ads

รวมข้อคิดของการ ใช้สินเชื่อ เผื่อชำระหนี้บัตรเครดิต 

ไม่ว่ากัน เพราะว่าต่างคน ก็ต่างมีภาระ ที่ต้องใช้เงินสดหมุนเวียน ต่างวาระกัน  ซึ่งมีตั้งแต่เรื่องปัญหาสุขภาพ  หรือ การรูดซื้อสินค้าจนวงเงินเต็ม  เพราะ ยังไม่รู้จักการจัดการ “บัตรเครดิต” ที่ลงตัว   ซึ่งพอจุดหนึ่งที่คุณคิดว่า อยากจะแก้ไขปัญหานี้  “สินเชื่อรีไฟแนนซ์” นี้ช่วยได้  แต่บางคนก็บอกว่า “ไม่ดี”  ทั้งๆ ที่ธนาคารก็ออกแคมเปญมา   มาฟังเสียงของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ บัตรเครดิต  กับ สินเชื่อรีไฟแนนท์กันก่อนค่ะ

จะครบเดือนที่ใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิตส่งมาถึงบ้านอีกแล้ว  เห็นบางคนไม่อยากจะแกะออกเพราะว่ามี “บัตรเครดิต” ไว้ ก็มีแต่ “เป็นหนี้”  หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจแล้วว่า ต่อไปนี้จะไม่เป็นหนี้บัตรเครดิตอีก   วันนี้เว็บไซต์ Promotions.co.th  ได้รวบรวมเห็นข้อคิดดีๆ ของชาวพันทิป ที่มีคนเอาไปใช้จริง ไว้ที่นี่

 

1
“..สาเหตุของการเป็นหนี้ มี 2 อย่าง คือ  ความอยากได้ และ ความจำเป็น”
จาก K Expert

ใครที่มีคำถามอยู่ในใจว่า “ทำไมคนเราต้องเป็นหนี้บัตรเครดิต” มี Expert ดีๆ มาตอบ นั่นก็คือ K-Expert จากกสิกร  ซึ่งถือว่าเป็นธนาคารเจ้าเดียว ณ ปัจจุบัน ที่มี Relationship กับ กับชาวพันทิปมากที่สุด  ซึ่งร่วมมือกับ www.pantip.com  เพื่อสร้างสังคมการเงินที่แข็งแกร่ง  โดยเมื่อปี 2557 K-Expert ได้มาชี้แจงว่า  การเป็นหนี้นั้น มาจาก 2 อย่าง ได้แก่  ความอยากได้ VS ความจำเป็น นี่แหละคำตอบของสมการการเป็นหนี้  ซึ่งหนี้ที่เกิดจากความจำเป็นนี้ก็พอเข้าใจได้เพราะเป็นเหตุฉุกเฉิน เพราะอุบัติเหตุ หรือ ค่ารักษาพยาบาลเมื่อยามเจ็บป่วย เป็นต้น

ขอบคุณภาพจาก K-Expert

2
“..สมัยก่อนไม่มีบัตรเครดิต .. คนเราก็มีวิธีหาเงินแตกต่างกันไป”
จาก Nomame-1234

ขอบคุณภาพจากคุณ Noname – 1234

เป็นแนวความคิดที่เปิดตาสว่างอย่างหนึ่ง จากคุณ Noname – 1234 ที่กล่าวไว้ว่า คนเรามักหาเหตุผล “ความจำเป็น” ให้ทุกการใช้เงินเสมอ แล้วสมัยนี้มันก็ง่าย ที่จะกดเงินจาก บัตรกดเงินสด หรือใช้รูด  คือพอมี วงเงิน อยู่กับตัว แล้วมีกำลังซื้อ “ความจำเป็น” มันก็ตามมาเฉยเลย  ขึ้นอยู่กับการวางแผนการใช้เงินของแต่ละคนด้วย (เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ควรสร้างความจำเป็นที่เกินความจำเป็นพื้นฐานขึ้นมานะคะ)


