5 เทคนิค สำหรับคนซื้อบ้านใหม่กับบัตรเครดิต Cashback + Reward

ads

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านใหม่ หรือการย้ายบ้านจากบ้านหลังเก่าไปบ้านหลังใหม่ สำหรับการขยายขนาดครอบครัว และแม้แต่การ ลดขนาดบ้านและครอบครัวไปสู่หลังที่เล็กกว่า ไม่ว่า จะเป็นการย้ายบ้าน หรือหาที่อยู่อาศัยแบบใดก็ตาม คุณก็อาจจะต้องมีการใช้บัตรเครดิตรูดปรื้ดๆ แน่นอน

การใช้บัตรประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบัตรประเภท รีวอร์ด หรือ จะเป็น บัตรเครดิต Cashback (เงินคืน) อาจจะต้องใช้ในเชิงเรื่องการซื้อของเข้าบ้าน ซื้อเฟอร์นิเจอร์ การซื้ออุปกรณ์ช่าง และสิ่งที่จะได้รับกลับมาก็แน่นอน มันคือคะแนนสะสม หรือ เงินคืน สำหรับ การใช้คะแนนหรือเงินคืนต่อไปให้เป็นประโยชน์ในอนาคต และสำหรับการซื้อของเช่นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า การใช้บัตรเครดิตจะเป็นอะไรที่ได้เปรียบกว่าการใช้ เงินสด เพราะจะได้รับคะแนนค่อนข้างเยอะ เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้า หลายๆ รายการ จะมีราคาเป็นหลักหมื่นบาทขึ้นไป

การใช้บัตรเครดิตประเภทนี้ เราย้ำอยู่เสมอว่าการใช้ หากไม่ใช่เป็นพวกบัตรผ่อนของ หรือ ผ่อนสินค้า ยอดหนี้ในบัตรเครดิตควรจะถูกจ่ายให้หมด ภายในงวดเดียว สำหรับความคุ้มค่าในการรับคะแนนสะสม ซึ่งก็มีไม่น้อยที่พลาดไป และกลายเป็นหนี้บัตรเครดิต จนต้องมานั่งใช้ สินเชื่อโอนหนี้ หรือสินเชื่อส่วนบุคคลในการจัดการกับหนี้ ที่พอกพูนขึ้นทุกวัน ดังนั้น การใช้ บัตรเครดิต ในการซื้อของหรืออะไรก็ตามสำหรับการย้ายเข้าบ้านใหม่ ควรที่จะคำนึงถึงการชำระคืนด้วย และทั้งหมดทั้งมวลนี้ ค่าใช้จ่ายในการขึ้นบ้านใหม่ การย้ายบ้าน ก็จะมีหลักๆ อยู่ 5 ข้อด้วยกันดังนี้

5 ค่าใช้จ่าย ก่อนย้ายเข้าบ้านใหม่ ที่ยังไงๆ ก็ต้องเจอ
  1. ค่าใช้จ่ายในการต่อเติมบ้าน ค่าย้ายของเข้าบ้าน
  2. ค่าประกันบ้าน ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าน้ำ ค่าไฟ
  3. อาหาร ของใช้จำเป็น ภายในบ้าน
  4. เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น
  5. สินเชื่อโอนหนี้ ที่พึ่งสุดท้าย

ใช้บัตรเครดิต ยังไง สำหรับ ต่อเติมบ้าน ย้ายของ ก่อนการย้ายเข้า

การเข้าไปอยู่บ้านใหม่นั้น จริงๆ แล้วมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะเราจะต้องมาคอยดู เรื่องของการต่อเติมส่วนเสริมของบ้าน ซึ่งใช้เงินทั้งนั้น และส่วนใหญ่เราจะต้องจ่ายเงินสดให้กับ ผู้รับเหมาในการก่อสร้างต่อเติม แต่จริงๆแล้ว เราสามารถที่จะใช้ประโยชน์ จากบัตรเครดิตประเภท รีวอร์ด (เช่น Citibank Reward หรือ บัตรเครดิต KTC ที่มี Forever Rewards) โดยการคุยกับผู้รับเหมา ว่าเราอยากที่จะรูดบัตรเพื่อซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เช่นปูน สี ฯลฯ ให้ ซึ่งจะทำให้ได้เงินคืน หรือได้คะแนน ได้ไมล์ สำหรับการใช้แลกตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ ได้ สำหรับ บริษัทย้ายของเข้าบ้านก็เช่นเดียวกัน เราควรหาบริการย้ายของที่เป็นบริษัท ที่เราสามารถรูดบัตรเครดิตได้

10 ข้อดีบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ แคชแบ็กแพลตตินั่ม ที่คุณยังไม่รู้ และ Pantip ไม่ได้บอก

จ่ายค่าประกัน ค่าเน็ต ค่าน้ำค่าไฟ ก่อนเริ่มต้นชีวิตที่บ้านใหม่

ไม่ว่าจะอยู่บ้านเดิม หรือ บ้านใหม่ สิ่งที่จำเป็นต้องมี ที่เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ก็เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต และ ประกันบ้าน ประกันอัคคีภัย การที่เริ่มต้นก่อนย้ายเข้าบ้านใหม่ด้วย การสมัครบริการเหล่านี้ โดยการหักบัญชีผ่านบัตรเครดิต ก็จะเป็นอะไรที่เวิร์คมาก เพราะเมื่อตัดค่าบริการเหล่านี้ผ่านบัตรเครดิต เราจะสามารถได้คะแนน หรือ เงินคืนได้ในแต่ละเดือน

ตุนอาหาร ของใช้จำเป็น ที่บ้านหลังใหม่ ใช้บัตรอะไร?

