เขาเรียกว่า เครดิตสกอร์ (Credit Score) นั้น? วันนี้เรามาดูกันค่ะ

ข้อ 1 ต้องการกู้ไปทำอะไร?

หากคุณต้องการขอสินเชื่อไว้สำหรับ “ปิดบัตรเครดิต” หรือ “รีไฟแนนซ์บ้าน” และอื่นๆ ด้วยเหตุผลจำกัด เพื่อต้องการลดค่าใช้จ่ายในการผ่อนต่อเดือนอยู่ด้วยภาระบางอย่าง  ทางธนาคารจะพิจารณาแยกว่าเหตุผลของคุณนี้ แบ่งออกเป็นอะไรใน 2 ประเภทต่อไปนี้

  • ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
  • ใช้ซื้อทรัพย์สินถาวร

ข้อ 2 เงินที่จะนำมาคืนธนาคารได้

ทางธนาคารเจ้าของสินเชื่อ (หรือ Non Bank) ก็ต้องคิดหนักอยู่เหมือนกันว่า  เงินที่คุณจะนำมาใช้คืนนี้เป็นเงินจากรายได้ประจำ หรืออื่นๆ  ซึ่งเขาจะมีคำถาม 2 ข้อ ว่า “บริษัทที่อยู่นี้เป็นบริษัทจำกัด หรือ จำกัดมหาชน” หรือ “บ้านที่อยู่นี้ เป็นบ้านของตัวเอง หรือ บ้านของ ฯลฯ”  เพื่อว่าหากมีปัญหาเขาจะได้ประเมินได้ว่าจะฟ้องร้องหาทรัพย์มาคืนได้หรือไม่

  • เงินค่าจ้างจากเจ้าของกิจการ (บริษัท จำกัด มหาชน มีภาษีกว่า งานที่เป็นบริษัทเล็กๆ )
  • ทรัพยสินอื่นๆ (บ้านที่อยู่เป็นของตนเองหรือ ชองคนอื่น  ถ้าเป็นบ้านคนอื่นนี้ก็เตรียมอดไป)

ข้อ 3 ความเหมาะสมของ “ข้อ 1” กับ “ข้อ 2

ทางธนาคารจะนำข้อ 1 กับ ข้อ 2 มาบวกกัน และลบด้วย จำนวนเงินที่คุณต้องการกู้  อย่าคิดว่า  หากต้องการกู้เพียงหลักหมื่น ก็น่าจะผ่าน  จะต้องดูข้ออื่นๆ ต่อไปนี้  โดยเฉพาะ “ความสามารถในการชำระหนี้”

ข้อ 4 ความสามารถในการชำระหนี้

ธนาคารส่วนใหญ่จะปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ให้กับผู้มีความสามารถในการชำระหนี้ สูงกว่า  เพราะมั่นใจได้ว่าจะได้เงินคืน  ซึ่งมีหลักการคิดเป็นสมการอยู่  (เข้าใจไม่ยาก ค้นหาคำว่า “สมการตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้” ) ซึ่งส่วนนี้ต้องให้นักวิเคราะห์สินเชื่อที่จบด้านบัญชีโดยตรง มาเป็นผู้ประเมินให้กับเจ้าของเงินทุน  ซึ่งจะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้แก่

  • ค่าใช้จ่ายประจำ
  • ค่าใช้จ่ายกับหนี้สินอื่นๆ
  • ค่างวดที่คุณใช้ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต

โดยทั้งหมดนี้ หนี้ไม่ควรเกิน 35% ซึ่งธนาคารออมสิน น่าจะเป็นธนาคารเดียวที่กล้าปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย มีความสามารถในการชำระหนี้เพียง 20%  ซึ่งหากคุณมีเงินเดือน 7,000 บาท ขึ้นไป ไม่เกิน 20,000 บาท  อาจจะลองกู้ “สินเชื่อประชาชน” ดู  แต่หากเป็นพนักงานประจำ  สินเชื่อตัวอื่นๆ ในตารางนี้ก็น่าสนใจ

สินเชื่อ ระยะเวลาอนุมัติ
(
โดยประมาณ)
ดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ
สินเชื่อเงินสดประชาชนพร้อมใช้

 

1-2 เดือน ใช้วงเงินเดียวกันนี้ได้ตลอด ไม่เบิกเงินก็ไม่มีค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ย
UOB  I Cash

 

3-7 วัน เริ่มต้น 9%
สินเชื่อบุคคลซิตี้

 

1 วัน –  7 วัน  เริ่มต้น 15.99% 18 เดือนขึ้นไป
TMB REFINANCE 3-7 วัน 12 เดือนขึ้นไป
CIMB Personal Cash 3-7 วัน เริ่มต้น 12% 12 เดือนขึ้นไป

 

ส่วนใหญ่แล้ว สินเชื่อส่วนบุคคล ในหลักแสนขึ้นไปจะขอบุคคลค้ำประกัน หรือ เป็นทรัพย์สิน ได้แก่ เงินฝาก, หุ้น, สินเชื่อ, พันธบัตร, ตั๋วแลกเงิน, ที่ดิน, สิ่งปลูกสร้าง, เครื่องจักร, เรือ, สินค้า, สิทธิในการเช่า, สิทธิ์ในการรับมรดก เป็นต้น (โอ้ว..) ไม่ได้มีแค่ทรัพย์สินแล้วจะอนุมัติกันง่ายๆ จะหักลบด้วย ค่าเสื่อมสภาพ และ ประโยชน์ใช้สอย อื่นๆ อีกด้วย   แล้วถ้าเป็นมรดก ก็ต้องมาดูกันว่ามีสิทธิ์หารกันกี่คน

credit: https://i2.wp.com/www.cashrefin.com/wp-content/uploads/2017/05/refinance-credit-card.jpg?resize=730%2C365

อีกข้อหนึ่งที่ธนาคาร / สถาบันทางการเงิน ใช้วิเคราะห์เพื่อปล่อยเงินกู้ให้กับคุณนั้น  เขาจะมองว่า ตัวคุณเองสามารถชำระหนี้ได้มากหรือน้อยแค่ไหน ซึ่งเขาจะส่งคำขอไปยังบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพื่อดูประวัติการชำระหนี้ของคุณ (ในกรณีที่คุณมีหนี้ผ่อน)  แต่จะตรวจสอบได้ก็ต่อเมื่อคุณลงนามยินยอมเท่านั้น  ไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่อยากดู แล้วส่งเรื่องขอดูเลยไม่ได้

เพราะว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นหนี้แล้วเป็นหนี้อีก หาเงินมาหมุนโปะไม่ทัน  คนกลุ่มนี้เป็นเส้นบางๆ ระหว่าง ผู้ที่มีรายได้แล้วต้องการเงินมาหมุนเวียน  ซึ่งหากไม่ใช่เจ้าหน้าที่สินเชื่อนี้ก็แทบดูกันไม่ออกทีเดียว  จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานในการจำแนกผู้มีความสามารถในการชำระหนี้ ให้แก่ธนาคาร

ข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่ง  คุณไม่ควรให้ข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ไว้กับผู้ที่มาหยิบยื่นข้อเสนอให้กับคุณ โดยที่เขาเป็นเพียงบุคคล ที่ไม่ใช่ตัวแทนของธนาคารโดยตรง  หากอยากสมัครติดต่อทางออนไลน์  ก็เลือกลิงค์ที่คลิกแล้วปลอดภัย  (ถ้าคลิกจากเว็บไซต์ ให้ดูว่าเป็นเว็บไซต์ .co.th เพราะจดทะเบียนในนามบริษัท)  เพื่อให้คุณแน่ใจว่าไม่ถูกหลอก   และหากไปเจอหน้าสมัครที่ไหน หน้าสุดท้ายจะต้องเป็น www.ชื่อธนาคาร/สถาบันเงินกู้.co.th เท่านั้น  เพราะว่าตอนนี้มีชาวต่างชาติ  แกล้งทำเป็นอาเสี่ย อาซ้อ  มาปล่อยเงินกู้ตาม Comment กระทู้แปลกๆ เพียบ