ทำไงดี? เป็นหนี้บัตรเครดิต 5 ใบ มาดูวิธีลดรายจ่ายต่อเดือน จากเจ็ดหมื่น เป็น หมื่นเจ็ด

ads

ขอสินเชื่อ เพื่อ รีไฟแนนซ์ จะเริ่มอย่างไร?

 

ก่อนอื่นต้องบอกว่า คำถามนี้ มาจากแฟนเพจ ที่สอบถามมาหลายท่านมาก ในหัวข้อเดียวกัน  และขออนุญาตเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้กลาง ๆ เนื่องจากน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่หาคำตอบอยู่ว่า การ Refinance จะตอบโจทย์ไหม?

 

กรณีที่เป็นหนี้บัตรเครดิตแล้วต้องการ Refinance นั้น มักจะมาถึงจุดที่วงเงินเต็มทุกใบ  ยกตัวอย่าง คุณ A เป็นหนี้บัตรเครดิตถึง 5 ใบ  โดยปกติส่วนใหญ่หากรายได้ 30,000 บาท และสมัครก่อนวันที่ 1 กันยายน 2560  จะได้วงเงินสูงถึง 5 เท่า ของรายได้  และผ่อนขั้นต่ำ 10% ขึ้นไป ต่อเดือนอย่างน้อย 1,000 บาท ต่อเดือน  ประมาณยอดหนี้ และ ขั้นต่ำต่อเดือนที่คุณ A ต้องจ่าย ดังนี้

 

บัตรเครดิต วงเงิน ขั้นต่ำต่อเดือน
ใบที่ 1 150,000 15,000
ใบที่ 2 150,000 15,000
ใบที่ 3 150,000 15,000
ใบที่ 4 150,000 15,000
ใบที่ 5 150,000 15,000
รวม 750,000 75,000

 

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ผ่อนรถด้วย .. รายได้ 30,000 บาท อย่างน้อยต้องมี Life style ขับรถที่ราคา 700,000 Up โดยประมาณ  ตีว่า ผ่อนขั้นต่ำต่อเดือน 11,000 บาท (เนื่องจากไม่มีข้อมูลว่า ผ่อนกี่ปี จึงไม่นำมาคิด)

ในเคสนี้ แม้ว่าจ่ายขั้นต่ำต่อเดือนแล้ว รวมแล้วเป็นหนี้บัตร 75,000 บาท ผ่อนรถ 11,000 บาท รวมแล้วเป็น 86,000 บาท เท่ากับว่ามากกว่ารายได้เกือบ 3 เท่าทีเดียว  ปล่อยไว้อย่างนี้จะไม่มีเงินกินข้าวแล้ว…

หนี้บัตร หนี้รถ รวม
75,000 11,000 86,000

 

ในกรณีที่เริ่มมีหนี้เยอะขนาดนี้ อยากให้มอง สถาบันการเงิน เป็นทางออกที่ 3 ก่อนอื่นต้องรีบเคลียร์ทรัพย์สิน หรือ ปรึกษาคนในครอบครัวก่อน เนื่องจาก จะลดภาระดอกเบี้ย

รายได้ หนี้ เหลือใช้จ่าย
30,000 86,000 -56,000

 

 

ดอกเบี้ย จากการกู้ยืม

ทางเลือก ดอกเบี้ย
เปิดใจกับคนในครอบครัวเรื่องภาระหนี้ อาจจะไม่มี – ร้อยละ 5
สินเชื่อรถยนต์ ร้อยละ 4 – 6
สินเชื่อรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยร้อยละ 9 – 28
สินเชื่อเงินสด/บัตรกดเงินสด ดอกเบี้ยร้อยละ 28
อื่น ๆ  อาทิ ดอกเบี้ยบ้าน ดอกเบี้ยร้อยละ 6

 

เริ่มต้นพอรู้ตัวว่า ชีวิตนี้.. ไม่มีความสุขเสียเลย หันไปซ้ายก็หนี้ ขวาก็หนี้  จะมีก็แต่ สลิปบัตรเครดิตอยู่เป็นเพื่อนที่ต้องฝันถึงทุกวัน และนั่งนับทุกคืน  ดูแล้วปวดใจมาก  เริ่มต้นจะทำอย่างไงดี ขอแนะนำดังนี้

################### 

1 แยกทรัพย์สินมาชำระหนี้

ตัดใจหน่อย อะไรที่ไม่จำเป็นใช้จริง ๆ  กรณีสุภาพสตรีอาจจะมีแบรนด์เนมหลายใบ  อาจจะเหลือใบที่รักไว้ใบเดียวก่อน  หรือยอมใช้แบบ Hand Made ไปเลย  สวยแบบไทย ๆ  เพราะเอาเข้าจริง ๆ ต่อให้ถือของถูก หรือ แพง ลูกน้อง และ เพื่อนร่วมงานไม่ได้เคารพ หรือ ศรัทธา ในตัวคุณมากหรือน้อยไปกว่าเดิม   คนที่อยากทึ้งผมคุณทุกวัน ๆ เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความคิดได้ด้วยการที่เห็นคุณใช้ของแบรนด์ .. บารมีต่างหากที่ทำให้คุณเกิด!  ความยุติธรรมในการทำงาน  ความมีเหตุมีผล  ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเขาสัมผัสได้จากการร่วมงาน  รวมถึงบุคคลอื่น ๆ ที่แวดล้อมคุณอยู่ด้วย   ลองเอาทรัพย์สินมาเคาะปัดฝุ่นดู  ถ้าขายแล้วอาจจะได้เงินแสนมาโปะ

  • กระเป๋าแบรนด์เนม ใบละ 40,000 บาท
  • เครื่องประดับ ชุดละ 30,000 บาท
  • นาฬิกา เรือนละ 10,000 บาท
  • ของมีค่าเล็กน้อย 20,000 บาท

 

เอาของมีค่าไปขาย อาจจะได้ปลดหนี้ถึง 10%

**Recommended สำหรับคอแบรนด์เนม  ไว้มีเงินเหลือเก็บจริง ๆ ค่อยมาซื้อ.. หรือวันไหนจำเป็นใช้จริง ๆ ค่อยไปเช่า


2 ปรึกษาคนในครอบครัว

คนในครอบครัวในที่นี้ อาจจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่  คู่สามีภรรยา หรือ ลูก  ก่อนคุย คุณต้องประเมินก่อนว่า คนที่คุณจะคุยด้วยจะรับได้มากน้อยแค่ไหน  และต้องซื่อสัตย์ในการขอคำปรึกษา  อย่าเป็นแบบบางคนที่ขอยืมมาทั่ว จนกลายเป็นนิสัย แล้วก็ไม่จ่ายคืน โดนญาติเกลียดทั้งแขนง

  • ปรึกษาใคร?
  • ยืมเท่าไหร่?
  • คืนเท่าไหร่?
  • คืนเมื่อไหร่?
  • จ่ายดอกเบี้ยไหม?

 

หากคุณเลือกแล้วว่าจะปรึกษาใคร มี 4 สเต็ป ที่ต้องพูดถึง คือ คุณต้องการขอยืมจากเขาเท่าไหร่ และจะคืนอย่างไร? รายเดือน หรือว่ารายก้อน  คืนเมื่อไหร่? สำคัญมาก  หากเพื่อความไม่ลำบากใจทั้ง  2 ฝ่าย ให้ทำสัญญา เอาไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณมีความตั้งใจที่จะคืนจริง ๆ  และตกลงกันให้ดีว่า จะให้จ่ายพร้อมดอกเบี้ยด้วยหรือไม่?  ซึ่ง ผู้ยืม เองควรเป็นผู้เสนอตัวว่าจะจ่ายดอกเบี้ยให้  อย่างน้อย ร้อยละ 5 ถ้ากู้นาน 1-2 ปี ให้สมน้ำสมเนื้อกับเงินเฟ้อ

 

