15 ก.ค. 60 เป็นต้นไป บัตรเครดิตจะได้วงเงินแค่ 1.5 เท่า

ads

บัตรเครดิตจะอนุมัติยากขึ้น จริงหรือ?

ทุกวันนี้แม้ภายนอกเหมือนประชาชนจะดูจับจ่ายใช้สอยคล่อง   แต่ภายในลึกๆ แล้วแต่ละคนก็ได้เอาเงินในอนาคตออกมาใช้  บางคนมีบัตรเครดิตมากกว่า 1 ใบ และบัตรเครดิตก็ทำให้เกิดหนี้เสีย เพราะผ่อนจ่ายกันไม่หมดสักที แล้วยิ่งคนเมืองที่อยู่กับสิ่งสะดวกสบายล่อตาล่อใจ  อะไรมาใหม่ก็อยากได้  ก็ยิ่งทำให้ควบคุมการใช้จ่ายของตัวเองยากขึ้น

เพราะการ “ซื้อของออนไลน์” และ ใช้จ่ายผ่าน “บัตรเครดิต”  นั้นเป็นการถือตัวเลขเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ  ดังนั้นการคำนวณของสมองมนุษย์เรามันจะเร็วมากและคิดย้ำหน้าย้ำหลังไม่ทัน   รู้หรือไม่ว่าการซื้อของออนไลน์นั้นหากซื้อของที่ไม่จำเป็น จะสร้างหนี้มหาศาลได้ทีเดียว

ลดวงเงินบัตรเครดิต

ล่าสุด ธนาคารพาณิชย์เตรียมออกประกาศมาว่าจะลดวงเงินสำหรับผู้ขอบัตรเครดิตใหม่  คนที่เงินเดือน 15,000 บาท นี้ก็แทบจะขอบัตรเครดิตไม่ผ่านแล้ว   ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 60 ขั้นต่ำจะเริ่มเป็น 30,000 บาท  (หลังจากที่ก่อนหน้านี้เริ่มต้นไว้กับนสินเชื่อเพื่ออยู่อาศัยแล้ว)  ในกรณีสินเชื่ออเนกประสงค์และอื่นๆ ก็จะต้องควบคุมให้เหลือวงเงินเพียง 1.5 เท่าของรายได้  เพราะหลังจากที่บางค่ายออกโปรโมชั่นให้วงเงินเกือบ 5 เท่า  ทำให้มีกลุ่มลูกค้าบางส่วนไม่สามารถหาเงินมาคืนได้ ( อ่านเพิ่มเติม :  ทำไม สินเชื่อบุคคล ต้องมีอายุงาน 3-4 เดือนนะ)

หนี้เสีย

หนีเสีย หรือ NPL  ในช่วงนี้ สะสมตัวจนหลายฝ่ายกลัวว่าจะเกิด ต้มยำกุ้งรอบ 2อีกครั้ง  เพราะมีสัญญาณว่าบ้านและคอนโดขายไม่ได้เลย  ออกมาจัดโปรฯ พรีเซลล์หลายครั้ง  ซึ่งมีเหตุผลมาจากค่าใช้จ่ายในการซื้ออสังหาริมทรัพย์นี้สูงขึ้น  อย่างกรุงเทพฯ นี้สูงจนสัมผัสไม่ถึง  บางคนเรียนจบมากำหลังหางานใหม่ จะให้กู้บ้าน ก็แทบจะไม่ผ่านอยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังมาจากบัตรเครดิต  พบว่าผู้ใช้บัตรเครดิตส่วนมากควบคุมการใช้วงเงินไม่ได้  เต็มตลอด และพอครบปีก็จะถูกเก็บดอกเบี้ยเต็มจำนวน  ไม่สามารถหาเงินต้นมาปิดได้หมด  ด้วยเหตุผลหลากหลายของแต่ละคน

เงื่อนไขอนุมัติบัตรยากขึ้น

ธนาคารจะเปลี่ยนเงื่อนไชการอนุมัติบัตรมากขึ้น  คุณอาจจะสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน เมื่อเงินเดือนไม่ถึง 30,000 บาท หรือ รายได้ประจำไม่ถึง 30,000 บาท  นอกจากนี้คนที่เคยถือบัตรหรือสินเชื่ออยู่แล้วก็จะได้รับมาตรการอนุมัติต่อยากขึ้นและถูกลดวงเงินอีกด้วย

