ads

การขอสินเชื่อส่วนบุคคลมันเป็นการแก้ปัญหาการเงินที่ปลายเหตุก็จริง แต่มันเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สามารถช่วยชีวิตและแม้แต่กิจการไว้ได้ในระยะสั้นถึงระยะกลาง และมันเป็นเงินกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยที่ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันด้วย และการที่ธนาคารและ Nonbank จะปล่อยสินเชื่อให้ได้นั้น เค้าดูความสามารถในการจ่ายคืนได้เป็นหลัก เช่นฐานเงินเดือน และรายรับรายจ่าย และ ก่อนที่จะมาเลือกใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารหรือ nonbank ต่างๆ นั้น ควรกลับมาดูตัวเองก่อน ว่ามีสินทรัพย์ หรือ ทรัพย์สินอะไรหรือไม่ ที่สามารถนำไปใช้ในการขอกู้เงินแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพราะจะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า และก่อนที่จะทำเรื่องกู้ใดๆ ควรมานั่งพิจารณาข้ออื่นๆก่อนเช่น ทรัพย์สินที่ครอบครองอยู่ หรือยอดเงินสินเชื่อที่อยากได้ใช้  และนี่คือขั้นตอนเริ่มต้นก่อนการมาเปรียบเทียบสินเชื่อธนาคารต่างๆ เพื่อหาว่าธนาคารไหนน่ากู้ยืมมากที่สุด

ขั้นตอนแรก ตรวจสอบตัวเองว่ากู้ได้หรือเปล่า?

การกู้ยืมแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ธนาคารเจ้าของเงินเค้ามองว่าเค้ามีความเสี่ยง เพราะไม่มีอะไรมาค้ำประกันหากผู้กู้ไม่จ่ายเงิน คือถ้าหากว่ามีหลักทรัพย์เค้าก็สามารถยึดทรัพย์นั้นขายทอดตลาดได้ ดังนั้นทางธนาคาร โดยมากแล้วเค้าจะตรวจสอบผู้ยื่นกู้ขอสินเชื่อใน 2 ข้อหลักๆเลยก็คือ

คะแนนเครดิต จากเครดิตบูโร – คะแนนเครดิต โดยมากแล้วต่ำสุดอยู่ที่ 300 และสูงสุดอยู่ที่ 900 คะแนน ถ้าผู้ขอสินเชื่อยิ่งมีคะแนนใกล้ๆกันกับ 900 ก็จะสามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้นในจำนวนเงินที่มากขึ้น แต่หากว่าผู้ยื่นขอสินเชื่อมีคะแนนต่ำกว่า 750 คะแนน ก็อาจโดนปฎิเสธทำให้กู้สินเชื่อไม่ผ่านได้ เช่นเดียวกัน

รายได้รวม – โดยมากแล้วเค้าจะมีบอกไว้ก่อนกู้เลย คือ สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 10,000 – 15,000 บาท หรือ หากธนาคารไหนเค้ารับความเสี่ยงได้น้อยกว่า ก็จะมีฐานเงินเดือน 20,000 บาท ฐานเงินเดือน 30,000 บาท ฯลฯ ไปจนถึงฐานเงินเดือนหลักแสนก็มีเหมือนกัน และต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่า เท่าที่เห็น หากผู้กู้สินเชื่อมีฐานเงินเดือนที่สูง ดอกเบี้ยก็จะยิ่งต่ำ เพราะธนาคารเค้ามองว่า คนที่มีรายได้สูงกว่า จะส่งความเสี่ยงที่น้อยกว่าให้กับทางธนาคาร

ขั้นตอนที่ 2 เปรียบเทียบและ เลือกสินเชื่อธนาคาร

แต่สำหรับผู้ที่ข้ามมาอ่านข้อนี้ แนะนำว่าให้ตรวจสอบก่อนว่าคุณสามารถกู้ได้จริงๆหรือไม่ และการผ่อนชำระคืน ค่างวดดอกเบี้ยนั้นคุณสามารถรับได้ขนาดไหน และเมื่อคุณรู้แล้วว่าคุณสามารถที่จะผ่อนได้จริง แบบไม่หลอกตัวเอง คุณควรจะหาธนาคารที่เหมาะกับตัวคุณ ไม่ใช่ขอสินเชื่อจากที่ไหนก็ได้ขอให้ผ่าน ตัวอย่งเช่นฐานเงินเดือน ประสบการณ์ทำงานกี่เดือน แหล่งพักพิงอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล สลิปเงินเดือน เพราะหากว่าคุณดื้อไปสมัครเผื่อฟลุ๊ค คุณอาจเสียประวัติเครดิตได้ หากว่าสินเชื่อถูกปฎิเสธ อย่างไรก็ดี มันก็ยังมีเทคนิคการยื่นขอสินเชื่อแบบไม่เสียเครดิต แม้ว่าไม่ผ่านก็ตาม และเราเคยมีการจัดอันดับ 10 สินเชื่อบุคคลที่น่าสนใจในปีนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบเอาไว้แล้ว

ขั้นตอนที่ 3 เข้าใจขอบเขต และกติกาของสินเชื่อธนาคาร

ใครจะไปรู้ วันหนึ่งคุณอาจถูกฟ้องล้มละลายเพราะเอกสารที่เรียกว่า สัญญาเงินกู้ฉบับเดียวก็เป็นได้ และสัญญาเงินกู้ระหว่างสถาบันการเงินและผู้กู้เป็น หลักฐานที่จะสามารถนำมาฟ้องร้องกันในศาลได้ และคุณควรอ่านสัญญาเงินกู้ให้ดี เช่นค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยหากผิดนัดชำระหนี้ เพราะสิ่งเหล่านี้ แตกต่างกัน และไม่ค่อยมีธนาคารไหนหรือบริษัทการเงินไหนเหมือนกันเลยซักที่

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้ในการทำเรื่องสินเชื่อ

เอกสารการขอสินเชื่อจะค่อนข้างเหมือนกัน แต่ควรตรวจสอบให้ดีก่อนการทำเรื่องขอสินเชื่อบุคคล เพราะหากเอกสารไม่ครบจะทำให้ล่าช้าได้

หากคุณเป็นพนักงานมีสลิปเงินเดือน

  • เอกสารสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน
  • สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองบริษัท

หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • Statement ย้อนหลัง 1 ปี
  • ทะเบียนบ้านบัตรประชาชน

เราเคยมีลงบทความเกี่ยวกับเอกสารที่ใช้ประกอบการขอสินเชื่อเช่น เอกสารสำหรับศรีสวัสดิ์เงินติดล้อ เอกสารสำหรับสมัครบัตร KTC, ฯลฯ ซึ่งถึงแม้ว่าคุณจะได้รับ Pre-approved Loan หรือ สินเชื่อที่ได้รับการพิจารณาก่อนหน้าจากทางธนาคารแล้ว คุณยังคงต้องใช้เอกสารต่างๆเหล่านี้อยู่ดี