กู้ยืมญาติอาจจะลดหนี้ได้ 20-100%

**Recommended  ยืมญาติอาจจะเสียหน้า แต่ถ้ายืมเพื่อนก็อาจจะเสียเพื่อน!


3 รีไฟแนนซ์รถยนต์

คุณอาจจะจ่ายค่าผ่อนรถได้ลดลง 50% เมื่อทำเรื่องรีไฟแนนซ์กับค่ายสถาบันการเงินที่ใหม่ (ขึ้นอยู่กับช่วงโปรโมชั่น) โดยขยายเวลากู้ซื้อรถออกไปได้สูงสุด  72 เดือน  แต่ต้องยอมรับสิ่งที่ตามมาก็คือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายมากขึ้น  จากรถคันที่ราคา 700,000 บาท อาจจะต้องจ่ายรวมดอกเบี้ยทั้งหมดเป็น 1,100,000 บาทก็ได้  ขึ้นอยู่กับว่าคุณรับได้หรือเปล่า?

 

จำนำทะเบียนรถ ได้สูงสุด 250,000 บาท

**Recommended  การจำนำทะเบียนรถ  ยังมีรถขับอยู่ และส่งค่างวดน้อยลง  แต่ต้องเป็นรถที่ผ่อนหมดแล้ว   ส่วนการเอารถไปเป็นสินทรัพย์ค้ำยังผ่อนไม่หมด ต้องรีไฟแนนซ์

 


4 กู้สินเชื่อ “บัตรกดเงินสด”

ถ้าจะทำบัตรกดเงินสดเพิ่ม หรือ กดเงินจากบัตรกดเงินสดที่มีอยู่แล้ว ต้องมั่นใจว่า จะมีเงินค่างวดมาคืนได้เร็ว (อย่างน้อย 12 เดือน) ไม่อย่างนั้นแล้วดอกเบี้ยจะไปเร็วมาก หากคุณจ่ายแค่ขั้นต่ำ 5%  จริงๆ ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ ถ้าจะกู้บัตรกดเงินสดมาปิดหนี้บัตรเครดิต เพราะว่าดอกเบี้ยสูงถึง 28% แต่เหมาะกับการปิดหนี้แบบกระชั้นชิด ที่คุณพร้อมคืนเงินก้อนภายใน 30 วัน – ไม่กี่เดือน


5 สินเชื่อ “เงินสด” สำหรับรีไฟแนนซ์ บัตรเครดิต

ตอนนี้มีธนาคารเดียว ที่ออกแคมเปญชัดเจนว่า ให้สินเชื่อสำหรับ โอนหนี้บัตรเครดิต โดยเฉพาะ จาก ซิตี้แบงก์   เหตุผลที่สถาบันการเงินอื่น ไม่กล้าพูดเต็มปากเต็มคำว่าให้กู้ไว้ปิดบัตรเครดิต เพราะจะกลัวกระทบกับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตธนาคารของเขา  มันก็จะแปลก ๆ หน่อย ถ้าฝ่ายสินเชื่อบัตรก็โปรโมตให้สมัคร ส่วนสินเชื่อบุคคลก็โปรโมตให้ปิดบัตรไหม? .. แต่ประโยชน์ของสินเชื่อโอนหนี้บัตร คือ  ยืดระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ออกไปได้นานถึง 5 ปี

สำหรับสินเชื่อบุคคลที่เก็บดอกเบี้ย 18% เงินเดือน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้รับวงเงิน 5 เท่า คือ 150,000 บาท หากเลือกผ่อนชำระ 5 ปี ( 60 เดือน ) จะต้องจ่ายคืนเดือนละ 3,809 บาท เท่านั้น

ใช้โปรแกรมคำนวณจาก citibank.co.th

หากเป็นสินเชื่อ CIMB จะมีดอกเบี้ยน้อยสุด 9% แต่ต้องผ่อนชำระ 12 เดือน (เพื่อให้หมดไว)  ถ้าเป็นดอกเบี้ย 18% ก็จะได้ดอกเบี้ยเท่ากับของ Citibank ถือว่ามีตัวเลือกมากกว่า กับ ดอก 9 % กับ 12% และ 18%

