มันไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวแบบแน่นอนที่จะมาบอกว่า ทำอย่างนั้นนะ ทำอย่างนี้นะ จะทำให้ขอสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านชัวร์ เริ่มตั้งแต่เทคนิคการกรอกใบสมัคร หรือแม้แต่การพูดคุยกับทางธนาคาร เพราะสุดท้ายแล้ว กฎเกณฑ์ทุกอย่าง และการพิจารณามันถูกทำโดยทางฝั่งธนาคารล้วนๆ และ แตกต่างกันไปในแต่ละธนาคารด้วย ซึ่งบางสถาบันการเงิน หรือ ธนาคาร เค้าดูแม้กระทั่งกระแสเงินสด รวมถึงระดับการศึกษาด้วย

แต่อย่างไรก็ดี การที่จะสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่านหรือไม่ผ่านนั้น มันมี สิ่งหนึ่ง ที่เป็นเหมือนกันหมดทุกธนาคาร นั่นก็คือ ทุกธนาคารต้องการให้ผู้กู้ยืมจ่ายคืนให้ตรง และนั่นแปลว่า ธนาคาร เค้าจะอนุมัติสินเชื่อต่อเมื่อ เค้ามองว่าคนๆนั้น สามารถจ่ายคืนให้เค้าได้ + ดอกเบี้ย เท่านั้นเอง และนี่คือ 5 เทคนิค ในการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2562 หรือจะเรียกว่า สิ่งที่ควรทำ เพื่อที่จะทำให้สินเชื่อผ่านง่ายกว่าเดิม

1สิ่งที่ควรทำอย่างแรก ต้องทำกันทุกคนคือ “เคลียร์ คะแนน เครดิตของตัวเอง”

Credit Scores จะอยู่ที่ เครดิตบูโร เมื่อเรามีการยื่นใบสมัครสินเชื่อไป ธนาคารเค้าจะไปเช็คกับเครดิตบูโร เพื่อดูว่าคะแนนเครดิตของคนๆนั้นเป็นอย่างไร เช่น “ปกติ” หรือ “มีประวัติค้างชำระหนี้” ถ้าคะแนนเครดิตของตัวเราเองสูงเท่าไหร่ การที่ธนาคารเค้าจะอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลก็ง่ายขึ้นเท่านั้น

ก่อนที่จะไปยื่นขอสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไหน เราควรไปเช็คเครดิตของตัวเองกันก่อน เพื่อเป็นการเตรียมตัว ซึ่งการเช็คเครดิตนั้นทำได้ง่ายๆ ลองอ่านต่อดู ช่องทางในการเช็คเครดิต กับ เครดิตบูโร 

การเช็คคะแนนเครดิตของตัวเองนั้น มีประโยชน์มากแม้ว่าคุณจะไม่เคยติดหนี้ค้างชำระใครๆก็ตาม เพราะหากมีข้อผิดพลาดในรายงานเครดิตของตัวเองจะสามารถโต้แย้งได้ทันที หรือหากมีคะแนนเครดิตที่ไม่ดี ก็สามารถเริ่มต้นปรึกษาผู้รู้เรื่องทางการเงินได้ เพื่อให้แนะนำการปรับคะแนนเครดิตของตัวเอง

2

ปรับสมดุล หนี้สิน กับ รายได้ของตัวเอง

เวลากรอกใบสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล เค้าก็จะให้กรอกตัวเลขรายได้ลงไป และเราก็จะสามารถ กรอกรายได้ที่ได้รับจากการรับจ้างทำงานนอก (นอกเหนือจากเงินเดือน) ได้ด้วย เพื่อทำให้ตัวเลขที่ยื่นกู้กับธนาคารดูดี และทำให้ธนาคารมองเห็นว่าคุณยังมีรายได้อื่นๆอีกนอกเหนือจากเงินเดือนนั่นเอง

และนอกเหนือจากนี้ทางธนาคารเค้าจะดูหนี้สินของผู้สมัคร ดังนั้นการเคลียร์หนี้สินให้น้อยลงที่สุดก่อนยื่นเรื่องกู้สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อปรับสมดุล โครงสร้างหนี้ และ อัตราส่วนรายได้ VS หนี้สิน ให้ดูดีที่สุด และมีสูตรคำนวณดังนี้

DTI = หรือ Debt to income Ratio หรือ การเช็คภาระหนี้

หนี้สินที่ต้องจ่ายแต่ละเดือน หารด้วย รายได้ ( Known Debts / Income )

