ตรวจสอบสถานะประวัติค้างชำระหนี้ของตัวเอง ผ่านตู้เอทีเอ็ม

ads

การยื่นคำขอดูประวัติค้างชำระหนี้ผ่านตู้เบิกเงินสด

หากคุณสงสัยในข้อมูลประวัติค้างชำระหนี้ของตัวเอง  และต้องการตรวจสอบไปยังบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ  แต่พื้นที่อยู่อาศัยของคุณห่างไกลจากธนาคาร และไม่สะดวกไปยังสาขาของธนาคาร  คุณสามารถทำเรื่องของดูประวัติ ผ่านทางตู้เบิกเงินสด (เอทีเอ็ม) ได้ 2 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกรุงไทย เท่านั้น

ขั้นตอนการขอดูประวัติค้างชำระหนี้ ของทั้ง 2 ธนาคารผ่านตู้เบิกเงินสดนั้น คล้ายกัน โดยแต่ละธนาคารมีขั้นตอนการทำเรื่องยื่นคำร้อง ดังนี้

  1. สำหรับธนาคารกรุงไทย เริ่มต้น คุณต้องสอดบัตรเอทีเอ็ม หรือ บัตรเดบิต  ที่มียอดเงินคงเหลือในบัญชีมากกว่า 150 บาท
    1. ถอนเงิน 500 บาท
    2. ถอนเงิน 1,000 บาท
    3. ถอนเงิน 3,000 บาท
    4. ถอนเงิน 5,000 บาท
    5. ถอนเงิน 10,000 บาท
    6. ถอนเงิน 20,000 บาท
    7. English Language
    8. บริการอื่นๆ
  2. เมื่อปรากฎหน้าจอต่อมา คลิกเลือก “บริการอื่นๆ” 
    1. ชำระด้วยบาร์โค้ด
    2. ชำระค่าบริการ
    3. ชำระเงินกู้กรุงไทย
    4. บริการการศึกษา
    5. ถอนเงิน
    6. ขอดูยอดเงินคงเหลือ
    7. โอน
    8. บริการอื่นๆ
  3. เมื่อปรากฎหน้าจอต่อมา คลิกเลือก “บริการอื่นๆ” 
    1. สหกรณ์ออมทรัพย์
    2. สมัครใช้บริการ
    3. กบข
    4. กองทุนเปิด
    5. อายัดสมุดบัญชี
    6. บริการอื่นๆ
  4. เมื่อปรากฎหน้าจอต่อมา คลิกเลือก “ตรวจสอบข้อมูลเครดิต” 
    1. ตรวจสอบข้อมูลเครดิต
    2. เปลี่ยนรหัส
  5. เมื่อปรากฎหน้าจอเงื่อนไขรายละเอียดต่อมา คลิกเลือก “ตกลง” 
    1. ตกลง
    2. ยกเลิก
  6. กรอกข้อมูล “เลขบัตรประชาชน” และ “หมายเลขโทรศัพท์” คลิกเลือก “ถูกต้อง” 
    1. ถูกต้อง
    2. ไม่ถูกต้อง
  7. หน้าจอจะปรากฎที่อยู่ปัจจุบันของคุณ สำหรับจัดส่ง รายงานให้ทางไปรษณีย์ และมีค่าธรรมเนียมการขอข้อมูลเครดิต 130 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ 20 บาท และทางตู้จะแจ้งว่า “ท่านจะได้รับรายงานทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 1 สัปดาห์ หากท่านไม่ได้รับ กรุณาติดต่อ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด โทร 02 643 1250” คลิกเลือก “ถูกต้อง” 
  8. หน้าจอจะปรากฎคำว่า “รายการของท่านเสร็จสมบูรณ์แล้ว ท่านต้องการบริการอื่นอีกหรือไม่?” คลิกเลือก “ไม่ต้องการ”

  • สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ เริ่มต้น คุณต้องสอดบัตรเอทีเอ็ม หรือ บัตรเดบิต   ที่มียอดเงินคงเหลือในบัญชีมากกว่า 150 บาท
    1. ถอนเงิน 200 บาท
    2. ถอนเงิน 500 บาท
    3. ถอนเงิน 2,000 บาท
    4. ถอนเงิน 10,000 บาท
    5. สอบถามยอด / ถอนเงิน
    6. โอนเงิน / โอนเงินต่างธนาคาร
    7. เติมเงิน / ชำระเงิน / บาร์โค้ด
    8. อื่นๆ / English เปลี่ยนภาษา
  • เมื่อปรากฎหน้าจอต่อมา คลิกเลือก “สมัครบริการ / ตรวจสอบข้อมูลเครดิต (NCB)” 
    1. กองทุน / ประกัน
    2. ชำระค่าสินค้า / บริการ
    3. สมัครบริการ / ตรวจสอบข้อมูลเครดิต (NCB)
    4. อื่นๆ / เปลี่ยนวงเงิน – รหัสบัตร
    5. ถอนเงิน
    6. สอบถามยอด
    7. โอนเงิน
    8. English เปลี่ยนภาษา
  • เมื่อปรากฎหน้าจอต่อมา คลิกเลือก “ตรวจสอบข้อมูลเครดิต (NCB)” 
    1. ธนาคารออนไลน์ โอน จ่าย เติมเงิน ที่ www.scbeasy.com
    2. หักบัญชีอัตโนมัติ
    3. ตรวจสอบข้อมูลเครดิต (NCB)
    4. SMS สบายใจ เงินเข้า เงินออก บอกตลอด
    5. มือถือทันใจ
  • เมื่อปรากฎหน้าจอเงื่อนไขรายละเอียดต่อมา คลิกเลือก “ยืนยัน” 
    1. ยืนยัน
    2. ยกเลิก
  • กรอกข้อมูล “เลขบัตรประชาชน”  คลิกเลือก “ถูกต้อง” 
    1. ถูกต้อง
    2. ไม่ถูกต้อง
  • กรอกข้อมูล “หมายเลขโทรศัพท์”  คลิกเลือก “ถูกต้อง” 
    1. ถูกต้อง
    2. ไม่ถูกต้อง
  • หน้าจอจะปรากฎ ข้อมูลที่ติดต่อปัจจุบันของคุณ และ ยอดค่าตรวจสอบข้อมูลเครดิต และ ค่าจัดส่ง รวมกัน หลังจากนั้น คลิก “ยืนยัน”

ง่ายมาก 2 วิธีนี้ จะให้คุณได้ตรวจสอบข้อมูลเครดิตของคุณได้ง่ายๆ การขอสินเชื่อครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบ้าน หรือ สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อ SMEs ด้วยตัวเอง ก็จะเป็นไปได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น  เพื่อให้คุณไม่ต้องนั่งพะว้าพะวง กลุ้มใจว่าจะกู้ผ่านหรือไม่?  อย่างน้อยก็จะได้ประเมินตัวเองได้