สินเชื่อส่วนบุคคล ขอได้สูงสุด 3 สถาบันการเงิน

**Recommended  สำหรับคนที่มีเงินเดือนน้อยกว่า 30,000 บาท จะขอสินเชื่อได้สูงสุดได้ 4.5 เท่าของรายได้ (เท่ากับว่าได้วงเงิน 1.5 เท่าของรายได้ ต่อ 1 สถาบันการเงิน และทั้งหมดจะขอได้ 3 สถาบันการเงิน)  ส่วนผู้ที่มีรายได้ เกิน 30,000 บาท ขึ้นไป ลองขอสินเชื่อจาก 2-3 สถาบันการเงินได้ และหากไม่ต้องการรับวงเงิน สามารถปฏิเสธได้


 

ยังมีอีก 1 ทางเลือก (ที่บางคนใช้จริงๆ) ก็คือ กู้สินเชื่อบ้าน มาปิดสินเชื่อบัตร  แต่ ไม่แนะนำ เนื่องจากจะมีปัญหาภาระหนี้ติดตัวไปอีกยาว ๆ  และต้องเสียค่าดูแลรักษาบ้าน ซึ่งหากคุณมีบ้านอยู่แล้ว อาจจะไม่จำเป็นต้องกู้สินเชื่อบ้าน แม้ว่าจะมีดอกเบี้ยประมาณ 6% ต่อปี  แต่หากอยากจะขายขึ้นมาก็ไม่ได้ว่าขายออกง่าย ๆ เลย

 

สรุปแล้ว เราจะช่วยเหลือคุณ A ได้อย่างไรบ้าง?  ในกรณีนี้ หากคุณเอ เลือกขายทรัพย์สินที่มีอยู่สักนิดหน่อย และยืมครอบครัวได้สักก้อน รวมถึีง ทำรีไฟแนนซ์รถยนต์ให้ผ่อนเหลือครึ่งหนึ่งต่อเดือน และกู้สินเชื่อบุคคลได้จาก 2 ธนาคาร ก็จะลดค่าใช้จ่ายต่อเดือน จาก 86,000 บาท เหลือประมาณ 17,618 บาท ต่อเดือน  และต้องผ่อนด้วยยอดเท่านี้ประมาณ 5 ปี (60 เดือน)

ทางเลือก ปลดหนี้/รีไฟแนนซ์ จ่ายต่อเดือน
ขายทรัพย์สิน 100,000
คนในครอบครัวให้ยืม 100,000 5,000
สินเชื่อรถยนต์ 250,000 5,000
สินเชื่อรีไฟแนนซ์ 300,000 7,618
สินเชื่อเงินสด/บัตรกดเงินสด  –
อื่น ๆ  อาทิ ดอกเบี้ยบ้าน  –
รวม 750,000 17,618

 

หนี้ 750,000 บาท นี้ สามารถเอาไปผ่อนชำระได้ยาว ๆ 5 ปี โดย ทำให้คุณ A มีเงินสดไว้ใช้จ่าย 12,382 บาท  ซึ่งถือแม้ว่าสถานการณ์ “การเงิน” ในชีวิตคุณ A ช่วงนี้จะตึง ๆ ไร้เงินเก็บสักหน่อย ก็ต้องยอมรับไปสัก 5 ปี (อาจจะปันไว้ออม เดือนละ 2,000 บาท) อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด แล้วก็อย่าสร้างหนี้เพิ่ม ..  บัตรเครดิตเดิม จะปิด หรือ เอาไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ยังพอไหว แต่ถ้าจะซื้อของเงินก้อนอีก อย่าเพิ่งเลยนะจ้ะ! ส่วนของฟุ่มเฟือย ก็ต้องห้ามใจไว้ก่อน

รายได้

จ่ายหนี้

เหลือใช้จ่าย

30,000

86,000

-56,000

30,000

17,618

12,382

 

 

Read More :

  1. 9 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ การโอนหนี้บัตรเครดิต
  2. สินเชื่อโอนหนี้บัตรเครดิต 2560
  3. เป็นหนี้บัตรเครดิตเป็นล้าน ต้องทำอย่างไร??
  4. Balance Transfer Credit Card – โอนหนี้บัตรเครดิต มันดีมั้ย?
  5. 5 นิสัยที่ทำให้จน มาฟังสาเหตุที่ทำมาค้าขายไม่รุ่งสักที