ยิ่งภาระหนี้สินน้อย โอกาสที่จะกู้สินเชื่อส่วนบุคคลผ่านในปี 2562 นั้น ก็ยิ่งเยอะขึ้นตามไปด้วย เป็นเงาตามตัว

3

อย่าขอสินเชื่อเยอะเกินไป อย่าขอเผื่อ ให้ขอขาดๆไว้ก่อน

การขอกู้ยืม สินเชื่อส่วนบุคคล นั้น จะมีอัตราตามฐานเงินเดือน และ รายได้ประจำ และการขอกู้ยืมเงินยิ่งมากเท่าไหร่ ธนาคารจะมองว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น

ให้ดูเหตุผลในการกู้ยืมของตัวเอง อย่าขอสินเชื่อเกินทีตัวเองจะจ่ายคืนได้ อย่าขอเกินวงเงินที่จะขอได้ ให้ขอแต่พอดีๆ หรือ ให้ขอน้อยกว่าที่เราจะได้รับการอนุมัติ เพราะอะไรน่ะหรือ? ถ้าเราขอสินเชื่อในวงเงินสูงขึ้นมากกว่าที่เราต้องการ ยิ่งสูงเท่าไหร่ Repayment หรือการจ่ายคืนต่อเดือนก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้กำลังในการจ่ายคืนน้อยลง และจะมีพื้นที่หายใจได้น้อยกว่านั่นเอง

4

หาผู้ค้ำประกัน มาเพิ่ม

ผู้ค้ำประกัน คือ สิ่งที่ธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อ มองว่าสามารถกระจายความเสี่ยงได้มากขึ้น และสินเชื่อหลายตัวอนุญาตให้มีบุคคลค้ำประกัน เช่น สินเชื่อ GSB จากธนาคารออมสิน ซึ่งบุคคลที่จะค้ำประกันจะต้องมีคุณสมบัติตามกติกาของทางธนาคาร การหาบุคคลค้ำประกันนั้นจำเป็นอย่างมากหากผู้กู้หลักไม่ได้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ และส่วนใหญ่ คนที่จะขอสินเชื่อส่วนบุคคล จะไม่มองผู้ค้ำ แต่จะ หาสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ต้องใช้คนค้ำ ซะมากกว่า

5

เมื่อพร้อมแล้ว ยื่นขอสินเชื่อพร้อมกันทุกธนาคาร อย่ารอผลจากธนาคารใดธนาคารหนึ่ง

การขอสินเชื่อส่วนบุคคล หากว่าไม่ผ่าน การที่จะยื่นกู้ใหม่อีกรอบนั้น ใช้เวลาหลายเดือน ซึ่งหลายคนรอไม่ได้ และหากไม่ผ่านขึ้นมาครั้งใด มันจะมีปรากฎอยู่ในบันทึกของธนาคาร ซึ่งธนาคารอื่นๆ ก็จะมาขอดูเหตุผลด้วยว่าทำไมไม่ผ่าน ดังนั้น การยื่นกู้หลังจากมีการเตรียมตัวเอาไว้แล้ว 4 ข้อข้างต้น จะทำให้ผ่านง่ายกว่าเดิม

การสมัคสินเชื่อส่วนบุคคลในปัจจุบัน ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก เพราะเดี๋ยวนี้เรามีช่องทางออนไลน์ ที่สามารถสมัครสินเชื่อบุคคลออนไลน์ได้ ที่สามารถยื่นเรื่องได้พร้อมๆกันหลายๆธนาคาร และบางแห่งยังสามารถยื่นผ่าน application ได้ด้วย 

สินเชื่อบุคคลมาแรงในปี 2019

5 ข้อดีของ สินเชื่อ SCB 10X ยกระดับการสมัคร Personal Loan

สินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิตที่ผ่านยาก ต้องมีคะแนนเครดิตดีเท่านั้น

ads

สะสมคะแนน 3 คะแนน เท่ากับ 1 ไมล์ โดยสามารถแลกไมล์ ได้หลากหลายสายการบินดังนี้

  1. สายการบิน บางกอก แอร์เวย์
  2. แอร์เอเชีย
  3. คาเธแปซิฟิก
  4. British Airways
  5. Etihad Airways
  6. EVA Air
  7. Qantas
  8. Qatar
  9. Singapore Airlines 

และยังสามารถ ใช้บัตรที่ต่างประเทศ รับคะแนนสูงสุด 4 เท่า ผ่อนสินค้าได้ 0% นาน 10 เดือน 

More Less