Home บัตรเครดิต 9 ข้อควรรู้ สำหรับคนที่มีบัตรเครดิต เมื่อต้องเดินทางไกล

9 ข้อควรรู้ สำหรับคนที่มีบัตรเครดิต เมื่อต้องเดินทางไกล

ไปเที่ยว Happy กลับมาเจอใบแจ้งหนี้บัตรทีเดียวลมใส่ ต้องเช็คและระวังตัวให้ดี เดี๋ยวนี้อยู่ยาก

ในต่างประเทศและเมืองไทย อาจเคยมีบางคนประสบปัญหาเรื่องการใช้บัตรเครดิตระหว่างเดินทางไกล ไม่ว่าจะไปเที่ยวในช่วงเทศกาล หรือการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ คือเมื่อกลับมาและพบว่าบริษัทบัตรเครดิตส่งบิลเรียกเก็บเงินเรือนหมื่นบาท หรือบางคนเป็นหลักแสนบาท ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ใช้บัตรเคดิตเลยแม้แต่ครั้งเดียว และนั่นก็เป็นเพราะว่า ข้อมูลบัตรเครดิตถูกขโมยระหว่างเดินทาง

แต่การโดนขโมยบัตรเครดิต บัตรสูญหาย หรือการโดนขโมยข้อมูลบัตร ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะก็มีมานานมากแล้ว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเดินทาง เพราะหากอยู่กับที่ หรือที่บ้านความเสี่ยงในการโดนขโมยนั้นน้อยกว่ามาก

ซึ่งสำหรับผู้ที่กำลังจะต้องเดินทางไกล ไม่ว่าจะไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปเที่ยวสวนน้ำ ไปพักโรงแรมหรู ฯลฯ ก็ควรจะต้องระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ และนี่คือ 9 ข้อควรรู้เกี่ยวกับบัตรเครดิต เมื่อคุณต้องเดินทางไกล สำหรับการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลบัตรและทรัพย์สินของแต่ละคนด้วย

1 โทรบอกธนาคารเจ้าของบัตรก่อนการเดินทาง

ง่ายที่สุดคือการโทรเข้า Callcenter บัตรเครดิต เมื่อคุณกำลังจะเดินทางไกล และบอกถึงเรื่องความกังวลหากมีการใช้บัตรเครดิตแบบที่ตัวเองไม่ได้ใช้เอง ซึ่งจุดนี้ ทางธนาคารเจ้าของบัตรจะรับทราบและจะช่วย Monitor การใช้จ่ายผ่านบัตรของเจ้าของบัตร ซึ่งอาจมีบริการโทรถามหากมีการรูดบัตรที่น่าสงสัยด้วย อย่างไรก็ดีธนาคารต่างประเทศบางธนาคารเค้ามีบริการแจ้งโดยที่ไม่ต้องโทรคือ บริการออนไลน์ที่สามารถไปกรอกแบบฟอร์มได้เลย

2 ศึกษาวิธีติดต่อธนาคารก่อนไปต่างประเทศ

เมื่อคุณจะไปต่างประเทศ เดินทางไกล ไปเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน มันสำคัญมากที่จะต้องรู้เบอร์ติดต่อ email หรือ อะไรก็แล้วแต่ที่สามารถติดต่อกลับมายังประเทศไทยได้ เพื่อยกเลิกบัตร แจ้งสูญหาย หรือเหตุการณ์อื่นๆ ซึ่งจริงๆแล้วบางคน ก็ ใช้วิธีจดเลขบัตรเครดิต และรายละเอียดต่างๆ ทิ้งไว้ที่บ้าน เผื่อว่ามีปัญหาจะได้ให้คนที่บ้านช่วยคุยได้

3 อย่าเก็บบัตรเครดิตทุกใบไว้ในจุดๆเดียว

ก็รู้ๆกันอยู่ ผู้ใหญ่สมัยก่อนจะสอนว่า หากเราไปเที่ยวต่างประเทศ หรือไปไหนก็ตาม อย่าเก็บเงินสดเอาไว้ ในกระเป๋าเดียว เพราะเมื่อโดนขโมย โดนล้วง ก็จะหายไปทั้งหมดให้เก็บไว้ตามที่ต่างๆด้วย และสำหรับบัตรเครดิตก็เช่นเดียวกัน คือหากมีหลายใบ การนำติดตัวไปแค่สองใบ ก็น่าจะเพียงพอสำหรับ Trip ระยะสั้นๆ หรือหากจำเป็นต้องเอาไปเยอะกว่านั้น ก็ ซุกไว้ตามที่ต่างๆ ที่ จะมีคนมาแตะต้องน้อยที่สุด เช่นเมื่อถึงโรงแรมที่พัก แยกบัตรเครดิตเอาไว้ในตู้เซฟบ้าง ไว้ในกระเป๋าเดินทาง และไว้กับตัวซักใบนึง

