ads

ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันบ่อยมากเดี๋ยวนี้ เราพูดถึงคนไทยที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเรียกได้ว่า เหมือนกับนั่งรถไปกลับพัทยาเลยทีเดียว เพราะค่าตั๋วเครื่องบินไปประเทศนี้ สมัยก่อนแพงมาก แต่หลังๆมานี้ถูกมากเช่นเดียวกัน อีกทั้งหลังจากประเทศญี่ปุ่นอนุญาตให้คนไทยไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าซะด้วย และใครไปช่วงหลังๆ (1-2 ปี ที่ผ่านมา) จะเห็นได้ว่า แต่ละร้านค้าในประเทศญี่ปุ่น มีขึ้นป้ายภาษาไทยกันค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมืองชื่อดังอย่าง โตเกียว เกียวโต ซัปโปโร ฯลฯ

งานเปิดตัว บัตรกสิกร JCB วันที่ 20 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา

จากข่าวไทยรัฐพบว่า ในช่วงเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมานั้น มีคนไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน และทั้งปีที่ผ่านมาน่าจะทะลุยอดเที่ยวไปแล้ว และการจับจ่ายใช้สอยในประเทศญี่ปุ่นนั้น บัตรเครดิตหลายสำนักเช่น บัตรเครดิต Citibank หรือ บัตรเครดิต KTC JCB ก็ มีออกโปรโมชั่นตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบิน ไปยันการทำประกันการเดินทาง รวมถึง บริษัททัวร์ และเว็บจองโรงแรมต่างๆ ก็ออกโปรโมชั่นเที่ยวญี่ปุ่น กันเยอะมาก เยอะซะจนหลายคนตบะแตกไปแล้ว และนี่ถึงคราวที่ ธนาคารกสิกรไทย จะได้ออกโรง เปิดตัว บัตรเครดิตกสิกรไทย + JCB สำหรับ ผู้ที่คลั่งไคล้การไปเที่ยวญี่ปุ่น เรียกได้ว่าไปมันทุกปี และผู้ที่วางแผนจะไป ต้องมารู้จักรายละเอียดบัตรนี้กันก่อน และนี่คือข้อดีของมัน

3 ข้อดี ของบัตรเครดิต กสิกรไทย JCB 
หน้าตาของ บัตรเครดิต กสิกรไทย JCB (ตัวนี้เป็น Platinum)

ก่อนอื่นเลย เราได้รู้จักบัตร MasterCard และ VISA กันมานานแล้ว และทุกคนรู้ว่ามันคือชื่อบริษัทที่ให้บริการบัตรเครดิตที่ทางธนาคารติดต่อไปนั่นแหละ และ JCB ก็เป็นชื่อบริษัทเหมือนกัน และ JCB มันย่อมาจากคำว่า “Joseph Cyril Bamford” คือผู้ก่อตั้งบริษัทบัตรเครดิต JCB ในปี 1945 นั่นเอง และบัตร กสิกรไทย เลือก JCB มาเปิดตัวเพราะว่าเค้ามีโปรโมชั่นร่วมกับร้านค้าญี่ปุ่นค่อนข้างมาก และมี 3 หัวข้อหลักคือ

คะแนน 2 เท่า + ส่วนลดป้องกันค่าเงินผันผวน

เจ ไฮไลท์ โตะ! (J-Highlighto) เรียกกันเป็นภาษาญี่ปุ่น โตะ โนะ โกะ เลยทีเดียว บัตรเครดิต กสิกรไทย JCB มีข้อดีตรงที่สามารถ สะสมคะแนน Kbank Reward ได้มากกว่าถึง 2 เท่า คือพกบัตรใบนี้ไปญี่ปุ่นใบเดียว จะซื้อของกินข้าว จองโรงแรม นั่งกระเช้า ทำกิจกรรมอะไรก็ตาม ใช้บัตรนี้รูด จะกี่ล้านเยน ก็ได้คะแนน 2 เท่า เพราะไม่จำกัด และที่เป็น highlight ที่สุดสำหรับพวกที่ชอบกลัวค่าเงินผันผวน เค้าลดให้ 0.15 บาท สำหรับ ทุกๆ 100 เยน จากอัตราปกติ ทีนี้ไม่ต้องกลัวกันแล้วนะ เค้าคิดมาให้แล้ว ซึ่งบางคนบอกว่า โหยยย น้อยจัง 0.15 บาท เอง เอางี้ ง่ายๆ ยังไงก็ต้องไปอยู่ดีใช่มั้ย? 0.15 บาท ก็ดีกว่าไม่มีใช่มั้ย?

ส่วนลดจองตั๋ว เช่า Wifi ก่อนไปเที่ยว

เจ ดิสเค้าท์ โตะ! (J-Discounto) คือตรงตัวอยู่แล้ว คือได้ส่วนลด และส่วนลดนี้ ตั้งแต่ก่อนไปเลยทีเดียว เพราะ ก่อนไปญี่ปุ่น เราจะทำอะไรบ้างนอกจากการ เก็บตังค์ กู้เงินไปเที่ยว?? จริงๆแล้ว เราต้องจองตั๋ว จองโรงแรมกันก่อนใช่มั้ย? บัตรนี้เค้าให้ส่วนลด กับพวกสายการบินเช่น Cathay Pacific ที่บินตรงไปญี่ปุ่น ส่วนลดค่าเช่า Pocket Wifi หรือพวกร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ดังๆ นั่นแหละ