สมัครบัตรเครดิตใหม่

บัตรหมดอายุ

ขอสินเชื่อใหม่

คนที่ขอสินเชื่อใหม่ รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท จะได้รับอนุมัติวงเงินไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้  เท่ากับว่า ถ้าเงินเดือน 15,000 บาท จะได้รับวงเงินแค่ 22.500 บาทเท่านั้น เมื่อบัตรเครดิตหมดอายุนี้จะวงเงินจะลดอัตโนมัติ เมื่อรายได้ประจำไม่ถึง 30,000 บาท วงเงินจะไม่สูงถึง 5 เท่าอีกต่อไป ผู้ขอสินเชื่อใหม่ก็จะได้รับอนุมัติสินเชื่อไม่เกิน 1.5 เท่า เช่นกัน

(อ่านเพิ่มเติม : หลักการวิเคราะห์สินเชื่อ )

เช่น  ถ้ารายได้ 30,000 บาท ก็จะได้รับวงเงินอนุมัติเพียง 45,000 บาทเท่านั้น

 

ความเปลี่ยนแปลงนี้ ส่งผลอย่างไร

  • ผู้ที่ต้องการขอวงเงินถาวรเพิ่มเติม ก็ควรรีบทำก่อน 15 ก.ค. 60 เพราะพ้นไปแล้วจะขอวงเงินถาวรเพิ่มยาก และอาจโดนลดเหลือ 5 เท่าอีก
  • ผู้ที่สมัครบัตรเครดิตใหม่ๆ จะได้รับวงเงินน้อยลง
  • ผู้สมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจะมากกว่า “บัตรเครดิต” เพราะดอกเบี้ยน้อยกว่า
  • คนที่เงินเดือน 15,000 บาท และมีภาระใช้จ่ายแบบพอดีตัว อาจจะไม่ได้รับอนุมัติ สินเชื่อบัตรเครดิตเลยด้วยซ้ำ
  • ผู้ที่ต้องการสินเชื่อบุคคล จะไม่สามารถได้วงเงิน 100,000 บาท อีกต่อไป อย่างรายได้ 30,000 บาท จะได้รับวงเงินสูงสุด 45,000 บาทเท่านั้น จากเมื่อก่อน เงินเดือนเพียง 20,000 ต้นๆ ก็ขอวงเงินได้ถึง 100,000 บาท

สำหรับใครที่รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถยับยั้งชั่งใจในการซื้อของได้  ก็ควรจะปิดบัตรเครดิตให้เหลือแค่จำเป็นใช้เพียงใบเดียว  ไม่ว่าคุณจะเป็นสายสะสมแต้ม  สายแลกไมล์  แต่ถ้าหากอยากจะควบคุมตัวเอง ก็ควรเลือกบัตรจำเป็นที่ตรงกับความเป็นคุณมากที่สุด  ไม่ต้องมีไว้เผื่อเลือกเผื่อเสีย  เพราะว่าวงเงินที่เหลือจะเต็มเร็วมากสำหรับคนที่ชอบจับจ่าย  หลังจากที่ตัดความไม่จำเป็นออกแล้วอาจจะมีความสุขมากขึ้น

“สินเชื่อบุคคลเพื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับผู้ที่ตั้งใจว่าจะปลดหนี้ภายใน 12 เดือน ด้วยดอกเบี้ยต่ำ ก็มีถมไปให้เลือก  แม้จะมีดอกเบี้ยมานิดหน่อย  แต่ถ้าโดยรวมแล้ว จะ “ตัดวงจร” หนี้วงเงินเต็มของคุณได้ ก็น่าลองเหมือนกันค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ —>

Citi Personal Loan

CIMB Personal Loan

K-personal Loan

 

ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการจาก “ธนาคารแห่งประเทศไทย”  ออกกฎมาเลยทีเดียว  ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 20 ปี ซึ่งหมายความว่าตอนนี้เศรษฐกิจเรากำลังเข้าสู่ภาวะบางอย่าง ที่ต้องระวังตัว “การใช้จ่าย” เพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะเรื่องการขอไฟแนนซ์ รถยนต์  สินเชื่อบ้าน  อาจจะผ่านง่าย แต่ระหว่างปีถัดไปจะมีรายได้พอเพื่อส่งค่างวดหรือไม่นั้น ต้องติดตามกันยาวๆ