มาถึงจุดนี้ อาจแปลว่าคุณได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่แล้ว และการซื้อของทุกอย่าง มาเผื่อไว้ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หลอดไฟ ผ้าขี้ริ้ว อาหาร นั้น ควรซื้อมาตุนไว้ทีเดียว และที่แนะนำให้ใช้คือ บัตรเครดิตประเภทสะสมคะแนน เพราะห้างหลายๆที่ หรือแม้แต่ร้านค้าออนไลน์ ก็จะชอบที่จะมีโปรโมชั่น เงินคืน ส่วนลดกับการใช้บัตรเครดิต แถมยังมีเงินคืน หรือเก็บคะแนนสะสม หลายเท่าอีกด้วย ซึ่งเป็นไอเดียที่ดีที่จะตุนอาหารเอาไว้ในตู้เย็น ซื้อของไว้ใช้งานในที่จอดรถ

13 ข้อ ที่ควรทำ และไม่ควรทำ เพื่อใช้บัตรเครดิต ให้จ่ายถูกกว่า เงินสด

ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เครื่องใช้ไฟฟ้า

ส่วนใหญ่การซื้อของเข้าบ้านในหมวดนี้ จะเป็นการซื้อแบบลงทุนหนักๆ เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้า และ เฟอร์นิเจอร์ ส่วนใหญ่มีราคาสูงมาก เรียกได้ว่าไม่กี่ชิ้นรวมกันก็อาจจะเป็นหลักแสนขึ้นไป ดังนั้นการเลือกใช้ บัตรเครดิตซักใบ อาจต้องมานั่งศึกษากันก่อน ว่าบัตรเครดิต ธนาคารไหนดีที่สุด ที่เหมาะสมกับการลงทุนจัดหนักในช่วงเวลานี้ สิ่งที่ควรเช็คคือ โปรโมชั่น บัตรเครดิตใบนั้นๆ กับห้างสรรพสินค้า ที่เราจะไปใช้จ่าย เปอร์เซ็นต์เงินคืน (มีจำกัดเงินคืนหรือไม่?) และ ถ้าเป็นคะแนนสะสม จะได้มากกว่าเดิมกี่เท่า?

มีบ้านให้อยู่แล้ว ควรมีสินเชื่อให้หายใจได้ทัน

เมื่อคุณใช้งานบัตรเครดิตจนวงเงินเต็ม อาจจะหลักหลายหมื่น หรืออาจถึงแสนบาทขึ้นไป สิ่งที่คุณควรจะทำตั้งแต่ต้นคือการจ่ายค่าบัตรเครดิตให้ครบวงเงินที่ใช้ไป แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ ก็จะต้องมานั่งผ่อนทุกเดือนๆ แต่ปัญหาสำหรับการผ่อนนั้น ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เลือกที่ไม่เล็กนั่นคือ เมื่อคุณรูดบัตรเครดิตเต็มวงเงินไปหลายๆไป อาจจะมากกว่า 2 ใบ ขึ้นไป ตอนนี้ คุณเริ่มจะหน้ามืด เพราะต้องผ่อนขั้นต่ำกับบัตรเครดิตแต่ละใบ ซึ่งก็จะมีแต่หนี้บานเบอะ สิ่งที่คุณควรจะทำ ไม่ใช่ หาเงินมาโปะบัตรทีละใบ แต่มันคือการโปะหนี้ให้ครบทุกใบในครั้งเดียว

นั่นก็คือ Balance Transfer หรือ Debt Transfer ที่เค้าเรียกสั้นๆ ว่า สินเชื่อโอนหนี้ โดยการขอสินเชื่อบุคคลจากธนาคารหนึ่ง ไป ปิดหนี้กับธนาคารแห่งอื่นๆ อีกหลายๆ แห่ง ในครั้งเดียว ซึ่งจะเป็นการอุดรอยรั่ว ของการหาเงินมาจ่ายบัตรเครดิต หลายๆ ใบ โดยการลดการผ่อนหลายใบ ให้เหลือการผ่อนกับธนาคารแห่งเดียวนั่นเอง ซึ่ง สินเชื่อโอนหนี้ที่น่าสนใจเช่น สินเชื่อบุคคลฟ Citi , สินเชื่อบุคคล UOB , สินเชื่ออเนกประสงค์ KTC, และอื่นๆ อีกมากมาย

Tips: หากมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบจากการซื้อของเข้าบ้าน อย่านำ บัตรกดเงินสด ถอนเงินออกมาเพื่อโปะหนี้ บัตรเครดิต เพราะ ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดนั้น เรียกได้ว่า พอๆ กับบัตรเครดิต และไม่ต่างกันมาก การขอสินเชื่อบุคคลจะดีกว่า เพราะมีดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และหากเป็นไปได้ ควรหาสินเชื่อบุคคลแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น เงินติดล้อ , สินเชื่อรถทำเงิน,  หรือ สินเชื่อรถยนต์ KTA ไปเลยจะดีกว่า

READ MORE :

  1. บัตรเครดิต CItibank สำหรับคนเงินเดือน 50,000
  2. บัตรกดเงินสด Citibank มีชื่อว่าอะไร? มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง?
  3. วิธีใช้ โปรแกรมคำนวณผ่อนชำระสินเชื่อ Citibank