โดนมิจฉาชีพกดเงินในบัตรเดบิต เรื่องใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้

ถึงแม้จะเข้าสู่ยุค 4.0 แล้วแต่เรียกได้ว่ายิ่งสิ่งรอบข้างทันสมัยและไฮเทคมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เรานั้นเกิดความเสี่ยงต่อการถูกมิจฉาชีพนั้นใช้ช่องทางเหล่านี้ในการทำมาหากินมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและคาดว่าหลายคนคงเคยพบเจอกับปัญหานี้ ซึ่งเราจะมาแชร์ประสบการณ์เป็นแนวทางสำหรับการป้องกันปัญหานี้ที่อาจเกิดขึ้นกับใครหลายๆคนได้เช่นเดียวกัน

เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องของคนใกล้ที่อยากนำมาแชร์ประสบการณ์ สำหรับการถูกมิจฉาชีพยุคดิจิตอลนั้นดูดเงินจากบัญชีไปโดยที่เรายังไม่รู้เรื่อง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการติดตามบัญชีที่ดี โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นกับธนาคารไทยพาณิชย์ ใครจะคิดว่าอยู่ดีๆ ก็ถูกธนาคารอายัดเงินในบัตร ATM พร้อมทั้งธนาคารโทรเข้ามาแจ้งความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของบัญชีธนาคาร จากเป็นคนที่ชอบซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์อยู่แล้ว ซึ่งจากการสอบถามพนักงานที่โทรเข้ามาพบว่าพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ได้พบความเคลื่อนไหว ที่ผิดปกติของบัญชีโดยก่อนหน้านี้ได้พบการโอนเงินออกเป็นจำนวน 500 บาท และมีการพยายามโอนเงินออกจากบัญชีอีกครั้งเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท โดยธนาคารพบว่ามันผิดปกติ จึงได้ทำการอายัดเงินในบัญชีและติดต่อลูกค้า ซึ่งถือว่าโชคดีที่เงินในบัญชีเรามีไม่ถึงวงเงินที่มิจฉาชีพนั้นต้องการโอน อีกทั้งธนาคารยังพบเห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติซึ่งได้มีการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง

หลังจากการสอบถามธนาคารพบว่าไม่ใช่การรูดซื้อสินค้าออนไลน์ หรือ การรูดซื้อสินค้าทั่วไป แต่เป็นการโอนเงินจากบัญชีของเราเข้าไปสู่อีกบัญชีนึง และกำลังพยายามจะโอนเงินยอด 200,000 บาท เข้าสู่บัญชีอีกครั้งซึ่งเป็นการทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking หรือผ่านการโอนเงินนั่นเอง โดยพนักงานแจ้งว่ามิจฉาชีพอาจจะทำการสุ่มในส่วนของเลขบัตรเดบิต บัญชีธนาคารต่างๆ ของเรา จากนั้นจึงทำการถอนเงินออกจากบัญชีของเราผ่านการโอนเงิน ซึ่งธนาคารพบความผิดปกติในการพยายามที่จะถอนจำนวนเงิน ที่มากเกินไปจึงได้ทำการอายัดบัญชีไว้ชั่วคราวและติดต่อสอบถามกับเจ้าของบัญชีโดยตรงว่าได้มีการทำธุรกรรมนี้หรือไม่ ซึ่งผู้เสียหายบอกว่าไม่รู้เรื่องเลยสักนิดว่าถูกโอนเงินออกจากบัญชีและในขณะนั้นยังไม่ได้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบ Mobile Banking หรือใดๆ ทั้งสิ้นเรียกได้ว่าแทบไม่ได้จับโทรศัพท์เลยด้วยซ้ำ

หากเจอเหตุการณ์​เช่นนี้ควรทำอย่างไร?


หากพบว่าเหตุการณ์เช่นนี้เจ้าหน้าที่จะมีการอายัดบัญชีของเราในเบื้องต้น หรือหากเราพบความเคลื่อนไหวแปลกๆ เกี่ยวกับบัญชีให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารทันที เพื่อทำการตรวจสอบและอายัดบัญชี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้เราทำการเปิดบัญชีและทำ ATM ใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการที่มิจฉาชีพจะกลับมาใช้บัญชีของเราอีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งควรแจ้งความดำเนินคดีเพื่อติดต่อสอบสวนหาถึงปลายทางที่รับเงินโอนซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารจะสามารถทำการติดตามและอายัดเงินในบัญชีของฝั่งบัญชีผู้รับได้เช่นเดียวกันหากมีการแจ้งความเกิดขึ้น และดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตามมิจฉาชีพในยุคดิจิตอล ถือได้ว่าเป็นสิ่งใกล้ตัวที่เราควรต้องระวังเรื่องก็มีหลากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ได้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง โดยยกตัวอย่างนั้นเป็นการที่มิจฉาชีพนั้นส่งในส่วนของเลขบัญชีเข้าสู่ระบบออนไลน์ สำหรับการโอนเงินเข้าสู่อีก บัญชีนอกจากนี้ยังมีในส่วนที่พบเจอกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการปลอมตัวเป็นธนาคารเพื่อขอข้อมูลส่วนตัว หรือนำข้อมูลส่วนตัวไปทำการปลดล็อคบัญชีและต่างๆ รวมไปถึงการ หลอกให้ทำธุรกรรมทางด้านการเงิน ผ่านตู้ ATM ระบบ Mobile Banking internet banking หรือแม้แต่การเปิดบัญชีใหม่การทำ ATM ใหม่ตามคำแนะนำของคนแปลกหน้า อย่างไรก็ตามเหตุการณ์เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้เสมอควรต้องระมัดระวังและอย่าประมาท อีกทั้งไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคุณให้กับผู้อื่นรวมทั้งเรียนรู้เทคนิคและวิธีต่างๆ ของมิจฉาชีพเพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดท่าตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในยุคดิจิตอลเช่นนี้ไปอีกราย และหาทางแก้ไขป้องกันได้ทันท่วงทีอีกด้วยนะคะ

 READ MORE :