Home Investment Finance กฎหมายใหม่! เงินเดือนไม่เกิน 2 หมื่น เจ้านี้ทวงไม่ได้ จริงหรือ?

กฎหมายใหม่! เงินเดือนไม่เกิน 2 หมื่น เจ้านี้ทวงไม่ได้ จริงหรือ?

กฎหมายใหม่! เงินเดือนไม่เกิน 2 หมื่น เจ้านี้ทวงไม่ได้ จริงหรือ?

ศาลบังคับเอาทรัพย์สินลูกหนี้มาคืนเจ้าหนี้ไม่ได้ ถ้าลูกหนี้มีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา  มีประกาศ พระราชกิจจานุเบกษา เพิ่มเติม เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๖๙ ก ราชกิจจานุเบกษา  โดยแก้ไขเรื่องทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี มาตรา 302 ซึ่งสิ่งต่อไปนี้  ศาลไม่สามารถเรียกมาเพื่อคืนให้กับเจ้าหนี้ได้ ..ฟังแล้วเจ้าหนี้จะหดหู่นิดหน่อย  ซึ่งผลกระทบที่มีมาแน่ๆ คือ

  • 1 ผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาท จะไม่สามารถกู้สินเชื่อบ้านได้
  • 2 ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาท จะไม่สามารถขอสินเชื่อได้
  • 3 อาจจะเกิดหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น เพราะผู้มีรายได้น้อยจะไม่สามารถกู้สถาบันการเงินได้ (หากสถาบันการเงินรับความเสี่ยงได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

ตามภาษากฎหมาย ทรัพย์สินต่อไปนี้ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคําพิพากษาต่อไปนี้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ได้แก่

  1. เบี้ยเลี้ยง จาก เงินเดือน หรือรายได้ครั้งคราว ที่ไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท
  2. ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด ที่จ่ายแก่ลูกหนี้หรือคู่สมรส หรือ ญาติที่ยังมีชีวิตอยู่
  3. เงินสงเคราะห์จากทางราชการ เงินบำนาญ ที่จ่ายแก่ลูกหนี้หรือคู่สมรส หรือ ญาติที่ยังมีชีวิตอยู่
  4. ค่าชดเชยหรือรายได้อื่นของบุคคลที่สามที่รวมแล้วไม่เกิน 300,000 บาท หรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร
  5. เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ลุกหนี้ได้รับอันเนื่องมาจากความตายของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศบตามฐานะของผู้ตายที่เจ้าหน้าที่บังคับคดีเห็นสมควร

 

ถ้าเจ้าหนี้ไม่เห็นด้วยต่อศาล สามารถยื่นเรื่องภายใน 15 วัน นับตั้งแต่มีการกำหนดจำนวนเงินเพื่อขอให้ศาลกำหนดจำนวนเงินใหม่ได้

เป็นหนี้ แต่มีเงินเดือน 20,000 บาท ไม่ต้องชดใช้ จริงหรือ

แต่อ่านดูแล้วก็ไม่โหดร้ายสำหรับเจ้าหนี้เท่าไหร่ เพราะจำนวนเงินรายได้ดังกล่าว มีเคสที่รวมถึงรายได้ของคู่สมรส และ ญาติ ของลูกหนี้ด้วย  หากลูกหนี้ของคุณมีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท แต่เมื่อรวมกับคู่สมรส หรือ ญาติ (ลูกก็รวม) อย่างน้อยต้องเกิน 20,000 บาทอยู่ดี  กฎหมายที่เพิ่มเติมมาใหม่นี้ อาจจะให้ผลดีกับทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ก็เป็นได้

 

กฎหมายนี้ไม่ได้ออกมาบังคับใช้เพราะเคสกรณีลูกหนี้ไม่จ่าย เงินกู้ กยศ.เพียงอย่างเดียว เพราะว่ามีหลายกรณีที่การกู้ยืมนี้มีปัญหา แล้วเกิดการบังคับจ่ายขึ้น ซึ่งปรับรายได้ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจปัจจุบันก็เท่ากับว่า ทางเจ้าหน้าบังคับคดี ต้องทำงานแตกต่างจากเดิมมากขึ้น ต้องช่วยเหลือทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ดูถึงความพร้อมในการชำระเงินคืนด้วย

 

ไม่ใช่ว่าพอลูกหนี้มีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท ก็ลอยตัวสบายใจไป แล้วเจ้าหนี้ก็ต้องมานั่งร้องไห้  เมื่อเกิดการฟ้องร้องเกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่บังคับคดีจะดูไปถึงรายได้ของคู่สมรส ญาติ  ก่อนที่จะมาประเมินว่าควรจะใช้หนี้ด้วยทรัพย์สินส่วนใด  นอกจากนี้ยังออกมาเพื่อปกป้องลูกหนี้ หากลูกหนี้เสียชีวิตทางเจ้าหนี้จะมาบีบเอาเงินญาปณกิจกับญาติ ณ เดี๋ยวนั้นเลยไม่ได้  นอกจากว่าลูกหนี้จะทำกองทุนไว้หลายที่ (จากบริษัทที่ทำงาน หรือจากประกันชีวิต และอื่นๆ) ก็ต้องรอให้งานศพจัดเสร็จก่อนแล้วค่อยจัดสรรเรื่องหนี้กันต่อไป 

ดูผลิตภัณฑ์ “การเงิน” ทั้งหมดที่นี่ >>