3
“..รูดเพราะเอาแต้มไปสร้างรายได้  คนรูดเป็น ..สร้างรายได้มหาศาล”
จากคุณ ปิดบริการ

นอกจากคนที่จัดการ “การเงิน” ของตัวเองเมื่อใช้รูดซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิตได้เสมอแล้ว ยังมีบางคนที่ใช้วิธีการชำระสินค้า บริการ และอื่นๆ ด้วยบัตรเครดิต แล้วทำให้ได้รายได้เพิ่มเติมได้ด้วย  เช่น  การหารายได้แบบ Passive Income กับธุรกิจขายของ E-bay จากอินเตอร์เน็ต  และอื่นๆ อีกมากมาย (แต่ท่านอื่นก็แนะนำว่าไม่ควรใช้รูดซื้อหุ้นหรือกองทุน)

ขอบคุณภาพจากคุณ ปิดบริการ

4
“..หนี้บัครเครดิตผม 80% มาจากพวกนี้แหละ”
จากคุณ NaiAmibios

มีความคิดเห็นส่วนหนึ่ง ที่บอกว่าได้หนี้มาจากคนรอบข้างก็มี เพราะว่าญาติๆ ของคุณ อาจจะสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน จึงต้องใชับัตรของคุณช่วย

ขอบคุณภาพจากคุณ NaiAmibios

5
“..ถ้าคุณไม่ทำการบ้านหนี้ทั้งหมด คุณก็จะจ่ายหนี้ไม่ไหว”
จากคุณ ผึ้งน้อยพเนจร

ชอบคำว่า “การทำบ้านหนี้” คือ การจดรวบรวมไว้ว่า คุณมีหนี้อยู่กับอะไรบ้าง และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตพร้อมกับดอกเบี้ย เท่าไหร่? ซึ่งจะช่วยให้คุณจัดการชีวิตได้ง่ายขึ้น  หากจัดการไม่ไหว ลองสร้างตาราง Excel ขึ้นมา เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งคำนวณใหม่ทุกเดือน

ขอบคุณภาพจากคุณ ผึ้งน้อยพเนจร

6
“..ถ้าเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่หลายใบ ได้ยินคนบอกให้รวมหนี้ไว้ที่เดียว”
จากคุณ นกเค้าแมวตาโต

คำถามนี้เป็นกระทู้ชวนคิด  เป็นการจุดประเด็นของ “สินเชื่อรีไฟแนนซ์” เนื่องจากมีผู้ใช้บัตรส่วนหนึ่งไม่ต้องการผ่อนชำระรายเดือนแล้ว เพราะอาจจะกระทบต่อค่าใช้จ่ายทั่วไป  ดังนั้นจึงเริ่มต้นมาคิดใหม่ว่า หากรวมหนี้ไว้ที่เดียว แล้วผ่อนต่อเดือนถูกลง  ไม่โดนฟ้อง! แม้ว่าจะได้รับดอกเบี้ยแพงขึ้นจากการเลือกรีไฟแนนซ์ก็ตาม

ขอบคุณภาพจากคุณ นกเค้าแมวตาโต

7
“..หักบัตรเครดิต ทิ้งให้หมด”
จากคุณ P-Piya

หักบัตรเครดิตทิ้งให้หมด ให้เหลือไว้ใบเดียวที่เฉพาะจะใช้กก็พอ ถือเป็นการหักดิบ สำหรับผู้ที่ไม่อยากจะเป็นหนี้สินเชื่อเพิ่ม  และให้ผ่อนชำระหนี้ที่เหลือให้หมด พยายามจัดการชีวิตไม่ก่อหนี้เพิมขึ้นมาอีก ปิดรายการให้ได้ เหนื่อยหน่อยกว่าจะทำได้ และต้องสู้มากๆ ทีเดียว

ขอบคุณภาพจากคุณ P-Piya

8
“..คนที่สมัครสินเชื่อ Refinance ส่วนใหญ่ต้องการลดภาระต่อเดือนลง”
จากคุณ lucky Latte