4 ตั้ง Passcode กับโทรศัพท์ตัวเอง

ไม่ต้องบอกเลย ว่าหลายคนชอบใส่ข้อมูลบัตร ATM บัตรเครดิต เอาไว้ในมือถือตัวเอง และที่สำคัญ มือถือไม่ได้ Lock เอาไว้ ก่อนการเดินทาง ควรตั้ง Passcode เอาไว้ซักที ใช้การ scan ลายนิ้วมือ หรืออะไรก็ได้ที่เมื่อโทรศัพท์หายแล้ว ข้อมูลข้างในจะได้ไม่ถูกนำไปใช้

5 ถ้าต้องใช้บัตร ATM ต้องระวัง Card Skimmer

คือ Card Skimmer น้อยลงเมื่อมีการใช้ Chip เข้ามาแทนที่ เพราะมันไม่สามารถอ่านค่า Chip ได้ แต่สำหรับบางที่ ที่หลายคนอาจต้องใช้บัตร ATM ในการกดเงิน และยังเป็นแบบแถบแม่เหล็กอยู่ ให้ระวังตัวเอาไว้ เพราะเราไม่รู้เลยว่า Card Skimmer หรือ ตัวขโมยข้อมูลบัตรนั้นมีเสียบอยู่ตู้ใดบ้าง?

อ่านต่อ: บัตร EMV มี ชิป ปลอดภัยจริงหรือ?

6 อย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวใน Public Wifi

คือเคสแบบนี้ มันมีมานานแล้ว ตั้งแต่ Wifi เริ่มฮิตเมื่อมากกว่า 10 ปี ที่แล้ว ที่เค้าสามารถขโมยข้อมูลผ่าน Wifi ได้ โดยการเชื่อมต่อเข้ากับ Router หรือ Modem ของตัวกระจายสัญญาณ หากจะต้องใช้ Wifi ที่สาธารณะเช่น ร้านกาแฟ โรงแรม ปรับ device ของคุณให้เป็นแบบ non-discoverable เมื่อเชื่อมต่อ คือไม่อนุญาตในการแชร์ข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ และหากต้องมีการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตผ่าน Wifi ให้จ่ายเฉพาะเว็บไซด์ที่มี https หรือ SSL เท่านั้น

7 หาเป้สะพายหรือกระเป๋าที่มี RFID-SAFE

เดี๋ยวนี้มิจฉาชีพเค้าเหมือน James Bond เข้าไปทุกวัน คือเค้าสามารถขโมยข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัว ผ่าน RFID หรือ Radio Frequency Identification ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบไร้สายที่สามารถรับส่งข้อมูลกันได้ และบัตรบางใบ ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันจุดนี้ และในปัจจุบัน เค้ามีกระเป๋าแบบกัน การขโมยข้อมูลผ่าน RFID ด้วย (เช่นยี่ห้อ PacSafe) ลองไปหาซื้อกันดู และเมื่อซื้อมาแล้วในช่องกระเป๋าจะมีที่เก็บบัตรเครดิตโดยเฉพาะ ซึ่งจะป้องกันการขโมยข้อมูลลักษณะนี้ได้สบายๆ

กระเป๋าที่มี RFID Safe >> Pacsafe ซื้อที่ Central Online ได้

8 อาแต่บัตรที่จำเป็นไปใช้

บัตรที่จำเป็นก็เช่นบัตรเครดิตสำหรับการท่องเที่ยว บัตรที่สะสมคะแนนได้เยอะเมื่อใช้ในการท่องเที่ยว ฯลฯ ที่จำเป็นจริงๆ เพราะเต็มที่หากไม่ได้ไปช้อปปิ้งเป็นหลักล้านบาท เอาไปแค่ 1-3 ใบก็คงเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

9 เช็คใบแจ้งหนี้ให้ดี หรือโทรเช็คเมื่อกลับมาถึงบ้าน

ข้อสุดท้าย ที่ควรทำเมื่อกลับมาถึงที่บ้าน หลังจาก trip อันยาวนาน อาจจะต้องมีการเช็คยอดในใบแจ้งหนี้ว่าตรงกับที่เราได้ใช้ไปหรือไม่? หรือเดี๋ยวนี้ เค้าก็มีเช็คยอดออนไลน์ได้แล้ว จากหลากหลายธนาคารก็ลองไปเช็คดูกัน ว่าตรงหรือเปล่า


 

Exit mobile version