ads

หลายคนไม่เคยเช็ครายการ Statement บัตรเครดิต หรือใบแจ้งค่าบริการรายเดือนเลย บางคนเช็ค ก็ดูแบบผ่านๆ แล้วก็ตัดบัญชีไป หรือ เดินไปจ่ายที่ Counter Service แต่บางคนนานๆทีมาเช็คแล้ว เจอสิ่งผิดปกติคือมีการใช้บัตรเครดิตในรายการที่ จำได้ว่าไม่เคยใช้มาก่อน เช่นซื้อของต่างประเทศ หรือมีการใช้ในต่างประเทศ ซึ่งจุดนี้ เป็นจุดที่อาจแปลว่า บัตรเครดิตของคุณถูกขโมยข้อมูล หรือที่ต่างประเทศเค้าเรียกกันว่า Credit Card Fraud 

เมื่อพบจุดผิดสังเกตในรายการบัตรเครดิตแล้ว หลายคน ลน มาก ไม่รู้จะทำยังไงดี และต้องมานั่งนึกถึงการจ่ายตังค์ที่ไม่ได้ใช้และไม่แฟร์ วันนี้ เราจะมาบอกวิธีการ และสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรกๆ เมื่อพบรายการบัตรเครดิตที่ตัวเองไม่ได้ใช้ และบทความนี้แปลมาจาก CBS NEWS

5 อย่างที่ต้องทำ เมื่อพบว่าคุณตกเป็นเหยื่อ โดนขโมยข้อมูลบัตร

อย่าตกใจ เพราะจริงๆแล้ว บ้านเรามีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอยู่แล้ว และบริษัทบัตรเครดิตต่างๆ ก็มีมาตรการป้องกันเรื่องแบบนี้อยู่ เช่นการ ปฎิเสธ การใช้บัตรเครดิต โดยการกรอกแบบฟอร์ม และการรับผิดชอบต่อการจ่ายบิลค่าบัตรเครดิตนั้นๆ และนี่คือสิ่งที่คุณควรทำ

รีบบอกให้บริษัทเจ้าของบัตรรู้ทันที

หากคุณพบรายการในใบแจ้งหนี้ ที่ไม่ใช่ของคุณ หรือ เป็นการใช้บัตรเครดิต ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยตัวคุณเอง รีบโทรแจ้งธนาคารทันที  และทางธนาคารเค้าจะทำการเช็คให้เบื้องต้น ว่าคุณได้ใช้ไปหรือไม่ และเค้าจะให้คุณลองนึกดูดีๆ ว่าจริงๆแล้ว ได้ทำรายการไปหรือเปล่า สิ่งที่ธนาคารเค้าจะทำก็คือ เค้าจะระงับการใช้บัตรของคุณไปเลย และออกใบใหม่ให้ และสิ่งที่คุณควรทำเมื่อได้รับบัตรใบใหม่ก็คือ อย่าลืมที่จะเชื่อมบัตรเครดิตของคุณเข้ากับระบบชำระเงินต่างๆ ที่ใช้อยู่ หรือแม้แต่การเชื่อมบัตรเข้ากับค่าน้ำประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์เหมือนเดิม

เบอร์โทร Call Center บัตรเครดิตทั้งหมดที่ติดต่อกันบ่อยที่สุด
  • SCB – โทร 02-777-7777
  • KTC – โทร 02-123-5000
  • Krungsri – โทร 1572
  • Kbank – โทร 02-888-8888
  • TMB – โทร 1558
  • BBL – โทร 1333
  • UOB – โทร 02-285-1555
  • Citibank – โทร 1588
  • Thanachart – โทร 1170

สิ่งที่ควรทำข้อต่อไป เหนื่อยหน่อย แต่ปลอดภัยกว่าเดิมแจ้งบูโรเลย

อันที่สองนี้ จะเป็นขั้นตอนการ แจ้งบูโรให้ทราบ เพื่อให้ บูโร แจ้งเตือน ผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคล เงินกู้ หรืออะไรก็ตาม ที่คุณมีชื่อยู่ เพื่อป้องกันการใช้งาน เงินกู้ ฯลฯ ที่คุณอาจโดนขโมยข้อมูลไปด้วย และเป็นไอเดียที่ดี จะติดต่อ เจ้าของค่ายบัตรเครดิตอย่าง VISA, MasterCard, JCB, หรือค่ายที่คุณใช้อยู่เป็นประจำด้วย ตามข้อมูลด้านล่างนี้

บูโร ประเทศไทย : 02-643-1250

ใช้บัตรเครดิต VISA : https://usa.visa.com/contact-us.html

ใช้บัตรเครดิต MasterCard : https://www.mastercard.ca/en-ca/consumers/get-support.html

ใช้บัตร JCB : https://www.jcbusa.com/customer-service/

แจ้งตำรวจ ลงบันทึกประจำวัน

 

หลังจากแจ้งกับทาง บูโร แล้ว เพื่อให้ปลอดภัยและเป็นหลักฐาน สิ่งที่ควรทำเลยก็คือ การแจ้งตำรวจ เพื่อเก็บใบแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน สำหรับใช้ในเรื่องของการยืนยันว่าคุณไม่ได้เป็นผู้ใช้บัตรเครดิตที่มียอดใช้ไป และเป็นหลักฐานหากถึงโรงถึงศาล

เมื่อได้บัตรใหม่ ควรทำ 2 Step Verification

การทำ 2 Step Verification เป็นอะไรที่ปลอดภัยที่สุดในชั่วโมงนี้ เพราะ การที่คุณโดนใช้บัตรเครดิต จากมิจฉาชีพได้ เป็นเพราะว่าคุณถูกล้วงข้อมูลได้ง่ายๆ จาก Email, จาก บัญชีที่คุณพ่วงไว้ จากบัญชีธนาคาร และการทำ 2 Step Verification หรือการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอนนั้น เป็นอะไรที่จำเป็นมากในปัจจุบัน นั่นก็คือ เมื่อคุณ login อีเมล หรือบริการใดๆ ด้วย username + password ที่คุณมี ในเครื่องคอมที่ไม่ได้ใช้อยู่เป็นประจำ ระบบจะส่ง SMS ให้ที่มือถือคุณ เพื่อส่ง 2 Step Password ให้คุณ ดังนั้น เมื่อมิจฉาชีพจะ ใช้บัญชีคุณ หรือจะ hack บัญชีคุณ เค้าต้องขโมยมือถือคุณไปได้ด้วย

เช็คค่าบัตรเครดิตออนไลน์ และใบแจ้งหนี้ ทุกครั้ง

วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ รู้ตัวก่อน และแก้ไขสถานการณ์ได้เร็วทันท่วงที และวิธีการก็คือ การ login เข้าเช็ครายการบัตรเครดิต อย่างสม่ำเสมอ ผ่าน application หรือ เว็บไซด์ และแม้แต่การตรวจสอบการพิมพ์ใบแจ้งหนี้ ล่าสุดรายเดือน ทุกครั้ง อย่างละเอียด และเมื่อมีข้อสงสัยต้องรีบโทรสอบถามทันที