สำหรับท่านที่ไม่ต้องการหักบัตร  และข้อนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ “สินเชื่อรีไฟแนนซ์” ขายดี  ก็เพราะว่าอยากแบ่งเบาภาระผ่อนต่อเดือน เนื่องจากมากระทบรายรับมากกว่า 70% แล้ว  ซึ่งจะช่วยลดภาระผ่อนต่อเดือนได้  แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการจัดการหนี้สินที่เข้าที่เข้าทางมากขึ้น ไม่ใช่ว่ากู้มาแล้ว ไม่โปะ เป็นหนี้เพิ่มไปอีก หรือ มีหนี้บ้านอยู่แล้ว สร้างสินเชื่อใหม่ขึ้นมาแล้วทำให้ผ่อนต่อไม่ไหว แบงก์ก็ไม่กล้าปล่อยกู้ (แต่สำหรับคนไม่มีหนี้ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ นี้ผ่านฉลุย)

ขอบคุณความคิดเห็นจากคุณ lucky Latte

9
“..ข้อดีของการรวมหนี้ไว้ที่เดียว คือ ดอกเบี้ยช่วงแรกจะถูกกว่าเดิม”
จากคุณ Juilusds

ในการรวมหนี้ไว้ คุณลองทดในกระดาษ หรือ Excel ดูเสียก่อนว่า ถ้ากู้มาแล้วโปะหมดในปีแรก จะจ่ายดอกเบี้ยน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น  ในกรณีที่ตั้งใจว่าจะปิดให้หมดในช่วง 12-18 เดือนแรก ทางธนาคารจะให้ส่วนลดดอกเบี้ยสูง ดึงดูดผู้ที่อยากปิดหนี้ให้หมดไว

ขอบคุณความคิดเห็นจากคุณ Juilusds

10
“..ใช้จ่ายอย่างมีวินัย และต้องมีวินัยในการใช้หนี้”
จากคุณ สมาชิกหมายเลข 922635

นอกจากวิธีการรวมหนี้ จัดการบัญชี แล้ว ผู้เป็นหนี้จะต้องมีวินัยในการใช้หนี้ เพื่อผ่อนได้หมดไว และไม่ก่อหนี้เพิ่ม ซึ่งในส่วนนี้ ขอให้คุณมั่นใจได้ว่า มีอีกหลายคนที่ตั้งแใจจะผ่อนหนี้ให้หมดเป็นเพื่อนคุณ  ดังนั้นไม่ต้องเครียดว่าทำไมเราหนี้เยอะอย่างนี้นะ

ขอบคุณความคิดเห็นจาก สมาชิกหมายเลข 922635

ดังนั้นเราพอจะสรุปหลักการ “ปลดหนี้” ไว้ได้ที่นี่ ดังนี้

ทำการบ้านหนี้

จัดการบัญชี

รวมหนี้ให้ดอกเบี้ยน้อย

มีวินัยในการใช้หนี้

บางความคิดเห็น ในที่นี้ มันดีมากๆ เลย สำหรับบางท่านอ่านแล้วรู้สึกว่า มันกำลังตอบโจทย์กับชีวิต ณ ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้  ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลส่วนตัว หรือ เป็นหนี้เพราะ “ความจำเป็น” ที่ไม่จำเป็น  ก็ยังมีคนจำนวนมากที่เผชิญปัญหาเดียวกับคุณอยู่  และสังคมออนไลน์ที่ต่างเต็มไปด้วย “ความคิดเห็น”  ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีเหตุผลเดียวเท่านั้น ที่เป็นเหตุผลเฉพาะคุณ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเซ็นเอกสารขอสินเชื่อ  ต้องมั่นใจว่า คุณได้เลือกถูกทางแล้ว (Promotions เป็นกำลังใจให้กับผู้ที่เป็นหนี้บัตรเครดิตเยอะๆ อยู่นะคะ)