ซื้อพันธบัตรรัฐบาล 2563 กับธนาคารกรุงไทย มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง?

ซื้อพันธบัตรรัฐบาล 2563 กับธนาคารกรุงไทย มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง?
ads

ธนาคารกรุงไทยเชิญชวนคนไทยร่วมลงทุนในพันธบัตรไร้ตราสาร ปี 2563 ครั้งที่ 1

พันธบัตรเป็น 1 ในช่องทางการลงทุนที่ความเสี่ยงน้อย โดยการลงทุนกับพันธบัตรสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการซื้อพันธบัตรในจำนวนยอดขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนดหรือมากกว่า และธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้ทุกปีโดยอิงตามจำนวนการซื้อของเรา เมื่อครบกำหนดพันธบัตรก็จะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย โดยพันธบัตรอาจมีอายุ 3 ปี 5 ปี 7 ปี ตามแต่ธนาคารกำหนด และในขณะนี้ธนาคารกรุงไทยกำลังเปิดขายพันธบัตรแบบไร้ตราสาร (Scripless) ในปีงบประมาณ 2563 ครั้งที่ 1 ดังรายละเอียดด้านล่าง

ความหมายและนิยามของพันธบัตรไร้ตราสาร (Scripless)

พันธบัตรแบบไร้ตราสาร คือ พันธบัตรที่เมื่อเกิดการซื้อหรือสั่งจองแล้วจะไม่ได้รับใบพันธบัตรมาเก็บไว้กับตัว แต่จะได้รับสมุดพันธบัตร (Bond Book) แทน ซึ่งสมุดพันธบัตรนี้จะเป็นหลักฐานคู่กับบัญชีพันธบัตร โดยทุกครั้งที่ซื้อพันธบัตร หรือได้รับการโอนพันธบัตรจากผู้อื่นก็จะได้รับยอดพันธบัตรเพิ่มขึ้น และขณะเดียวกันยอดก็จะลดลงหากมีการขายพันธบัตรไป โดยสามารถตรวจสอบยอดได้จากการนำสมุดพันธบัตรนี้ไปที่ธนาคารเพื่อขอทราบบัญชีพันธบัตรและอัปเดตสมุดพันธบัตรให้เป็นปัจจุบัน ในหลาย ๆ ประเทศเริ่มหันมาซื้อ – ขายพันธบัตรแบบไร้ตราสาร เพราะมีความสะดวกและประหยัดเวลามากกว่าการออกใบพันธบัตร

คุณสมบัติผู้ซื้อพันธบัตรรัฐบาล ปีงบประมาณ 2563 ครั้งที่ 1

  • บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย
  • ชาวต่างชาติหรือบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
  • หน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ สภากาชาดไทย มูลนิธิ สมาคม วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ
  • นิติบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร

หลักฐานที่ใช้ในการลงทะเบียน

เนื่องจากเป็นการซื้อพันธบัตรแบบไร้ตราสาร จึงสามารถซื้อผ่านช่องทางอื่น ๆ ได้ แต่ต้องมีการลงทะเบียนกับธนาคารก่อน โดยมีหลักฐานที่ใช้ในการลงทะเบียนแตกต่างกัน โดยในที่นี้จะกล่าวถึงเพียงบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย และชาวต่างชาติหรือบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น โดยการสั่งซื้อพันธบัตรสามารถทำได้ในวันที่ 13 ธันวาคม 2562 – 24 เมษายน 2563 นี้เท่านั้น

บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝากที่เป็นชื่อเดียวกับผู้ซื้อ ยกเว้นสมุดเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ และเงินฝากประจำ

ชาวต่างชาติหรือบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

  • สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย หรือสำเนาบัตรประจำตัวต่างด้าว
  • สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีเงินฝากที่เป็นชื่อเดียวกับผู้ซื้อ ยกเว้นสมุดเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ และเงินฝากประจำ

ช่องทางการสั่งซื้อและชำระเงิน

การซื้อพันธบัตรแบบไร้ตราสารมีช่องทางการจำหน่ายและชำระเงินหลากหลายช่องทางตามความสะดวก โดยกำหนดการซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และไม่กำหนดยอดการซื้อสูงสุด ซึ่งหากซื้อพันธบัตรจะต้องมีการลงทะเบียนกับธนาคารก่อน เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว หรือเป็นผู้ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้วก็สามารถซื้อพันธบัตรไร้ตราสารในช่องทางอื่น ๆ ได้ ช่องทางการซื้อมีดังนี้

  • ซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โดยการลงทะเบียนและเปิดบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ธนาคาร
  • ซื้อผ่านตู้ ATM โดยการลงทะเบียนกับธนาคารและขอทำบัตร ATM ซึ่งการมีบัตรจะทำให้สามารถทำธุรกรรมได้ที่ตู้ ATM ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาธนาคารหลายครั้ง
  • ซื้อผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชั่น Mobile ของธนาคารกรุงไทย โดยการลงทะเบียนกับธนาคารและดำเนินการซื้อในแอปพลิเคชั่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น Bond Direct ของสำนักงานบริหารหนี้สาธาณะ โดยผู้ซื้อต้องมีบัญชีออมทรัพย์กับธนาคารกรุงไทยและต้องชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น Mobile ของธนาคารกรุงไทยหรือเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย

หลักฐานการซื้อพันธบัตร

เนื่องจากการสั่งซื้อพันธบัตรเป็นแบบไร้ตราสารจึงไม่มีการออกใบพันธบัตรให้ และบางท่านอาจไม่ได้ซื้อพันธบัตรที่ธนาคารโดยตรง การออกหลักฐานจึงมีความแตกต่างกันตามช่องทางการสั่งซื้อ ดังนี้

  • การซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารจะได้รับเอกสารยืนยันการซื้อพันธบัตรที่ออกโดยธนาคาร
  • การซื้อผ่านตู้ ATM จะได้รับสลิปหรือใบบันทึกรายการจากตู้ ATM
  • การซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตหรือแอปพลิเคชั่น Mobile จะได้รับหลักฐานการซื้อตามที่แต่ละธนาคารกำหนด
  • การซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น Bond Direct กรณีชำระเงินตามแอปพลิเคชั่น mobile จะได้รับเอกสารจากธนาคารกรุงไทย กรณีชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารจะได้รับเอกสารยืนยันการซื้อพันธบัตร

การจ่ายดอกเบี้ย

การจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรแบบไร้ตราสารในปีงบประมาณ 2563 ครั้งที่ 1 จะแบ่งเป็นพันธบัตรอายุ 3 ปี และ 7 ปี ซึ่งจะมีอัตราดอกเบี้ยต่างกัน ดังนี้

  • พันธบัตรอายุ 3 ปี ได้รับดอกเบี้ย 70% ต่อปี
  • พันธบัตรอายุ 7 ปี ได้รับดอกเบี้ย 95% ต่อปี
  • การจ่ายดอกเบี้ย จ่ายปีละ 2 งวด ในวันที่ 13 มิถุนายน และ 13 ธันวาคม ของทุกปี

การไถ่ถอนเงินต้นจากพันธบัตร

เมื่อครบกำหนดของพันธบัตรแบบไร้ตราสารจะเป็นการโอนเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ โดยการโอนเข้าบัญชีจะเป็นบัญชีที่มีการลงทะเบียนไว้ ซึ่งพันธบัตรรุ่นอายุ 3 ปีจะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 13 ธันวาคม 2565 และพันธบัตรรุ่นอายุ 7 ปีครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 13 ธันวาคม 2569

การลงทุนในพันธบัตรไร้ตราสารมีความเสี่ยงน้อยมากที่จะไม่ได้รับเงินต้นคืน ถือเป็นการลงทุนที่มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาการลงทุนที่ลงทุนน้อยแล้วได้ผลกำไรหรือดอกเบี้ยที่แน่นอน

อ่านเพิ่มเติม:

สมัครบัตร Citibank เรดดี้เครดิต ผ่อน iPhone 11 0% 40 เดือน
ผ่อนมือถือ 40 เดือน 0%

กดเงินสดดอกเบี้ยฟรี 0% 3 รอบบัญชีแรก รับกระเป๋าเดินทาง Premium Trolley Bag 20 นิ้ว และสามารถใช้ผ่อน Smartphone ได้ยาวถึง 40 เดือน แบบ 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ (เช่น AIS)

More Less
LinkedIn