ซื้อของกระหน่ำ ได้ลดราคาเพิ่มแบบ Exclusive

เจ เบเนฟิต โตะ! (J-Benefito) เวลาไปญี่ปุ่น เราก็ต้องไปซื้อของกันนั่นแหละ และบัตรนี้ก็จะได้รับส่วนลดจากห้างร้านชื่อดัง พวกร้านขายของ gadget ร้านขายยา สำหรับสาวๆ ที่ชอบไปซื้อครีม โฟม ล้างหน้า และร้านค้าที่ร่วมรายการก็เช่น Big Camera Japan, Marui, Matsumoto Kiyoshi, Sun Drug, Sapporo Drugstore, Kinrindo, Big Drug และเที่ยวๆเพลินๆ ก็อย่าลืมประกันเดินทาง เพราะเค้ามีประกันคุ้มครองอุบัติเหตุให้ มีวงเงินให้ 8 ล้านบาท

เพิ่มเติม : บัตรเครดิต กสิกรไทย JCB จะมีร่วมกับ บริษัท Majestic Tour (คล้ายกันกับ UOB + Majestic Tour) ซึ่งจะสามารถผ่อนค่าตั๋วเครื่องบิน และ package ท่องเที่ยว เฉพาะเส้นทางญี่ปุ่น ได้ 0% 10 เดือน)

จริงๆแล้วทาง Kbank เค้ามี โตะ โตะ ให้แค่ 3 ตัว เราอยากเพิ่มตัวที่ 4 ก็คือ….

เจ ชิลโตะ! (J-Chillto) – สำหรับคนที่ สามารถทำ บัตรเครดิต กสิกรไทย JCB แบบ Platinum ได้ ก็จะได้สิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่นๆ ในเรื่องของการพักผ่อนที่สนามบิน หรือ Airport Lounge คือจะได้ไปนั่งที่ TG Lounge 2 ครั้งต่อปี และ Airport Lounge ที่สนามบินที่ประเทศญี่ปุ่นอีก 28 ที่ รวมถึงประเทศ ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ จีน ฮาวาย ด้วย (คนที่ใช้ KTC JCB เมื่อ เกือบ 10 ปีก่อนรู้ดีว่าสะดวกแค่ไหนถ้าใช้ JCB ที่ ฮาวาย ได้นั่งรถฟรีด้วย) และบริการ JCB Plaza Lounge อีก 9 เมืองตามที่เค้าระบุไว้

บัตรกสิกรไทย JCB เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่ชอบไปเที่ยวญี่ปุ่น หรือผู้ที่มีแผนกำลังจะไป
  • ผู้ที่ติดต่อเดินทางไปญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ
  • ผู้ที่เรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น
  • แม้ว่าจะไปญี่ปุ่นครั้งเดียว ได้บัตรนี้ไปใช้ก็คุ้มแล้ว

บัตรกสิกรไทย JCB มีกี่แบบ?

การแบ่ง class ของการสมัครบัตรนั้น ขึ้นอยู่กับเงินเดือนและรายได้ล้วนๆ โดยบัตรเครดิต กสิกรไทย JCB มีให้เลือก 3 แบบ ด้วยกัน และเริ่มต้นที่เงินเดือน 15,000 บาท ถึง 50,000+ ขึ้นไป และสามารถสมัครบัตรเสริมได้สูงสุด 5 ใบ

  1. เงินเดือน 15,000 บาท จะสามารถสมัคร บัตรเครดิต กสิกรไทย Classic JCB
  2. เงินเดือน 30,000 บาท ขึ้นไป จะได้ที่ บัตรเครดิต กสิกรไทย Gold JCB
  3. เงินเดือน 50,000 บาท ขึ้นไป จะได้ตัว Top คือ บัตรเครดิดกสิกรไทย Platinum JCB

เห็นมานานละ J/Speedy บนบัตรมันคืออะไร?

เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของบัตร JCB นั่นเอง และทาง JCB เค้าได้ใช้เทคโนโลยีนี้มาตั้งแต่ปี 2014 เพื่อที่จะทำให้ การชำระเงินง่ายขึ้น โดยการใช้บัตรแตะที่เครื่องจ่ายเงินก็สามารถจ่ายเงินได้ทันที โดยการให้ EMV Chip สื่อสารกับเครื่องรับเงินแบบไม่ต้องรูดบัตรนั่นเอง คือเค้าต้องออกเทคโนโลยีนี้มา เพราะเมื่อถึงคราวที่ต้องชำระเงินจริงๆแล้ว แถวยาวมาก การชำระเงินให้เร็วที่สุดทำให้ ลูกค้าสะดวกด้วย และ ร้านค้าก็สามารถคิดเงินได้เร็วขึ้นด้วย ข้อมูลจาก Global.jcb

บัตร กสิกร JCB เป็นบัตรที่สำหรับผู้ที่ ไปญี่ปุ่นบ่อยๆ จะคุ้มค่าที่สุด ไม่เหมาะสำหรับกดเงินสดผ่านบัตรตัวนี้ หากจะใช้เงินสด ควรสมัครพวกบัตรกดเงินสด หรือ สินเชื่อบุคคลดอกเบี้ยต่ำมากกว่า อีกบัตรที่ใกล้เคียงกันก็คือ Kbank King Power สำหรับคนชอบช้อปที่ King Power ก่อนไปเที่ยวเมืองนอก หรือกลับจากเมืองนอก

สินค้าทางการเงินอื่นๆของ KBANK

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์อื่นๆของทาง ธนาคารกสิกรไทยก็มีเช่น: 

สินเชื่อกสิกร K-Express Cash ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นาน 30 วัน

สินเชื่อกสิกรไทย ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน