รู้ยัง! รายได้ คือ ไม่รวมค่าอื่น ๆ ในสลิปนะ – อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้สมัครสินเชื่อไม่ผ่าน

ads

สมัครสินเชื่อ ไม่ผ่าน สักที เพราะยังไม่รู้ว่าเขาดูแค่เงินเดือนอย่างเดียวหรือเปล่า?

อีกหนึ่ง ปัจจัย คำนวณ สินเชื่อจะ “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน” ของธนาคาร และ สถาบันการเงินต่าง ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่เขาจะขอดู Slip Carbon และ หนังสือรับรองเงินเดืือน ซึ่งตัวแรกนี้จะมี  Power  มากกว่า นั่นก็คือ เจ้าหน้าที่ได้ Slip Carbon ของคุณมาแล้วก็  กดเครื่องคิดเลขบวก ลบ คูณ หาร หาความสามารถในการชำระหนี้ได้ทันที  แต่หากเป็นหนังสือรับรองเงินเดือน ต้องยื่นคู่กับ Statement (สำเนาการเดินบัญชีธนาคาร) เสมอ แล้วเจ้าหน้าที่สินเชื่อ ก็ต้องทำงาน 2 ขั้นตอน คือต้องพลิกกระดาษ ทำ Note ไว้หลายหน้ากว่าจะคำนวณ “ความสามารถในการชำระหนี้” ของคุณได้สำเร็จ

คุณสมบัติรายได้ 20,000 บาท – คือต้องมีเงินเดือนอย่างเดียว 20,000 บาทนะ

ถ้าหากต้องพูดตรง ๆ  ว่า   สินเชื่อ (ทั้งสินเชื่อบุคคล และ บัครเครดิต) มีการพิจารณาที่ช่อง “เงินเดือน”  เพียงอย่างเดียวก็อาจจะเป็นคำพูดแทงใจที่ดูตรงเกินไปสักหน่อย  หากคุณเงินเดือน 15,000 บาท แล้วต้องการทำสินเชื่อ แต่ความจริงหากสถาบันการเงินนั้นต้องการลูกค้าที่ฐานเงินเดือน 20,000 บาทขึ้นไป   เขาก็จะเขียนว่า “รายได้ 20,000 บาท” แล้วดันเกิดมีคนสับสนขึ้นมาจริง ๆ ว่า เออ.. ฉันเงินเดือน 15,000 บาท แต่ได้ค่า Commission รวม OT แล้ว 28,000 บาท ยังไงรายได้อย่างฉันต้องผ่านสิเออ.. พอผล SMS แจ้งมาบอกจริง ๆ ปรากฎว่า “ไม่ผ่าน” ตัวใหญ่ ๆ 

อ่าว! แล้วทำไมเขียนให้กำกวม

ทำไมไม่บอกไปเลยว่า ดูเงินเดือน ไม่ได้ดูรายได้  ไม่ได้ตั้งใจกำกวมนะ เนื่องจากมีบางคน รายได้เขาไม่ได้มาจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว บางสถาบันการเงิน แค่บางสถาบันการเงินเท่านั้น  ที่เขาอะลุ่มอล่วย ให้ ใช้พวก ค่าคอมมิชชั่น โบนัส และอื่น ๆ ดูประกอบด้วยได้จริง ๆ แต่ส่วนใหญ่ที่เอามาดูคู่กันคือ โบนัส

- ค่าคอมมิชชั่น
- ค่าล่วงเวลา
- โบนัส
- เงินปันผล


จะรู้ได้อย่างไร! ว่าเงินเดือนเราผ่านไหม?

พอเห็นประกาศที่ว่า “รายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาทขึ้นไป” นั่นแหละ ให้รู้ไว้ว่า เขาหมายถึง เขารับลูกค้าที่เงินเดือน 20,000 บาท ขึ้นไป ถ้าเราเงินเดือน 12,000 บาท แล้วจะลองไปสมัครดู โอกาสผ่านน้อยลง ริบหรี่เรื่อย ๆ  แม้ว่าเราจะมีรายได้อื่น ๆ มี OT ทะลุ 10,000 บาท ทางสถาบันการเงินเขาก็อนุมัติให้ไม่ได้จริง ๆ เพราะเขามีค่าสถิติที่บอกแล้วว่า ค่าล่วงเวลา ค่าคอมมิชชั่น และบางค่า เป็นปัจจัยที่ไม่แน่นอน ไม่สามารถมาคำนวณเป็นต้นทุนคืนในสินเชื่อได้

ทำอย่างไร! ให้สินเชื่อผ่าน?

เรื่องสินเชื่อนี้ ไม่เข้าใครออกใคร ทั้งสินเชื่อบัตรเครดิิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน  .. ถ้านั่งอยู่ด้วยกัน 10 คน ใน Office เดียวกัน ต่อให้เงินเดือนเท่ากัน ก็อาจจะผ่านแค่บางคนเท่านั้นเอง  ถ้าหากอยากจะสมัครสินเชื่อผ่านต้องทำอย่างไรบ้าง? มาดูกัน

  1. หางานที่มั่นคง – งานที่มั่นคงนั้น ในสายตาของสถาบันการเงิน คือ 1) งานราชการ (เพราะไม่มีการไล่ออก ถ้าไม่มีโทษร้ายแรงขั้นสุดจริง ๆ  ยกเว้นจะลาออกเอง) , 2) งานรัฐวิสาหกิจ และ 3) พนักงานบริษัทจำกัดมหาชนเท่านั้น  แม้แต่เจ้าของธุรกิจเอง  ยังมีค่าความเสี่ยงมากกว่า 3 กลุ่มนี้เลย
  2. ไม่เปลี่ยนงานบ่อย มีอายุงานที่มากกว่า 6 เดือน – ยิ่งอายุงานมาก ทางสถาบันการเงินจะสิ่งมองว่า เขามีโอกาสได้เงินที่ถูกกู้ไป คืนสูง
  3. คุณผู้ชายควรสมรสก่อนอายุ 35 ปี – บางสถาบันการเงินมองว่า เพศชาย อายุ 35 ปีขึ้นไป จะมีฐานะที่มั่นคงยิ่งขึ้น ก็ต่อเมื่อมีครอบครัว (ข้อนี้แปลกมาก แต่มีอยู่จริง)
  4. พัฒนาตัวเอง ให้เงินเดือนเกิน 30,000 บาททำงานกับบริษัทข้ามชาติ หรือ เรียนต่อปริญญาโท ให้เงินเดือนสูงขึ้น – เนื่องจากเดี๋ยวนี้ การทำงานนั้นแข่งขันกันสูง แม้ว่าจะเริ่มต้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท  ดังนั้นอาจจะต้องฝึกทักษะด้านภาษาเพิ่มเติม เพื่ออัพเกรดรายได้ >> ใช้สิทธิ์ ผ่อน 0% Citi PayLite กับ คอร์สเรียนภาษาอังกฤษ

Read More :

  1. ตรวจสอบสถานะบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อ จาก 20 สถาบันการเงิน
  2. ขอสินเชื่อกสิกร ไม่มีสลิปเงินเดือน ดอก 2.34 บาท ต่อวัน มีจริงหรือ?
  3. บัตรเครดิต CItibank สำหรับคนเงินเดือน 30,000 บาท

โอนหนี้บัตรเครดิต 2561 “ปิดบัตร” ทางออกของคนเงินเดือนสูง ยังมีอยู่ไหม?